ปี 2537 จบการศึกษาและเลือกมาปฏิบัติงานที่นี่ ที่ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนห่างไกลที่สุดของจังหวัดพิษณุโลก ข้าพเจ้าพร้อมเพื่อนพยาบาลรุ่นเดียวกันจำนวน 6 คน เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ขององค์กร เริ่มต้นชีวิตการทำงานในบ้านอีกหลังที่ห่างไกล คิดถึงบ้าน คิดกังวลไปสารพัดว่าจะอยู่อย่างไร จะปรับตัวได้ไหมหนอ แต่ทุกอย่างไม่ได้ยากลำบากอย่างที่คิด คนที่นี่ให้การต้อนรับพวกเราด้วยมิตรไมตรี จำได้เสมอถึงวันผูกข้อมือและบายศรีสู่ขวัญ วันลงอ่างศักดิ์สิทธิ์ 55 .. เป็นพิธีรับน้องอย่างหนึ่งที่สมาชิกรุ่นแรกๆจะรู้จักเป็นอย่างดี นั่นคือ หิ้วหมูใหม่ทีละตัวไปจุ่มลงสระเล็กๆหน้ารั้วโรงพยาบาล ได้เปียกกันมะล่อกมะแล่ก ท่ามกลางรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและความชื่นอกชื่นใจในความเป็นกันเองของเจ้าบ้านที่ต้อนรับพวกเรา
เวลางานพวกเราได้รับการดูแลบอกสอนงานอย่างพี่สอนน้อง เหนื่อยแต่ได้เรียนรู้ ได้ซึมซับวิธีทำงาน วิธีคิด ความเข้าใจในชีวิต ความรู้สึกรัก เอื้ออาทรแก่ผู้คนที่เป็นเพื่อนร่วมผืนแผ่นดิน ได้อะไรมากมายเหลือเกิน จนสร้างความเป็นเรามาจนถึงทุกวันนี้ เสร็จสิ้นจากภาระงานประจำ ค่ำลงจะมีกิจกรรมหลากหลาย บ้างออกหน่วยไปยังพื้นที่ห่างไกล ซึ่งก่อนนั้นไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงชุมชนบางแห่งเสียด้วยซ้ำ พวกเราไปให้สุขศึกษา พบปะชุมชน ฉายหนัง ฉายวีดีโอ เล่นดนตรี แสดงละคร และต้องพกเครื่องสร้างกระแสไฟไปด้วย ในวันฝนตกหนัก รถติดหล่มโคลน ช่วยกันเข็นจนตัวเปียกชุมทั้งฝนและโคลน เห็นอะไรไหม .. การทำงานสมัยก่อน เราเข้าถึงชุมชนโดยไม่ต้องมีกระบวนการหรือมาตรฐานอะไรมากกำหนดเสียด้วยซ้ำ เราไปคุยๆๆ แค่พูดคุยก็ได้อะไรที่เป็นสารทุกข์สุกดิบให้ได้แลกเปลี่ยนและนำมาพัฒนา เราได้การทำงานเป็นทีมที่ก้าวข้ามเส้นของคำว่าฝ่ายใครฝ่ายมัน มาตรฐานต่างๆล้วนมาทำความรู้จักกับพวกเราช้าไปกว่า 10 ปี ภูมิใจนะนี่ ... แล้วในวันที่ปลอดภารกิจล่ะ ก็มีอะไรๆให้ผ่อนคลายสนุกสนานนะ .. พวกเราจะจับกลุ่มกันที่สนามบ้าง ใต้ถุนบ้านบ้าง ทำกิจกรรมสันทนาการ เล่นกีฬา เล่นเกมส์ ร้องเพลง ทำอาหารรับประทานร่วมกัน ทำให้สมาชิกบางคนมีพัฒนาการเป็นนักดนตรี นักกีฬา หรือคุณแม่บ้านช้อนทอง ตะหลิวทองไปก็มี อย่างนี้เรียกว่าเรามา share and learn กันแบบสบายๆไร้รอยต่อ ทำให้ค้นพบ tacit knowledge หรือเปล่านะ ...
ตลอดเวลาการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ทุกปีเราจะได้เห็นภาพการผลัดเปลี่ยนโยกย้าย เจ้าหน้าที่หลายคนที่จากไปปฏิบัติงานที่อื่นด้วยจำเป็นของชีวิตครอบครัว แทบทุกคนกล่าวในวันเลี้ยงอำลาว่า หากรพ.อยู่ใกล้กว่านี้ สามารถไปกตัญญูดูแลบุพการี หรือมีสถานที่ให้ลูกๆได้เรียนได้เติบโตและมีงานทำ พวกเขาจะไม่ขอย้ายไปไหนเลย ไม่แปลกที่จะเห็นภาพการร่ำลาด้วยน้ำตานองหน้าของพี่น้องเรา และด้วยความผูกพัน...ความรู้สึกดีต่อองค์กรและเพื่อนร่วมงาน ทำให้ผู้จากไปยังคงเป็นเครือข่ายที่สนับสนุนและเป็นกำลังใจให้พวกพ้องที่นี่เสมอ .... การทำงานสร้างมิตรและพี่น้องให้แก่เราด้วยเช่นกัน
เรื่องการโยกย้ายสำหรับข้าพเจ้านั้นแทบไม่เคยอยู่ในความคิดเพราะรู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่นใจที่ได้อยู่ที่นี่ .. ที่เรียกได้ว่าคือบ้านอีกหลังและเป็นบ้านซึ่งให้โอกาสข้าพเจ้าเสมอ ข้าพเจ้าจึงทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ สติปัญญาเพื่อประโยชน์ขององค์กรและส่วนรวม และสัญญาว่าจะรักษาความรู้สึก/สำนักเช่นนี้ไปตราบนานเท่านาน
อ่านแล้วอยากเป็น ชาวชาติตระการจัง แค่อ่านก็อบอุ่นแล้ว