วันนี้หลังจากเข้าสอนนิสิตตั้งแต่ช่วงบ่ายโมงไป 3 คาบเลยแล้วต่อด้วยเข้าประชุมเพื่อปรับปรุงหลักสูตร ป. โท สาขาไทยคดีศึกษา ของ ม. ทักษิณถิ่นสงขลาไปถึงเย็นแล้วจึงย้อนคืนกลับรังนอนในเมืองนครหาดใหญ่ ยามเย็นรถราหนาแน่นมากก็คนสงขลาไปทำงานในเมืองหาดใหญ่แต่คนหาดใหญ่ก็เข้าไปทำงานในเมืองสงขลาสลับกันอยู่อย่างนี้ละเวลางานเลิกเลยรถติด อิ อิ อิ...
ช่วงว่างเลยมีเรื่องเล่านักปรัชญาอินเดียต่อจากตอนที่แล้ว เขาคนนี้เป็นศาสตราจารย์ทางปรัชญาโดยตรง เกิดในตระกูลพราหมณ์ ในรัฐเบงกอล เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2418 คุณพ่อเขาเป็นพ่อค้าอยู่ในเมืองกัลกัตตา เขาเรียนจบได้รับใบปริญญา เกียรตินิยม เมื่อปี พ.ศ. 2439
เริ่มรับราชการเป็นอาจารย์สอนปรัชญาในปี พ. ศ. 2441 -2480 เขานิยมชมชอบวิชาปรัชญามาแต่เด็ก ๆและยังชอบกวีวรรณกรรมรวมถึงการดนตรีด้วยเพื่อพักผ่อนสมอง และเขาจบชีวิตลงเมื่อ 11 ธ.ค. พ.ศ. 2492
มุมมองทางปรัชญาของเขาอย่าง...ตีความคำว่า ฉัน ใน 3 ระดับเช่น
1 . ฉัน หรือ I ของคนไม่เคยฝึกจิต จะบอกว่า ร่างกายที่รับรู้ได้จากภายนอก
2 . ฉัน หรือ I ของคนที่เริ่มฝึกจิต จะบอกว่า ร่างกายที่รับรู้ได้จากภายใน
3 . ฉัน หรือ I ของคนที่ฝึกจิตสูงพอสมควรแล้ว จะบอกว่า ว่างจากตัวตน เหมือนร่างกายหายไปจากความรู้สึก
คำว่า...ฉัน...ในที่นี้คือ อาตมัน ในศาสนาพราหมณ์ คือ Sbject เพื่อหมายถึงผู้กระทำการเอง และเขาคนนี้คือ...
กฤษณจันทระ ภัฏฏาจารย์...Krishnchandra Bhattachryya. นั้นแล.