วันนี้ ช่วงที่ผมไปนิเทศติดตามผลงานสภาโรงเรียน โดยใช้วิธีนิเทศแบบสุนทรียปรัศนี ได้ของแถมนอกเหนือจากงานสภานักเรียน ท่าน รอง ผอ.โรงเรียน ได้เสนอมุมมองต่างๆ ที่หลากหลาย ดังนี้

1. เด็กที่หนีเรียน ไม่ใช่เพราะเขาเกลียดวิชาเรียน แต่เขาไม่ชอบครูที่เอาแต่บ่น จับผิด ตำหนิ ทำให้เขาไม่มีความสุข
2. คุณครูบางท่าน ก็ต้องการให้เด็กเข้าใจ และ ทำได้ เมื่อเด็กไม่ได้ ก็บ่นว่าเด็กไม่ฟัง แสดงว่าคุณครูก็พูดอย่างเดียว โดยไม่ฟังเด็ก ได้บอกกับคุณครูไปว่า คุณครูควรจะฟังเด็กบ้าง ให้เด็กได้พูด ได้มีส่วนร่วมบ้าง จะได้ทราบพื้นฐานของเด็ก จะได้สื่อสารและปรับการสอนให้เข้าใจ บางที ถ้าเด็กไม่เข้าใจเรื่องที่ครูสอน ก็น่าที่จะเปลี่ยนวิธีการสอนเสียใหม่ อาจจะให้เรียนเป็นกลุ่มก็ได้ เพื่อให้เด็กเก่ง ช่วยเด็กอ่อน
3. ตั้งแต่ไปอบรมเรื่องวินัยเชิงบวกมาที่พัทยา กลับมาตัวเองเริ่มเปลี่ยนไป จากคนดุ เอาจริงเอาจัง เปลี่ยนมาเป็นใจดี และ ยืดหยุ่นมากขึ้น จนคุณครูหลายท่านก็แปลกใจ
4. ถ้าเป็นไปได้ น่าจะกำหนด “ครู” ให้เด็กได้เลือกเรียนว่าวิชานี้ จะเลือกเรียนกับใคร เพื่อแก้ปัญหาการหนีเรียนของเด็ก
5. วิธีการนิเทศภายใน จะแบ่งครูเป็น 4 กลุ่มตามกลุ่มอายุราชการ 1. กลุ่มอายุราชการ 1 – 10 ปี 2. 11 – 20 ปี 3. 21 – 24 ปี 4. 25 ปี ขึ้นไป แต่ละกลุ่ม เมื่อนิเทศแล้ว จะให้ตัวแทนกลุ่ม กลุ่มละ 2 คน ไป แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มอื่นๆ จนครบทุกกลุ่ม และทั้ง 8 คนนี้ จะมาร่วมเป็นกรรมการบริหารโรงเรียน
6. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมครู ให้เป๋นครูใจดีที่เด็กชอบ สอนโดยยึดเด็กเป็นสำคัญ หรือ ใช้วินัยเชิงบวก เป็นเรื่องที่เปลี่ยนยาก สำหรับบางคน ได้ใช้วิธีดังนี้
6.1 เปลี่ยนที่ตัวเองก่อน ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนรุ่นเก่า อายุมากแล้ว ยังต้องเปลี่ยนตัวเอง จากที่ตัวเองดุ เอาจริงเอาจัง เปลี่ยนมาเป็นใจดี ยิ้มแย้ม ยืดหยุ่น และ เน้นการมีส่วนร่วม
6.2 จัดทำเกณฑ์พัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียน เกณฑ์ตัวนี้ จะเป็นเกณฑ์ที่ทำให้ครูอาจจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้
7. เทคนิคอย่างหนึ่งในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คือเกณฑ์พัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียน เป็นเทคนิคที่จะนำไปสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์
ก่อนกลับ ท่านรองฯ ชี้ให้ผมอ่านวินัยเชิงบวกที่ติดไว้หน้าตู้ ผมเลยนำภาพมาฝาก

โดนใจมากค่ะ ท่านรอง มุมมองนี้โดนใจครู ป.1 มาก
"เด็ก" แม้จะตัวเล็กๆก็มีหัวใจ ใช่ไหมคะ
โดนเหมือนกันครับ
โดน โดน...
