โรคฮีโมฟีเลียและโรคเลือดออกง่ายทางพันธุกรรม    เป็นโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูง   เป็นปัญหาสำคัญของประเทศปัญหาหนึ่ง    และก่อให้เกิดปัญหาด้านจิต-สังคมอีกด้วย  ผู้ป่วยบางรายยังขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเอง เกิดปัญหาการเจ็บป่วยซ้ำซ้อน ความพิการ   ปัญหาการปรับตัวให้เข้ากับสังคม   ปัญหาการศึกษา และการเลือกงานที่เหมาะสมกับตนเอง

จังหวัดน่านเป็นจังหวัดชายแดนที่อยู่ห่างไกลหน่วยบริการรับส่งต่อผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลีย   มีผู้ป่วยเป็นโรคโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียจำนวน 14 คน และโรคเลือดออกง่ายทางพันธุกรรมอื่นจำนวน 26 คน  ชมรมผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียจังหวัดน่านได้ผลักดันให้โรงพยาบาลน่านเป็นศูนย์รับรักษาโรคฮีโมฟีเลีย   ภายใต้โครงการโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ   ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2550  ดำเนินการโดยโรงพยาบาลน่านและโรงพยาบาลท่าวังผา

การดูแลผู้ป่วยประกอบด้วย การป้องกันภาวะเลือดออก การดูแลช่องปากและฟัน การฉีดแฟกเตอร์เข้มข้นเมื่อมีเลือดออกเริ่มแรก  การกายภาพบำบัด การป้องกันความพิการ   การติดตามเยี่ยมที่บ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยให้สามารถดูแลตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามผู้ป่วยส่วนใหญ่มีฐานะยากจน   มีภูมิลำเนากระจายอยู่ตามอำเภอที่ห่างไกลของจังหวัดน่าน    มีความยากลำบากในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคม   เนื่องจากความเจ็บป่วยจากการมีเลือดออกตามร่างกายบ่อยๆ ทำให้ต้องขาดเรียน หยุดทำงาน บางสังคมไม่เข้าใจในภาวการณ์เจ็บป่วยของโรคนี้    เนื่องจากไม่มีความเข้าใจในโรคฮีโมฟีเลีย   จึงไม่ได้เอื้ออำนวยความสะดวกหรือยกเว้นในการดำเนินกิจกรรมในสังคม   และไม่สามารถให้การช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บมีเลือดออกที่ถูกต้องได้   ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวเป็นอย่างมาก

 ชีวิตโดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยอาศัยในชุมชนของตนเองเมื่อเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือการเจ็บป่วยที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต  ต้องรับการดูแลรักษาเบื้องต้นที่ชุมชนนั้น ก่อนที่จะส่งตัวมารับการรักษาที่โรงพยาบาลน่าน  ประกอบกับผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคฮีโมฟีเลีย  เมื่อสมาชิกในชุมชนมีอาการคล้ายโรคฮีโมฟีเลียจึงไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตามมาตรฐานที่กำหนด  ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตด้วยอาการเลือดออกไม่หยุดในกลุ่มเครือญาติผู้ป่วย จำนวน 6 คน 

นอกจากนี้การป้องกันการเกิดโรคฮีโมฟีเลียรายใหม่ด้วยการค้นหาพาหะและตรวจวินิจฉัยภาวะที่มีพาหะโรคฮีโมฟีเลียแฝงในชุมชน ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังไม่ครอบคลุมพงศาวลีของผู้ป่วยทุกราย

ชุมชนที่ผู้ป่วยอาศัยอยู่แต่ละแห่งมีต้นทุนในสังคมอยู่แล้ว  ได้แก่ ผู้นำชุมชน ทรัพยากรในชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง   มีศักยภาพในการช่วยเหลือเกื้อกูลสมาชิกในชุมชน สามารถให้การดูแล เฝ้าระวัง ป้องกันโรคฮีโมฟีเลียได้   เพียงแต่ขาดความรู้ความเข้าใจในโรคฮีโมฟีเลียเท่านั้น 

ด้วยสิ่งเหล่านี้จึงมีแนวคิดในการพัฒนาระบบการเฝ้าระวัง   ป้องกันโรคฮีโมฟีเลียโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในจังหวัดน่าน   ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า  ด้วยการจัดตั้ง ศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียและโรคเลือดออกง่ายในชุมชนจังหวัดน่านขึ้น 

          เพื่อเป็นศูนย์กลางความรู้และการแลกเปลี่ยนในการดูแลตนเอง เสริมสร้างพลังให้แก่กันและกัน และเพิ่มศักยภาพให้ชุมชนในการค้นหาผู้ป่วยในชุมชน   ป้องกันการเกิดผู้ป่วยรายใหม่   สนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียและครอบครัว  ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข    และมีคุณภาพชีวิตที่ใกล้เคียงกับคนปกติ  ปราศจากความพิการและภาวะแทรกซ้อนได้