มีการทำภาชนะเครื่องของใช้อันแสดงถึงวัฒนธรรมแต่ละกลุ่มชนชัดเจนยิ่งขึ้น

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้ว  จากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบตามส่วนต่าง ๆ ทั่วบริเวณเมืองไทยในปัจจุบันว่า...เป็นช่วงที่กลุ่มคนยังไม่รู้จักเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์  แต่ใช้ชีวิตตามธรรมชาติหาของป่าล่าสัตว์บกสัตว์น้ำกินเป็นอาหารเร่ร่อนหมุนเวียนไป  อาศัยเชิงผาในถ้ำหรือราวป่าชั่วคราว  มีการสร้างเครื่องมือจากหินกรวดหยาบ ๆ เอาไว้ขูด  ตัด  เฉือน 

ต่อมาราวประมาณ 10,000 7,000 ปีล่วงแล้วธรรมชาติสอนให้คนเหล่านั้นรู้จักล่าสัตว์ใหญ่  ทำเครื่องกับดักสัตว์  ทำหน้าไม้ ลูกดอก อาศัยตามแหล่งเพิงพักใกล้ริมฝั่งน้ำ  ชายทะเลบ้าง เริ่มมีการใช้หิน  แกนหินมีผิวเรียบขัดมันและมีเครื่องมือทำจากไม้มากขึ้น 

 ช่วงประมาณ 4,500-4,000 ปีล่วงแล้วที่คนเราเริ่มเรียนรู้การเพาะปลูกข้าวทำนาหว่านและเริ่มมีสัตว์เลี้ยง ไก่ หมู  วัว   เริ่มมีการผลิตเครื่องปั้นดินเผามีการวาดลายเส้นสวยงามขึ้นเพื่อการใช้งานและพิธีกรรมที่ค้นพบคือ แหล่งโบราณคดีบ้านเก่า อ. เมือง จ. กาญจนบุรี  แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง อ. หนองหาน  จ. อุดรธานี  แหล่งโบราณคดีโนนวัด  อ. พิมาย  จ. นครราชสีมา 

การเพาะปลูก  การเลี้ยงสัตว์  เพื่อการอยู่การกินเลี้ยงปากท้องของคนยุคนี้ส่งให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมใหม่มีการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม  มีการแลกเปลี่ยนสิ่งของ 

 มีการเริ่มตั้งถิ่นที่อยู่เป็นหลักถาวร มีพิธีกรรมทางความเชื่อการฝังศพมีความเชื่อเรื่องเครื่องประดับตกแต่งร่างกายผู้ตายมีการสร้างกฎกติกาที่คนในสังคมยอมรับ  มีการทำภาชนะเครื่องของใช้อันแสดงถึงวัฒนธรรมแต่ละกลุ่มชนชัดเจนยิ่งขึ้น