ประสบการณ์การพัฒนาทักษาการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพของข้าพเจ้า

สิ่งที่เรียน การว่ายน้ำ

                            

                จุดเริ่มต้น กับ การเป็นนักกีฬาว่ายน้ำโดยบังเอิญ

เริ่มแรกฝึกว่ายน้ำตอนอนุบาลเพื่อทักษะชีวิตการอยู่รอด พอจบคอร์สพ่อซึ่งเป็นนักกีฬาก็อยากให้ลูกๆได้เล่นกีฬา เนื่องจากลูกๆอยากเล่นบาส แต่พ่อบอกว่ายังเด็กเกินไปให้ไปว่ายน้ำก่อน โดยฝึกเป็นนักกีฬาว่ายน้ำกับเพื่อนของพ่อ และได้เริ่มแข่งครั้งแรกตอน ป.2

วิธีเรียน  เรียนคอร์สว่ายน้ำตามปกติโดยเริ่มว่ายจากท่า ฟรีสไตล์ก่อนเป็นอันดับแรก ต่อมาก็เป็นท่ากบ กรรเชียง และผีเสิ้อตามลำดับ แล้วเมื่อเรียนจบคอร์สก็เริ่มไปฝึกเป็นนักกีฬา จึงเริ่มฝึกทุกวันโดย เริ่มตั้งแต่ 6โมงเย็น – 2 ทุ่ม หยุดทุกวันอาทิตย์ แล้วก็ไปปั่นจักรยานเสือภูเขาบ้าง และบ่อยๆเมื่อถึงฤดูหนาว และเมื่อถึงประมาณชั้น  .1 ก็เริ่มไปซ้อมบาสบ้าง เล่น weight training  แล้วก็ไปซ้อมที่เชียงใหม่ทุกปิดเทอมโดยซ้อมเช้าเย็น ทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ และก็มีโปรแกรมฝึกกระโดดเชือกด้วยบ้าง

ผลการเรียน ก็ได้เหรียญบ้างไม่ได้บ้าง เหรียญแรกที่ได้คือเหรียญเงิน จากการว่ายท่ากบ 50 m. ตอนไปแข่งที่ลำปาง และเป็นครั้งแรกที่ไปแข่ง (นี่ละมั้งที่เป็นจุดเปลี่ยนให้ชีวิตมีความหวังและว่ายต่อมา)รายการสูงสุดที่ได้รับ คือ เหรียญทองเยาวชนแห่งชาติ และทำลายสถิติกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทย ได้เหรียญกีฬาแห่งชาติ และเคยเป็นตัวแทนเยาวชนทีมชาติไทย    

             

ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์  ได้รู้ว่าบางที บางสิ่งบางอย่างที่เราทำเป็นประจำ เป็นปกติจนเราลืมคิดถึงประโยชน์และความสำคัญของมัน จนเมื่อเกือบจะทิ้งมันก็เพิ่งได้รู้ คือ เมื่อก่อนว่ายน้ำทุกวันจนคิดว่ามันเป็นหน้าที่ หรือ เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมประจำวัน แล้วก็คิดที่จะเลิกจนบางครั้งอยากอย่างจริงจัง ด้วยเหตุผลที่งี่เง้าหลายประการ ขี้เกียจบ้าง เบื่อบ้าง ท้อแล้วบ้าง โดยไม่คิดว่าได้ลงทุนมาแล้วไม่รู้เท่าไหร่ กระทั่งเมื่อปีที่แล้วได้รับอาการบาดเจ็บจากการไปซ้อมบาสจนต้องได้รับการผ่าตัด(ถ้ายังอยากจะเล่นอีก) แล้วก็ต้องหยุดไป 1 ปี เต็มแล้วอาการบาดเจ็บเป็นผลโดยตรงต่อการว่ายน้ำท่าที่แข่งขันเป็นประจำอย่างยิ่ง ช่วงที่หยุดทำให้ได้คิดอะไรได้หลายๆอย่าง เช่น การที่เราอุตส่าห์ลงทุนมามากกว่า10ปีแล้ว แล้วเราได้อะไรบ้างละ แล้วถ้าหยุดไปแล้วที่ได้ลงทุนไว้ล่ะมันคุ้มค่ารึป่าว ที่เสียเวลา เสียแรงไปเพื่ออะไร สู่ไม่ว่ายน้ำตั้งแต่แรกดีกว่าไหมในเมื่อหยุดก็เหมือนคนอื่นๆ จึงได้รู้ว่าบางทีถ้ามันไม่สูญเสียไป เราก็คงไม่รู้ถึงประโยชน์และคุณค่าของมันว่ามีมากแค่ไหน
รู้สึกว่าก็ดีแล้วที่ยังทนสู้ และข้ามมาได้จนวันนี้ อย่างน้อยก็ยังได้อะไรมาบ้างถึงมันจะได้ไม่เต็มที่ก็ตาม ถึงตอนนี้จะไม่ค่อยได้อะไรแล้วแต่ก็ยังบอกได้ว่าเคยได้ทำมานะ

                                         

บุคคลอ้างอิง

 อ.วิรัส(ครูสอนว่ายน้ำคนแรก)

อ.วีระชัย ไตรแสง (ครูสอนว่านน้ำให้เป็นนักกีฬาคนแรก)

นายนรศักดิ์ โชลิตกุล (ผู้ทำให้ก้าวข้ามคนธรรมดามาเป็นนักกีฬาได้อย่างเต็มปาก)

คุณพ่อ  คุณแม่ เจ๊นก และ น้องพร  (ผู้ที่เป็นแรงดัน สนับสนุน และให้กำลังใจ จนมีวันนี้ )

ภาคผนวก

                                                                 

วัน - เดือน -  ปี

29 สิงหาคม พ.ศ. 2552