ผู้ประสานที่ไร้รอยต่อ
ยามเช้าของโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง แสงแดดอ่อนๆสาดส่องลงมากระทบกับสนามหญ้าสีเขียวขจี ที่ถูกตัดอย่างเรียบเนียนราวกับผ้ากำมะหยี่ที่ปูเรียงไว้ ลาดไปยังเสาธงที่อยู่กลางสนาม ฉันเดินลัดเลาะไปข้างสนามหญ้า หน้าเสาธงของตึกผู้ป่วยนอก ลมเย็นๆที่พัดไสวจากใบต้นปาล์มที่ปลูกเรียงรายขอบสนามมากระทบผิวกายของฉัน มันช่างชื่นช่ำเสียนี่กระไร ฉันรีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงดูดความสดชื่นนั้นให้เข้าไปถึงข้างใน หัวใจจะได้พองโต ปะหนึ่งว่าจะเป็นการเพิ่มพลังให้ฉันในวันนี้ ฉันเดินขึ้นตึกเป็นความเคยชินของฉันที่จะต้องจรดมือทั้ง 2 ข้างขึ้นมาที่หน้าผาก ไหว้พระองค์ใหญ่ที่ตั้งตะหง่านอยู่กลางตึกผู้ป่วยนอก พลางก็อธิฐานขอพรให้การงานวันนี้สำเร็จด้วยดี
“ ไม่เอา ปล่อย ปล่อย บอกให้ปล่อย ” เป็นเสียงพูดปนกับเสียงร้องที่ดังกรี๊ดๆ ออกมาจากเด็กผู้หญิงที่สวมเสื้อคนไข้ นุ่งกางเกงขาสั้นที่ดิ้นตลอดเวลา ภายใต้การกอดรัดของเด็กผู้หญิงอีกคนที่แต่งชุดนักเรียนพยายามกอดรั้งตัวเธอไว้ บนทางเชื่อมระหว่างตึกผู้ป่วยนอกและตึกผู้ป่วยใน ด้วยสัญชาตญาณของรองหัวหน้าฝ่ายการ ” ต้องเป็นคนไข้ในแน่นอน” ฉันรีบรุดไปที่เด็กทั้งสองคนทันที
“ เกิดอะไรขึ้นหนู ”
“ เพื่อนจะกลับบ้านไม่ยอมอยู่โรงพยาบาลค่ะ หมอ ” เด็กหญิงชุดนักเรียนหันมาตอบด้วยสีหน้าที่วิตกกังวล คิ้วขมวด น้ำตาคลอสองเบ้าตา
“ ใจเย็นๆนะหนู ปัญหาทุกอย่างมีทางออก ” ฉันหันไปปลอบโยนเด็กผู้หญิงที่เป็นคนไข้ พูดคุยอยู่นานแต่ไม่มีเสียงตอบจากเธอสักคำมีแต่ใบหน้าที่เศร้าหมอง สายตาที่มองลงพื้นอย่างไร้ความรู้สึก ฉันขอร้องให้เด็กทั้งสอง กลับไปนอนที่เตียงผู้ป่วยก่อน
จากการสอบถามพยาบาลในตึก ผู้ป่วยชื่อด.ญ.แดง เป็นเด็กมัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุ 14 ปี กินยาฆ่าตัวตาย จิตใจฉันรู้สึกหดหู่ สะเทือนใจ ความคิดพุ่งไปที่ลูกสาวของฉันที่รุ่นราวคราวเดียวกับแดง ถ้าเกิดกับลูกสาวฉัน มันเป็นเรื่องที่น่าสงสารจริงๆ ตอนบ่ายฉันได้พบกับแม่ของแดง
มารดาของแดงชื่อสุนันท์ อายุประมาณ 38 ปี ผมยาว ท่าทางใจดี พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ ฉันรู้ว่าเขาท้องได้ 2 เดือน แฟนเขาบอกเลิก เขาเสียใจ จึงกินยาฆ่าตัวตาย พ่อเขายังไม่รู้ความจริง ถ้ารู้เขาคงฆ่าลูกแน่ๆ เพราะลูกคนเดียวเขารักมากและดุมาก” สุนันท์เล่าไปพร้อมกับยกมือขึ้นปาดน้ำตา 2 ข้างแก้ม “ สำหรับฉันรับได้ไม่ว่า ลูกจะเป็นอย่างไร แต่พ่อเขานะซิ เขาเป็นคนมีชื่อเสียงในหมู่บ้าน ฉันยังไม่กล้าบอกพ่อเขาเลยว่าทำไมลูกกินยาฆ่าตัวตาย” ฉันเอื้อมมือไปจับแขนของสุนันท์แล้วบีบเบาๆ พร้อมกับปลอบว่า “ใจเย็นๆ ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข ”