ชอบมาเลย วินัยเชิงบวก
ถ้าคุณครูทุกท่าน นำวินัยเชิงบวกมาใช้ ผมว่าคงจะไม่มีเด็กหนีเรียนนะครับ
ขอบคุณครับ
วินัยเชิงบวก ถ้านำมาใช้ จะแก้ปัญหาเด็กได้หลายๆอย่างเลยครับ
ขอบคุณครับ
อย่าว่าแต่นักเรียนเลยค่ะ คนทำงานก็ต้องการเหมือนกันค่ะ ที่จริง ทฤษฎี แบบสุนทรียปรัศนี (อะไรก็ยังไม่เข้าใจคงต้องหาความรู้เพิ่ม)น่าจะให้ได้ทุกหน่วยงานและสามารถให้ได้กับชีวิตเราด้วยนะ ทำอย่างไรไม่ให้คนรอบข้างเบื่อเรานะ
โดนใจธรรมฐิตเหมือนกันขอรับท่านรอง..
มองต่างมุมนะคะ...ตามความคิดเกี่ยวกับระบบราชการค่ะ
"ถ้าเป็นไปได้ น่าจะกำหนด “ครู” ให้เด็กได้เลือกเรียนว่าวิชานี้ จะเลือกเรียนกับใคร เพื่อแก้ปัญหาการหนีเรียนของเด็ก" ถือว่าเป็นแนวทางเลือกที่ดีมาก ๆ ค่ะ แต่ัยังติดปัญหาที่ว่า...
1. จำนวนครูมีน้อย ยิ่งหากครูสอนคณิตศาสตร์ด้วยแล้วคงจะมีน้อย
2. ครูที่สอนดีส่วนใหญ่เด็กจะเลือก...เมื่อเด็กเลือกจำนวนมากทำให้รับภาระนั้นไม่ไหว
3. ครูที่ไม่โดนเลือกสะบายแฮ...ในระบบราชการไทย
ขอบคุณมากค่ะท่านรองฯ
วินัยเชิงบวก ผมว่านำไปใช้ในหน่วยงาน ในที่ทำงานได้เป็นอย่างดีเลยนะครับ
สุนทรียปรัศนี ก็นำไปใช้ได้ดีครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ
ทั้งสามข้อ ตรงกับความเป็นจริงที่อาจารย์ว่ามาทุกประการครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ ท่านรองฯ
ครูตาขอยืมเรื่องวินัยเชิงบวกไปติดไว้ที่ห้องสภานักเรียนนะคะ
ช่วยกันเผยแพร่วินัยเชิงบวกครับ
ขอบคุณครับ
เด็ก ประเมิน ครู ดีมากเลยครับ
ผมขอชมเชยวิทยาลัยพยาบาลนะครับ ที่สามารถทำได้
แต่ โรงเรียนผมว่ายากอยู่เหมือนกันนะครับ จะลองพยายามทำดูครับ
ขอบคุณสำหรับสาระดีๆครับ
การประเมินควรวัดที่การเรียนรู้ของเด็กครับ
เรามีครูวิทยาฐานะ ชำนาญการ เชี่ยวชาญ รวมไปถึง ผศ. รศ. กระทั่ง ศ. มากมายก่ายกอง
รัฐเอาถาษีประชาชนไปจ่ายเป็นค่าตำแหน่งให้
สุดท้ายนักเรียนได้อะไร
ภรรยาผมบอกว่า เด็กนักเรียนโง่ลงทุกปี
เพื่อนครูหลายคนก็บอกอย่างนั้น
สุนทรียปรัศนี สนใจคำนี้ค่ะ
มีข้อแนะนำมั๊ยคะท่านรองฯ
ผลงานวิชาการมีมากขึ้น แต่เด็กโง่ลง
เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ
ขอบคุณครับ
ลองอ่านสุนทรียปรัศนี บันทึกนี้ (คลิ้ก) ดูนะครับ
ขอบคุณครับ