คณะกรรมการอำนวยการโครงการมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๔ ส.ค. ๕๒   แต่ผมเข้าประชุมไม่ได้เพราะติดนัดอื่นเสียก่อนแล้ว    อย่างไรก็ตาม ผมได้เสนอต่อทีมจัดการโครงการ ๒ ประการ

๑. ขอให้มีเอกสารหรือแฟ้มประชุม ส่งให้กรรมการล่วงหน้า ๑ สัปดาห์ หรืออย่างน้อย ๓ วัน   นี่คือมาตรฐานการประชุมที่ดี


๒. ขอให้กำหนดวันประชุมเป็นปฏิทินล่วงหน้าเป็นปี   เพื่อให้กรรมการที่มีภารกิจยุ่งจัดเวลาเข้าประชุมได้    นี่ก็มาตรฐานการประชุมที่ดีเหมือนกัน

          วันที่ ๒๕ ส.ค. ๕๒ ได้พบ ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา ซึ่งเป็นกรรมการอำนวยการฯ ท่านหนึ่งด้วย และท่านได้เข้าประชุม   จึงได้มีโอกาสถามเรื่องการประชุมนี้จากท่าน   ท่านก็มีความเห็นเช่นเดียวกันกับ ๒ ข้อข้างบน   และเห็นพ้องกับผมในข้อเสนอ ข้อที่ ๓ ตามชื่อเรื่อง    คือ ให้แยกระหว่างกลไกจัดการโครงการ กับกลไกประเมินคุณภาพอย่างเข้มงวด (critical review)

          คือต้องอย่าหลงใช้ฝ่ายจัดการเอง ทำหน้าที่ critical review   เพราะไม่ว่าฝ่ายจัดการจะเก่งแค่ไหน   ก็จะทำให้โครงการไม่ไปสู่ excellence   แต่จะไปสู่ mediocrity   ต้องไม่ลืมว่า peer review คือกลไกยกระดับความสบายและความเป็นกันเองทางวิชาการ ขึ้นไปสู่ความพิถีพิถันรอบคอบเอาจริงเอาจังทางวิชาการ

          Excellence ทางวิชาการมีส่วนที่เป็นนามธรรม หรือ qualitative หรือ subjective  มากกว่าส่วนที่เป็นรูปธรรมหรือ quantitative หรอ objective   จึงต้องใช้ peer review เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการคุณภาพทางวิชาการเสมอ   และการเลือกบุคคลที่ถูกต้องมาเป็น reviewer เป็นความรับผิดชอบ หรือฝีมือของฝ่ายจัดการ 

          Mediocrity ทางวิชาการมาจากความเป็นกันเองทางวิชาการ และที่ร้ายที่สุดคือการเล่นพวก   หรือระบบอุปถัมภ์ วัฒนธรรมอุปถัมภ์ ที่ครอบงำสังคมไทยอยู่

วิจารณ์ พานิช
๒๖ ส.ค. ๕๒