ประเด็นที่ 1 วิธีการผสมผสานการสร้างมิติจิตใจในงานประจำ

    

  "สงสัยว่า เวลาประมาณ 30 นาที

  อาจจะไม่พอแน่ค่ะน่าจะเลือกสักประเด็นที่โดนใจจริงๆ"

      วันก่อนหลังจากที่ได้ประเด็นจาก สรพ. มา 7 ประเด็นให้ทางโรงพยาบาลเลือกเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทุกคนอยากมีส่วนร่วมคนละสามประเด็น สี่ประเด็นบ้าง รวมๆเลยกลายเป็นครบทั้ง 7 ประเด็นเลยทีเดียว  

      สรุปว่า เราเลือกประเด็นที่ 1 วิธีการผสมผสานการสร้างมิติจิตใจในงานประจำ ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพ่วงประเด็นที่ 7 การร่วมมือกับชุมชนที่ได้ผลอีกหนึ่งเรื่อง

   ผ้าม่านถูกดึงรวบติดขอบห้องประชุมซึ่งแตกต่างจากทุกครั้ง เผยให้เห็นทิวทัศน์สวยที่กรุด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และทิวเขาสุดลูกหูลูกตา ตรงมุมซ้ายมือของจอโปรเจ็คเตอร์ด้านหน้าห้องกำลังฉายภาพเคลื่อนไหวในช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆเป็นภาพของโรงพยาบาลพะโต๊ะและโรงพยาบาลอีก 4 แห่งที่เข้าร่วม web conference ในครั้งนี้ได้แก่ รพ.หนองจิก, รพ.ละงู, รพร.เวียงสระ, รพ.สทิงพระ  นอกจากนั้นพื้นที่ทั้งหมดของจอสีขาวตกเป็นของอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจาก สรพ.

                       "พี่นุช น้องมด พี่ปิ๋ว มา..พี่นครมานั่งใกล้ๆผมครับ"

     เสียงท่านผู้อำนวยการพูดพอได้ยินพร้อมกับมือที่ผายเรียกเชื้อเชิญให้ทุกคนที่ย่างก้าวมาในห้องประชุมมานั่งใกล้ ๆ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ ได้พอสมควร

    

       อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจาก สรพ.            ภาพเล็กซ้ายมือ รพ.ทั้ง 5 ค่ะ

เกือบสามชั่วโมงที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดำเนินไปตามครรลองอย่างเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ ตั้งแต่ภาพฝันของโรงพยาบาลที่ท่านผู้อำนวยการทุกโรงพยาบาลได้ถ่ายทอด ข้อแนะนำ แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ประเด็นต่างๆที่แต่ละโรงพยาบาลได้เตรียมมาต่างเติมเต็มข้อคิด ภาพการทำงานในโครงการ SHA ที่แจ่มชัดขึ้น เห็นเป็นรูปธรรม เช่น

        ประเด็น สิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยา "Healing Environment" ที่ทางโรงพยาบาลละงู โดยคุณบวง พยาบาลสุขภาพจิต ได้พูดถึงการจัดห้องให้ผ่อนคลาย เปิดหน้าต่างให้กว้าง โล่ง มองเห็นสีเขียวของต้นไม้ มีเสียงน้ำไหล เสียงคลื่น โดยเอาธรรมชาติมาบรรเทามาเยียวยาความรู้สึกของผู้ป่วย ฯลฯ ตามด้วยพี่ราณี หัวหน้าER เล่าถึงการพ่นยาในเด็ก ที่เดิมเด็กต้องร้องไห้งอแง เกาะแม่ไม่ยอมปล่อย เมื่อมาจัดบริเวณเป็นมุมพ่นยา มีเสื่อปูให้นั่งกับพื้นได้เหมือนนั่งที่บ้าน มีของเล่น นอนหนุนตักแม่เพื่อพ่นยาได้

 

พี่ราณี  ขาวดี และทีมงานโรงพยาบาลละงู

       ภาพของเด็กคนหนึ่งที่มาพ่นยาบ่อยๆ และเมื่อถึงคราวต้องมาพ่นยาอีกครั้ง กระโดดลงจากอ้อมอุ้มของแม่ วิ่งเข้าไปในมุมพ่นยาอย่างกระตือรือร้น ไม่มีหวาดกลัวอีกแล้ว ทำให้พี่ราณีและทีมงานถึงกับอึ้งและรู้สึกประทับอยู่ในใจจนทุกวันนี้ ทำให้ฉันรู้ว่า healing Environment ไม่แพงอย่างที่คิด และสามารถนำไปปรับใช้กับโรงพยาบาลได้เลย

       และอีกหลายต่อหลายเรื่องเล่าที่ได้ถูกถ่ายทอดออกมา ทั้งความยาก ความลำบาก ความมุ่งมั่น กำลังใจ ความสุขที่พบเจอ  ความรู้สึกลุ้นไปด้วยกับบางเรื่องราวที่ระทึก เช่น พี่เซาะ โรงพยาบาลหนองจิก ที่เล่าเรื่องของตนเองที่เป็นเภสัชกร กับ ปลาเค็ม ได้อย่างเข้มข้นและน่าติดตามต่อเป็นอย่างยิ่ง

          ประเด็นของพะโต๊ะถูกถ่ายทอดไปเป็นเรื่องแรก ท่านผู้อำนวยการได้เล่าถึง วิธีการผสมผสานการสร้างมิติจิตใจในงานประจำ ในแบบฉบับของพะโต๊ะ ตั้งแต่ที่มาของการนำ humanized health care มาใช้  การมองมาตรฐานควบคู่กับด้านมิติจิตใจ การจัดสถานที่แง่จิตใจ เช่น ห้องนมแม่ที่มิดชิด ไม่ต้องเขินอายที่จะให้นมลูกในโรงพยาบาล การดูแลแผนกหลังคลอดที่ให้พ่อ แม่ ลูก ญาติ มาอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสัดส่วน  ฯลฯ และเรื่องของ weblog-SHA ที่ได้นำเรื่องราวของ narrative medicine มารุกอย่างเต็มอิ่ม

ถ่ายทอดประสบการณ์ของการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ ในบทบาทของการเป็นผู้เล่าเรื่องและผู้อ่านเรื่องได้อย่างดีเยี่ยม

ทีมงานโรงพยาบาลพะโต๊ะกับการ web conference ครั้งแรกค่ะ

          ขอขอบคุณโครงการ SHA  อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจาก สรพ. ในข้อคิดเห็น แนะนำทุกประเด็น ขอบคุณทีมงานทุกโรงพยาบาลที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขอบคุณทีมงานโรงพยาบาลพะโต๊ะทุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจ ขอบคุณ ทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับWeb conference

                                                                                      ขอบคุณค่ะ