เช้าวันต่อมาฉันไปตรวจหอผู้ป่วยตามปกติแต่สิ่งที่ตั้งใจ ฉันจะต้องพบสมเกียรติพ่อของแดงให้ได้ เมื่อคืนเขามาเฝ้าลูกตลอดคืน สีหน้าของสมเกียรติเครียด ราวกับว่าเมื่อคืนไม่ได้นอน ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปที่เตียง ความเครียดของพ่อก็พรั่งพรู “ หมอครับ ลูกผมเป็นอะไรนอนซึม ผมเป็นห่วงมาก ไม่รู้ว่าลูกมีปัญหาอะไร ลูกอยากได้อะไรพ่อแม่ก็พยายามหามาให้ ไปรับส่งที่โรงเรียนทุกวันไม่ให้ไปไหนคนเดียวไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” ฉันพยักหน้า รับรู้ความทุกข์ของพ่อด้วยการตั้งใจฟัง “เรื่องลูกนอนซึมจะประสานให้พยาบาลจิตเวชมาดูแลนะค่ะ ใจเย็นๆทุกอย่างจะต้องดีขึ้นค่ะ ส่วนหมอขอคุยกับพ่อและแม่สักครู่นะค่ะ” ฉันขอคุยกับสุนันท์ก่อน สุนันท์ไม่อยากบอกกับสามีว่าเพราะอะไรลูกจึงกินยา ฉันได้แต่ย้ำคำเดิม” ค่อยๆพูดจากัน ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข” จากนั้นฉันได้คุยกับพ่อของแดง “รักและห่วงลูกมากใช่ไหม ถ้าลูกทำผิดพลาดจะอภัยให้ได้ไหม พร้อมที่จะแก้ปัญหาและเดินเคียงข้างไปกับลูกไหม “ พ่อของแดงเงียบไม่โต้ตอบ
วันต่อมาฉันเข้าไปเยี่ยม แดงมีอาการดีขึ้นสีหน้าคลายทุกข์สบตาและยิ้มให้ฉัน มีพ่อและแม่เฝ้าอยู่ พ่อบอกว่า”พร้อมที่จะเดินเคียงข้างลูกแม้ว่าจะอายชาวบ้านก็ตาม” ฉันเอื้อมไปจับมือพ่อแม่ลูกมาจับมือกัน 3 คน ฉันสังเกตเห็นทั้ง 3 คนตาแดงๆน้ำตาคลอ พ่อบอกว่า “ผมอยากให้ลูกได้เรียนต่อ” ฉันรีบตอบ”ค่ะ ใจเย็นๆ เมื่อเขาพร้อมมีโรงเรียนหลายโรงเรียนที่สามารถกลับไปเรียนต่อได้หรือเรียนที่ กศน.ก็ได้ค่ะ”
ส่วนผู้ป่วยมีอาการแพ้ท้องมากต้องนอน รพ.ต่ออีก ฉันเข้าไปเยี่ยมทุกเช้าเพราะต้องไป เยี่ยมหอผู้ ป่วยทุกวันอยู่แล้ว พบพ่อและแม่มาเฝ้าเช่นเคย สีหน้าของพ่อก็ยังทุกข์อยู่ บอกว่า”แฟนลูกสาวไม่เคยมาดูแลและไม่รับผิดชอบ แต่ทั้ง 3 คนพ่อแม่ลูกก็ตกลงกันจะเลี้ยงหลานให้ดีที่สุด” ต่อมาผู้ป่วยมาคลอดบุตรเป็นเด็กผู้ชาย ตัวขาว อ้วน แดงรักลูกมาก พ่อกับแม่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แดงบอกฉันว่าอยากให้สามีเห็นหน้าลูกบ้าง แต่สามีไม่มาดูแลจนกระทั่งผู้ป่วยกลับบ้าน วันครบกำหนดฉีดวัคซีน 2 เดือน แดงพร้อมพ่อและแม่พาลูกมาฉีดวัคซีนได้พบกับฉันจึงถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง แดงมีสีหน้าสดชื่นพูดไปยิ้มไป “สามีเห็นหน้าลูกแล้วเขากลับมาอยู่กับหนูแล้ว พ่อแม่ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจกัน หนูเปลี่ยนไปเรียนสายอาชีพ พ่อกับแม่เลี้ยงลูกให้หนู เขารักหลานมาก”
ฉันจึงมั่นใจว่าความใส่ใจของพยาบาล เป็นผู้ประสานอย่างไร้รอยต่อในปัญหาที่เกิดขึ้นในที่สุด ผู้ป่วยและครอบครัวก็จะแสดงศักยภาพในการแก้ปัญหาของเขาได้อย่างดีเยี่ยม