ให้ร้องเพลงจากท้อง หรือพูดให้เสียงออกมาจากท้อง

เทคนิคการใช้เสียงเพื่อการร้องเพลงและการพูด ความสามารถเรื่องการใช้เสียงเป็นทั้งพรสวรรค์และพรแสวงของข้าพเจ้า  เนื่องจากข้าพเจ้าชอบอ่านบทกลอนและอ่านทำนองเสนาะมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ  และมักจะได้รับโอกาสเป็นตัวแทนของเพื่อนๆ ในการประกวดอ่านบทกลอน อ่านทำนองเสนาะ และร้องเพลงมาตั้งแต่สมัยประถม-มัธยม  หลังจากได้เข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยก็ได้มีโอกาสฝึกฝนเพิ่มเติม จากการเข้าร่วมชมรม และอบรมเทคนิคการใช้เสียงจากสถาบันต่างๆ เช่น โรงเรียนดนตรีมีฟ้า ในเครือบริษัทแกรมมี่ จำกัด สถาบันดนตรีบ้านครูโรจน์ มนต์ชีพสตูดิโอของครูเป็ดมนต์ชีพ ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ เพื่อพัฒนาการใช้เสียงเพื่อการร้องเพลงและการพูดในระดับที่สามารถให้คำแนะนำ หรือถ่ายทอดเทคนิคต่างๆ ให้กับผู้อื่นได้

                โดยในที่นี้จะขอแนะนำเทคนิคเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจพัฒนาเรื่องของการใช้เสียงดังต่อไปนี้ ประการที่แรกคือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงทั้งกายและใจ โดยการดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง (ไม่เย็น และไม่ร้อน) เพื่อถนอมและรักษาเส้นเสียง ไม่ตะโกนหรือพูดเสียงดังจนเกินไป ไม่ทำลายสุขภาพด้วยการสูบบุหรี่หรือดื่มสุรา เป็นต้น ประการต่อมาคือ การต้องหมั่นฝึกฝน การฝึกฝนในชั้นตอนแรกคือการบริหารกล้ามเนื้อเส้นเสียง ซึ่งจะมีอยู่หลายเทคนิค เช่น การขยายช่วงเสียง โดยการวอร์มเสียงกับเปียโน การยืดเส้นเสียงเพื่อให้เส้นเสียงมีความยืดหยุ่นได้ดี สำหรับขั้นตอนต่อมาคือการวอร์มกล้ามเนื้อปากให้พร้อมก่อนการร้องเพลงหรือการพูด เพราะเวลาที่เราร้องเพลงกล้ามเนื้อปากจะต้องมีการใช้งานที่มากขึ้น ซึ่งการวอร์มกล้ามเนื้อปากจะใช้คำว่า “Bubble” โดยให้ริมฝีปากและบนประกบกันอย่างพอดีแล้วค่อยๆ ให้ลมไหลผ่านออกมาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะให้กล้ามเนื้อปากมีความยืดหยุ่นมากขึ้นและเป็นการเตรียมกล้ามเนื้อปากให้พร้อมการก่อนร้องเพลงหรือพูดอีกด้วย ขั้นตอนที่ถือว่าสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือการฝึกควบคุมลมหายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะ นักร้องหรือนักพูดที่ดีต้องฝึกควบคุมลมหายใจเพื่อจะได้ไม่เหนื่อยง่าย เพราะขณะที่ร้องเพลงหรือพูดต้องใช้แรงค่อนข้างเยอะ การฝึกควบคุมลมหายใจนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ซึ่งจะขอแนะนำเทคนิควิธีที่เรียกว่า มือซ้ายทรงพลัง กล่าวคือ ให้นำมือซ้ายไปวางไว้ที่พุง (ขอเรียกว่าพุงเพราะเป็นบริเวณกระเพาะอาหาร) โดยให้นิ้วโป้งอยู่บริเวณลิ้นปี่ และอีกสี่นิ้วชิดติดกันวางอยู่เหนือสะดือ จากนั้นฝึกหายใจเป็น Loop โดยให้ลืมเรื่องหายใจไปเลย แต่ให้จินตนาการว่ามือซ้ายของเรามีพลังหรือกำลังภายใน (แบบหนังจีน) ที่สามารถดึงหน้าท้องให้ป่องหรือฟูขึ้นมาได้ และสามารถบังคับให้แฟ่บหรือยุบลงได้ โดยฝึกทำเช่นนี้ให้ชินโดยนับเป็นจังหวะว่า ป่อง-ยุบ ๆ จำนวน 30 ครั้ง หลังจากให้ฝึกจินตนาการว่ามือซ้ายยังสามารถพยุงให้กล้ามเนื้อตรงพุงนั้นให้คงที่หรือค้างอยู่ได้ในขณะที่มีอากาศอยู่ในพุงหลังจากหายใจเอาอากาศเข้าไปในตอนแรกแล้ว เมื่อฝึกควบคุมการให้พุงสามารถป่อง-ค้าง-ยุบ ได้ในระยะหนึ่งจนรู้สึกคุ้นเคยแล้ว จึงนับจังหวะ โดยในช่วยหายใจเข้านับ 6 วินาที (พุงป่อง) แล้วค้างไว้ อีก 6 วินาที จากนั้นค่อยๆ หายใจออกอีก 6 วินาที (พุงยุบ) โดยเราจะเรียกขั้นตอนทั้ง 3 ว่า 1 Loop ซึ่งในหนี่งวันจะต้องฝึกฝนอย่างน้อย 30 Loop อย่างเป็นประจำเพื่อให้กล้ามเนื้อท้องแข็งแรง เก็บแรง Support ไว้สำหรับร้องเพลงหรือพูดได้มาก หรือที่บุคคลทั่วไปมักจะใช้คำว่า ให้ร้องเพลงจากท้อง หรือพูดให้เสียงออกมาจากท้อง นั้นเอง และเมื่อฝึกได้ 6 วินาทีแล้วต้องเพิ่มความยาวของวินาทีได้เรื่อยๆ จาก 6 เป็น 8 เป็น 10 เป็น 12 จนถึงประมาณ 16 วินาที ซึ่งจะทำให้สามารถใช้เสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เหนื่อยง่ายเวลาที่ร้องหรือใช้เสียงพูดนานๆ เหตุผลที่ข้าพเจ้าเลือกความสามารถที่ซ้อนอยู่ในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากข้าพเจ้าไม่ได้เรียนจบศาสตร์ด้านนี้มาโดยตรง แต่ก็เคยอยู่ในโรงเรียนสอนร้องเพลงแนะนำหลักการของการใช้เสียงให้กับผู้ที่สนใจได้ และบุคคลทั่วไปที่รู้จักและพูดถึงข้าพเจ้าก็มักจะนึกถึงในด้านของการร้องเพลงและการพูด (พิธีกร) ให้ช่วยแนะนำ บอกเทคนิค หรือสอนวิธีการใช้เสียงให้กับบุคคลเหล่านั้น ซึ่งข้าพเจ้าก็มีความยินดีและดีใจที่ได้มีโอกาสถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้แก่บุคคลอื่นที่สนใจต่อไป