คุณสมบัติน้ำยางสด

วิสัจชนา:ประกอบด้วยหายปัจจัยด้วยกัน เช่น

            - คุณสมบัติของตัวน้ำยางเองคือ หลังจากการกรีด น้ำยางสดจะคงสภาพเป็นน้ำยางไม่เกิน 6 ชั่วโมง จากนั้นจะเกิดการเสียสภาพ จากคุณสมบัติ 

๑.Flocculation เกิดการจับตัวเป็นเม็ดเล็กๆ (เม็ดพริก) หลังจากกรีดยางประมาณ 2 ชั่วโมง จะเริ่มจับตัวเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเม็ดพริก       แล้วค่อยๆ หนืดขึ้น

๒.Coagulation จับตัวเป็นก้อน เกิดการแยกเป็น 2 ส่วน คือ ยาง และ เซรุ่ม

๓. Gelation จับตัวทั้งก้อน เสียสภาพแล้ว แต่ยังคงรูปเป็น Gel

                    - ปัจจัยจากสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ เมื่อน้ำยางได้รับความร้อน ก็สามารถทำให้จับตัวได้เช่นกัน

 

                    - การเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในน้ำยาง เนื่องจากในน้ำยาง มีประกอบของน้ำตาลชนิดคิวบาซิทอล ประมาณ 1%

และ กลูโคส ซูโคส ฟรุกโตส ปริมาณเล็กน้อย เป็นน้ำตาลที่เหมาะแก่การเจริญของแบคทีเรีย ที่อยู่ในน้ำยาง น้ำตาลเหล่านี้จะถูกแบคทีเรีย

ใช้เป็นอาหาร เกิดปฏิกิริยาการย่อยสลายทำให้เกิดกรดไขมันที่มีโมเลกุลขนาดเล็กๆ (Short chain fatty acid)ในส่วนของเกิดการบูดเน่า มีกลิ่นเหม็นของน้ำยาง เกิดจาก ในน้ำยางมีส่วนประกอบของโปรตีนและกรดอะมิโน

ยางจะเกิดการสูญเสียสภาพและรวมตัวเป็นก้อน โดยกรดเหล่านี้จัดเป็นกรดไขมันที่ระเหยได้ง่าย เรียกชื่อว่า VFA(Volatile fatty acid)

VFA ประกอบด้วย กรดฟอร์มิค กรดอะซิติก และกรดโพรไพโอนิค VFA จึงเป็นค่าที่บ่งบอกถึงความสามารถในการรักษาสภาพของน้ำยาง

 

   

ในส่วนของโปรตีนที่อยู่บริเวณผิวของอนุภาคยางนี้ จะมีส่วนประกอบของกำมะถัน (Cystine disulphide linkage)อยู่ประมาณ  5 %  

ดังนั้นขณะที่น้ำยางเกิดการเสียสภาพ   จะเกิดการบูดเน่า โดยโปรตีนในส่วนนี้จะสลายตัวให้สารประกอบพวก ไฮโดรเจนซัลไฟด์

และสารเมอร์แคปแทน(Mercaptan) ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นขึ้น  

อ้างอิง:

  - เสาวณีย์ ก่อวุฒิกุลรังษี, การผลิตยางธรรมชาติ, 2547, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี