ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่..พอเหลาลงไปกลายเป็นไผ่ทองคำ..

ไผ่ทองคำ...

ไม่ได้หมายถึงไผ่สีสุกที่เหลืองอร่ามนี้นะครับ...

แต่หมายถึงไผ่ที่ขายกันปล้องละ 5 บาท 1 ลำ มีตั้งหลายปล้อง ก็หลายตังค์ ๆ.....

 ไผ่เฮียะ..ครับ ไผ่ที่มีเนื้อไม้บาง ๆ ปล้องยาว แต่เป็นไผ่ที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งต่ำที่สุด ทำให้ไม่เป็นที่สนใจของ มอด...ไม่เหมือนไผ่หมาจูที่มีแป้งมากกว่า หมีแพนด้าเลยชอบ...

ไผ่เฮียะต้องตั้งชันตากแดดตากลมไว้ 3 เดือนจึงจะนำมาแปรรูปได้

แต่พอแปรรูปเสร็จ..

ดูไม่ออกเลยว่าทำจากไม้ไผ่..

เป็นโต๊ะตัวโต ๆ ก็ได้...

ไม่มีตะปู..

ไม่มีนอต..ซักตัว...

สวยงาม..เหมือนไม้จริงเลยครับ..

แจกันไม้ไผ่..จากตอกนะครับ..ไม่ใช่กลึง..

เพ้นสี..เพ้นลาย..สวยงาม

หลากหลายรูปแบบ

หลงเสห่นไม่ไผ่..ถ่ายรูปเพลิน..ฮิฮิ..

แบบแปลก ๆ...

 

นี่ลงรักปิดทอง..ของจริง ๆ ขอบอก..

มาดูขั้นตอนการแปรรูปไผ่ธรรมดาให้มีค่าเหมือนทองกันเลยครับ...

1. เริ่มจากที่ชันลำไผ่ตากแดดตากฝนไว้ประมาณ 3 เดือน ก็นำมาตัดข้อออก เป็นปล้อง ๆ กลวง ๆ (ไม่จักตอกทั้งลำแบบทำเข่งกระโจน ไม่ทำเป็นหลายข้อเหมือนก๋วย)

2.จักเป็นตอกตามยาวของข้อ โดยเอาเปลือกออก เพราะผิวเปลือกไผ่จะแข็ง ขึ้นรูปไม่อยู่ทรง และไม่กินสี

..สามารถใช้คนจัก หรือใช้เครื่องจักก็ได้

3.เฉือนปลายตอกด้านหนึ่ง ทำเป็นเดือยเกี่ยว แล้วทำเป็นเดือยอีกอันเกี่ยวกันให้เป็นรูปวงกลม

แล้วม้วนตอกเข้าไปซ้อนทับกันจนเป็นแผ่นวงกลมตามที่ต้องการ ดึงให้ได้รูปทรงที่ต้องการ นำไปประกบกันเพื่อให้เป็นส่วนขา ฯลฯ

4.ทำให้แข็งและยึดติดกันด้วยการทากาวลาเท็กซ์

(อาจจำหน่ายเลยสำหรับคนที่ต้องการลายธรรมชาติ)

5.ลงสี โดยใช้กาวลาเท็กซ์ ผสมดินสอพอง ผสมสีจากขี้เลื่อยไม้สักทอง หรือสีสังเคราะห์อื่น ๆ

6.ตากแดดให้แห้ง...

7.ขัดเงาเอาสีบางส่วนออก และให้ชิ้นงานเกิดความเรียบความมันเงา (เกษตรอำเภอทึ่ง ..หรือมองสาว..ฮิฮิ)

8.เขียนลาย(คนด้านใน)  ลงลักปิดทอง (เห็นไหม..ไผ่ทองคำจริง ๆ ด้วย) เคลือบเงา

9.แล้วล้วงเงินออกจากกระเป๋าเรา ๆ ท่าน ๆ 555 (ยกเว้นกวางสองตัวจากทุ่งเกวียน..ที่เหลือไผ่ทองคำล้วงเงินไปหมดเลย..เจ้า..)

 

จากหน่อไผ่ ลำไผ่ ผ่านมือน้อย ๆ สู่งานหัตถกรรมจากไผ่ ที่เพิ่มมูลค่าไผ่มากขึ้นนับร้อยเท่า...

พอจะเรียกว่า  ไผ่ทองคำ..ได้รึยังครับ...

ขอตัวไปทานข้าวเย็นรูปน้องหมี..ก่อนนะครับ