ไทยโพสต์ 26 สิงหาคม 2552 ตีพิมพ์เรื่อง "เอเชียใต้ เผชิญวิกฤติขาดแคลนน้ำตาล ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง

ถ้าท่านได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ ขอความกรุณาแวะไปให้กำลังใจ "ไทยโพสต์" โดยการอ่านข่าว สาระบันเทิง หรือคลิกโฆษณาให้ครับ

[ ข้อความคัดลอก ]

ปัญหาการขาดแคลนน้ำตาลในอินเดียและปากีสถาน กำลังส่งผลให้ราคาน้ำตาลตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นไม่หยุด  และทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มไม่พอใจ

จากปัญหาดังกล่าว  ทำให้รัฐบาลอินเดียต้องใช้มาตรการคุมเข้มตรวจสอบการกักตุนน้ำตาลเพื่อเก็งกำไรจากราคาที่ขยับสูงขึ้น 

ขณะเดียวกันที่ปากีสถาน  ราคาน้ำตาลที่แพงขึ้นเกือบ  2  เท่ากำลังทำให้ประชาชนจำนวนมากเริ่มโอดครวญ

อินเดีย  ถือเป็นผู้บริโภคน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดของโลก  และยังเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ  2  อีกด้วย  แต่ด้วยสภาพดินฟ้าอากาศที่ย่ำแย่  ทำให้อินเดียผลิตน้ำตาลได้ลดลง  จนต้องหันมาพึ่งพาการนำเข้ามากขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ

สื่อท้องถิ่นแดนโรตีรายงานว่า  ขณะนี้สต็อกน้ำตาลของอินเดียทั้งประเทศลดลงเหลือแค่  4.5  ล้านตัน  ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับการบริโภคเพียง  2  เดือนเท่านั้น

ขณะที่ทางการระบุว่า  ต่อไปผู้เหมาซื้อน้ำตาลเจ้าใหญ่   อาทิ  ผู้ผลิตขนมปังกรอบหรือบิสกิต  จะได้รับอนุญาตให้สามารถกักตุนน้ำตาลไว้ใช้ในระยะเวลาเพียง  15  วันเท่านั้น

ในปากีสถาน  ผลผลิตน้ำตาลที่ลดลงอย่างมาก  ส่งผลให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นกว่า  15%  ในช่วง  2-3  เดือนที่ผ่านมา  ผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มรับไม่ได้กับสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น 

ช่วงก่อนเดือนรอมฎอน  หรือเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิม  ช่วงที่ความต้องการอาหารมักเพิ่มสูงขึ้น  ขณะที่บรรดาเจ้าของโรงงานในปากีสถานต่างได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทยให้เร่งปล่อยน้ำตาลออกจากสต็อก  ไม่เช่นนั้นจะถูกลงโทษ

ปีนี้ผลผลิตน้ำตาลของปากีสถานปรับลดลงเหลือเพียง  3.7  ล้านตัน  เปรียบเทียบกับปีก่อนที่ผลิตได้เกิน  4.5  ล้านตัน  ทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจนำเข้าน้ำตาล  175,000  ตัน 

เป็นการเร่งด่วน   เพื่อให้เพียงพอสำหรับอุปสงค์ภายในประเทศ  แต่นักค้าชี้อาจต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าที่น้ำตาลนำเข้าจะกระจายไปสู่มือผู้บริโภค

ปัจจุบันผลผลิตน้ำตาลราว 36% มาจากประเทศในเอเชีย เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นไป  3%  แตะนิวไฮรอบ  28  ปี  ที่ปอนด์ละ  22   เซนต์  

และหากนับตั้งแต่  ม.ค.ราคาพุ่งขึ้นไปแล้วถึง  86%  เหตุเพราะอินเดียผลิตอ้อยได้ลดลงหลังเกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน   ประกอบกับบราซิลผู้ปลูกอ้อยรายใหญ่ต้องการอ้อยสำหรับการผลิตเอทานอลมากขึ้น

อย่างไรก็ดี   นักวิเคราะห์มองว่าวิกฤติในตลาดน้ำตาลโลกไม่ได้มีสาเหตุสำคัญมาจากอินเดียเพียงอย่างเดียว  หากแต่เป็นเพราะมาตรการปกป้องทางการค้าของยุโรป  และการอุดหนุนราคาเอทานอลในบราซิลด้วย.