การบริหารตนเอง

คนเราส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับการทำงานถึงวันละ 7-8 ชม. หรืออาจมากกว่า เมื่อหักเวลานอนออกไปแล้ว นับว่าเราใช้ชีวิตทำงานมากกว่าครึ่งหนึ่งของเวลาตื่นเลยที่เดียว  ดังนั้น ถ้าเราไม่มีความสุขในการทำงาน ก็เท่ากับว่าชีวิตครึ่งหนึ่งของเราไม่มีความสุข อาจส่งผลถึงด้านอื่นๆในชีวิตให้ไม่มีความสุขตามไปด้วย ยังส่งผลกระทบทางอ้อมที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่เราร่วมงาน และครอบครัวที่เรารัก

ดิฉันจึงได้น้อมนำ  พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่ได้พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 6 กรกฎาคม  2531 มาเป็นแนวทางในการทำงานและดำเนินชีวิต  ซึ่งกล่าวว่า

ผู้ที่จะสร้างความสำเร็จในการงานและมีชีวิตที่แน่นอนนั้น ควรมีคุณสมบัติประกอบพร้อมกันอย่างน้อย 5 ประการ ประการแรก ควรจะต้องมีความสุจริต ความมีใจจริง ความอุตสาหะอดทน  และความเสียสละเมตตาเป็นพื้นฐานของจิตใจ  ประการที่สอง ควรจะต้องมีวิชาการความรู้ที่ถูกต้อง แม่นยำ ชำนาญ พร้อมทั้งมีฝีมือหรือความสามารถในเชิงปฏิบัติ เป็นเครื่องมือสำหรับประกอบการ  ประการที่สาม ควรจะต้องมีสติ  ความยั้งคิด และวิจารณญาณอันถี่ถ้วนรอบคอบ เป็นเครื่องควบคุมกำกับให้ดำเนินไปได้โดยถูกต้องเที่ยงตรงตามทิศทาง ประการที่สี่จะต้องมีความรอบรู้ มีความสามารถประสานงานประสานประโยชน์กับผู้อื่นอย่างกว้างขวาง เป็นเครื่องส่งเสริมให้ทำงานได้คล่องตัวและก้าวหน้า และประการที่ห้าซึ่งสำคัญที่สุดจะต้องมีความฉลาดรู้ในเหตุในผลในความผิดถูกชั่วดี ในความพอเหมาะพอสม    ซึ่งเป็นเครื่องตัดสินและสั่งการปฏิบัติงานทั้งมวลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

และมีแนวทางการสร้างความสุขในการทำงานโดยการบริหารตนเองเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดดังต่อไปนี้

1.การแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี ต้องมีสติและใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา  อย่าใช้อารมณ์ตามอารมณ์ให้ทัน  ควบคุมอารมณ์ให้ได้  ควรเริ่มต้นแก้ปัญหาที่สาเหตุเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมเพราะเมื่อแก้ปัญหาได้ก็จะสบายใจหายเครียด

2. การบริหารเวลาอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ  และมีเวลาเหลือสำหรับการพักผ่อนกับครอบครัวมีกิจกรรมร่วมกัน  เช่นออกกำลังกาย  การฝึกสมาธิ  ทำให้เครียดน้อยลงควรทบทวนดูว่าใช้เวลาแต่ละวันไปกับเรื่องใดบ้างเพื่อการจัดแบ่งเวลาให้เหมาะสม

3. การปรับเปลี่ยนความคิด คิดเชิงบวก  คิดให้ยืดหยุ่นมากขึ้น  คิดอย่างมีเหตุผล  มองว่าทุกปัญหามีทางแก้ไขได้  และเป็นการท้าทายความสามารถของตน

4. การสร้างเข้มแข็งทางจิตใจ จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว  จิตใจที่เข้มแข็งจะช่วยให้เอาชนะความเครียดได้การสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจโดยสร้างความเชื่อมั่นให้ตนเองพัฒนาปรับปรุงตัวเองเข้าใจชีวิตว่าไม่มีอะไรแน่นอนไม่ยึดติดกับอดีตหรือกังวลกับอนาคตมากเกินไป  และอย่าลืมสร้างความอบอุ่นในครอบครัวเพราะครอบครัวเป็นกำลังใจที่สำคัญในการต่อสู้กับอุปสรรคทุกด้านที่เข้ามาในชีวิต

5. การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน การที่ผู้ร่วมงานมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันร่วมมือกันในการทำงานจะทำให้เกิดความอบอุ่นมีกำลังใจและสนุกสนานกับงานมากกว่าการทำงานโดยลำพัง  การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงานสามารถทำได้โดยเอาใจเขามาใส่ใจเราอยู่เสมอ

6. การพูดอย่างสร้างสรรค์ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน สวัสดี ขอโทษ ขอบคุณ เป็นประโยคที่ควรพูดติดปากแสดงถึงการมีมรรยาทและเป็นเสน่ห์แก่ผู้พูด  หมั่นพูดชมเชยไต่ถามทุกข์สุขให้กำลังใจ  ประสานความเข้าใจเพื่อลดความขัดแย้งในการทำงานจะช่วยตัดปัญหาลดความเครียด