เดือนสิงหาคม2552นับว่าเป็นเดือนที่ลูกจ้างประจำทั่วประเทศมีความตื่นเต้นดีใจกับสิทธิการได้รับบำเหน็จรายเดือน หรือเงินบำนาญเหมือนอย่างที่ข้าราชการได้รับ โดยมีข้อแม้ว่าต้องปฎิบัติงานมาไม่น้อยกว่า25ปีขึ้นไปและจะเริ่มในปี2552เป็นต้นไป ผมขอแสดงความยินดีกับลูกจ้างประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทุกท่านด้วย หากท่านปฎิบัติงานมาเป็นเวลาเกิน25ปีท่านสามารถออกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยได้โดยจะได้รับเงินเดือนเพิ่มอีก40% และขณะเดียวกันในแต่ละเดือนท่านก็จะได้รับเงินบำเหน็จรายเดือนหรือเงินบำนาญอีกด้วย
แต่ในขณะเดียวกันเดือนสิงหาคม2552นับเป็นเวลา13เดือนแล้วที่ข้าราชการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยและเป็นสมาชิกกองทุน กบข.ต่อเนื่อง จำนวน 99 คน ไม่ได้รับสิทธิในการเบิกค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร เหมือนอย่างที่เคยได้รับสิทธิดังกล่าวตอนเป็นข้าราชการอยู่
พนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เป็นสมาชิกกองทุน กบข.ต่อเนื่อง ที่โชคร้ายเป็นโรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรง ต้องใช้เงินในการรักษาตัวในแต่ละเดือนเป็นจำนวนมาก แต่เดิมยังสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ แต่ตอนนี้กว่า13 เดือนแล้วที่ต้องสำรองเงินของตนเองจ่ายไปก่อน ถ้าไม่มีเงินก็ต้องไปกู้เงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาล รวมถึงค่าเล่าเรียนบุตรด้วย มีสภาพที่หมดสิทธิยิ่งกว่าลูกจ้างชั่วคราวเสียอีก ที่ยังใช้สิทธิรักษาตนเองด้วยประกันสังคม เห็นแล้วน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง
กลุ่มพนักงานมหาวิทยาลัยที่เดือดร้อนดังกล่าวได้ร้องขอให้สภาพนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแต่ก็ได้รับทราบว่ามหาวิทยาลัยได้ประสานงานกับกรมบัญชีกลางแล้ว ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมา ใบตั้งเบิกก็ได้ทำส่งไปเบิกออกจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว เรื่องก็เงียบหาย เมื่อเป็นเช่นนี้ท้ายสุดสภาพนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะเชิญพนักงานที่ต่อกองทุน กบข.ทั้ง99คน มาหารือ และหาแนวทางในการกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ให้ความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนโดยเร่งด่วน แก่พนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เสียสิทธิประโยชน์ที่ตนเคยได้รับมาเป็นเวลานานนับปี