บ้านเรายังยึดติดกับการวัดผลด้วย "ข้อสอบ" มากเกินไป ... แม้แต่วิชาเรียนในระดับปริญญาโท-เอกหลายๆวิชา การวัดผลยังใช้ข้อสอบเป็นส่วนใหญ่ แน่นอน วิธีนี้สบายอาจารย์ เพราะไม่มีอะไรสบายเท่าการตรวจข้อสอบ แต่ผลเสียที่ได้กับตัวเด็กก็คือ เด็กแทบจะไม่รู้อะไรเลย นอกจากวิธีการทำข้อสอบให้ดี
การทำข้อสอบแม้จะเป็นการวัดการแก้ปัญหาให้ได้ภายใน 1-3 ชั่วโมง แต่ในความเป็นจริง ปัญหาที่เจอในงานวิจัย หรืองานใน office เป็นปัญหาที่ซับซ้อนกว่านั้น นอกจากจะต้องใช้สมองแล้ว ความอึด (stamina) ยังสำคัญไม่แพ้กัน ผมรู้สึกว่า วิชาในระดับปริญญาตรีปีท้ายๆ หรือปริญญาโท-เอก ควรจะมีการฝึกฝนตรงนี้ไว้ด้วย โดยการให้เด็กทำ project ที่ต้องใช้เวลา+ พลัง + ความสามารถในการเขียน/พูด เข้ามาด้วยกัน
อุปสรรคคือ
- การตรวจโปรเจคเป็นงานที่เหนื่อยมาก ผมเคยให้เด็กทำ project ในวิชาระดับปริญญาตรีปี 3 ที่ผมสอน แต่เอาเข้าจริงๆตอนตรวจผมเกือบตาย แทบไม่หลับไม่นอน เพื่อตรวจให้ทัน
- เด็กบ้านเราชอบเริ่มทำงานวันสุดท้าย ประมาณว่าถ้าไฟไม่ลนก้นก็ไม่เริ่ม ดังนั้น ท้ายสุดแล้วงานที่พวกเขานำมาส่งก็จะเป็นงานที่เร่งๆรีบๆทำเอามาส่ง คุึณภาพระดับ subpar หากเป็นแบบนี้ เด็กก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรมากนัก ใช้ข้อสอบอย่างเดียวอาจจะดีเสียกว่า
ผมพยายามอย่างมากในการแก้ปัญหาสองข้อดังกล่าว ข้อแรกนั้น หากมหาลัยมีเงินให้จ้างผู้ช่วยสอน ปัญหาเรื่องนี้ก็หมดไป แต่ปัญหาข้อสองนี่ค่อนข้างจนปัญญาครับ (จริงๆมีวิธีแก้ แต่วิธีแก้นั้นทำให้งานผมหนักขึ้นอีก เลยไม่ทำ) ผมอยากได้วิธีแก้ปัญหาข้อสองโดยที่ไม่ทำให้งานของอาจารย์หนักขึ้น ไม่ทราบว่าเป็นไปได้ไหม?
เห็นด้วยนะคะ เรื่องการทำงานส่งในวันท้ายๆใกล้กำหนดส่ง บางครั้งเย็บเล่มแบบร้อนๆออกจากเตาเลยทีเดียว
ส่วนการทำ project ถ้าทำเป็นกลุ่ม การกินแรงก็จะเข้ามามีบทบาทด้วยเช่นกัน
แล้วอาจารย์ทำดุษฎีฯถึงไหนแล้วค่ะ เป็นกำลังใจเช่นกันค่ะ