วันนี้หลังจากให้อาหารกายแล้ว

ก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ริมสระน้ำกลางท้องทุ่ง

วันนี้วันหยุดเลยเห็นเด็กๆมาช่วยพ่อแม่ทำงานอยู่กลางท้องทุ่ง

บ้างก็อยู่ในนาข้าว  บ้างก็เก็บผัก  บ้างก็รดน้ำพืชพันธ์ที่ปลูกไว้

หรือบ้างก็เล็กๆวิ่งไล่กันตามคันนา

ดูแล้วมีความสุขใจตามปกติวิสัยคนโง่อย่างธรรมฐิต

เลยนึกถึงคำกลอนของเพื่อนสหธรรมิกด้วยกัน

ตอนที่เคยทำงานอบรมเด็กตามสถานที่ต่างๆเมื่อครั้งเก่าก่อน

เลยค้นหาจนพบแล้วมาบันทึกไว้    ที่นี้

 

             ไอ้ลูกอัปรีย์                                               

พ่อแบกไถ  ไปนา   ยามฟ้าสาง

ลูกคิดสร้าง  ความชั่ว  ให้มัวหมอง

แม่รดผัก  ตักน้ำ  ในลำคลอง

ลูกไปจอง  ตั๋วหนัง  แต่ยังวัน

พ่อถากฟัน  ดินนา  จนฟ้าสาย

ลูกสบาย  อัดบุหรี่  มีความฝัน

แม่กินข้าว  กับเกลือ  เมื่อเที่ยงวัน

ลูกสุขสันต์  ข้าวมันไก่  ใจใหญ่พอ

พ่อมือแตก  บอบช้ำ  เพราะถางป่า

ลูกเที่ยวบาร์  เต้นรำ  ช้ำใจหนอ

แม่นุ่งผ้า  ผืนหนึ่ง  ซึ่งมอซอ

ลูกสุดหล่อ  นุ่งมอร์ส  ยอดไปเลย

พ่อตัวดำ  หลังคู้  อยู่กลางทุ่ง

ลูกมัวยุ่ง  เรื่องผู้หญิง  ไม่นิ่งเฉย

แม่รับจ้าง  ตามลำเค็ญ  ไม่เว้นเลย

ลูกไม่เคย  ตั้งใจ  ในการเรียน

พ่อร้องให้  เมื่อทราบข่าว  เงินตราหมด

ลูกคิดคด  ทำให้พ่อ  ก่อปวดเศียร

แม่ถางไร่  ไถนา  แทบอาเจียน

ลูกหมั่นเพียร  รีดไถ  ใช้เงินตรา

พ่อฝ่าฝน  ขนของ  ไปตลาด

ลูกองอาจ  เล่นพนัน  ทางตัณหา

แม่ขาดเลือด  เหลืองผอม  ตรอมอุรา

แต่ลูกยา  ใจดำ  แม่ช้ำใจ

ลูกอัปรีย์  พ่อแม่มี  แต่ลำบาก

ความทุกข์ยาก  เหลือล้น  พ้นวิสัย

ว่าไม่นอน  สอนไม่ฟัง  กรรมปางใด

พ่อทุกข์ใจ  แม่มีมาร  ตรอมใจตาย

ใครมีลูกดั่งคำกลอนมีหวังช้ำใจตายจริงๆท่านว่าไหม

ธรรมะสวัสดีขอรับ