ประวัติย่อ แนวการสอน และศูนย์วิปัสสนาในประเทศไทยตามแนวทางของท่านโคเอนกา

เชื่อว่าผู้ปฏิบัติกรรมฐานคงเคยได้ยินชื่อของอาจารย์โคเอ็นกามาบ้างแล้ว บันทึกหน้านี้ขอเสนอถึงประวัติของท่าน แนวทางการสอน และสำนักปฏิบัติตามแนวทางท่านที่มีอยู่ในประเทศไทยค่ะ เผื่อว่ากำลังอยู่ในความสนใจของสมาชิกบางท่าน

อาจารย์ สัตยา นารยัน โคเอ็นกา เป็นผู้สอนการปฏิบัติกรรมฐานที่มีชื่อเสียงได้ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติกรรมฐานอันมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่อิคัตบุรี ใกล้นครบอมเบย์การสอนของท่านเป็นที่นิยมในปัจจุบันมาก จนมีสาขากว่า ๗0 แห่งทั่วโลก

ท่านเป็นชาวอินเดียที่เกิดในพม่า เดิมเป็นนักธุรกิจ มีโรคประจำตัวคือไมเกรน ท่านได้พยายามหาทางรักษาแต่ไม่หาย สุดท้ายมีผู้แนะนำให้ลองปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ท่านจึงได้ไปศึกษากับอาจารย์ อูบาขิ่น ซึ่งเป็นอาจารย์สอนกรรมฐานที่มีชื่อเสียงของพม่าในขณะนั้น

หลังฝึกกรรมฐาน ๑๐ วัน อาการปวดหัวหายหมดไป อีกทั้งสภาวะจิต และพฤติกรรมก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยความเลื่อมใส ท่านจึงเปลี่ยนจากการนับถือศาสนาฮินดู มาเป็นศาสนาพุทธ และฝึกวิปัสสนาอย่างจริงจังนับสิบปี จนอาจารย์อูบาขิ่นเห็นว่ามีภูมิรู้ภูมิธรรมที่จะสอนได้ จึงอนุญาตให้สอนกรรมฐาน

ต่อมาทั้งอาจารย์โคเอ็นกา และอาจารย์อูบาขิ่นเห็นว่าพุทธศาสนาเกิดที่อินเดีย ขณะนี้มีชาวอินเดียที่เรียนรู้จนสามารถถ่ายทอดได้แล้ว น่าจะได้นำสิ่งที่เรียนรู้ไปเผยแพร่ในอินเดียอันเป็นแดนพุทธภูมิ ดังนั้น อาจารย์โคเอ็นกา จึงเลิกอาชีพทางโลก สอนการฝึกกรรมฐานเพียงอย่างเดียว

หลักสูตรการสอนตามแนวของอาจารย์โคเอ็นกา

การอบรมตามแนวของอาจารย์โคเอ็นกาคือผู้ปฏิบัติต้องปฏิบัติเต็มอย่างน้อย ๑๐ วัน โดยมีวิธีฝึกโดยสังเขปได้ดังนี้

สามวันแรกเจริญอานาปนสติ โดยฝึกสมาธิเป็นหลัก ( สมถะกรรมฐาน) เริ่มจาก ฝึกพิจารณาลมหายใจ เข้า ออก ให้ระลึกรู้ลมหายใจเข้า ออก กำหนดสติรู้บริเวณทางเข้าออกของลมที่ปลาย หรือในช่องจมูก วันต่อๆมากำหนดจุดรับรู้ให้แคบลง เหลือจุดที่ลมกระทบเพียงจุดเดียว ( ช่องใต้จมูก หรือริมฝีปากบน )เมื่อจุดพิจารณาแคบเข้า จิตก็จะแหลมคมขึ้น สติและสมาธิก็จะแหลมคมขึ้นตามไปด้วย

วันที่ ๔ เป็นต้นไป เลิกฝึกสมถะกรรมฐาน เพราะถือว่าได้ปูฐานสมาธิไว้ระดับหนึ่งแล้ว แต่หันไปทำวิปัสสนาแทน โดยพิจารณาความเป็นจริงในส่วนต่างๆของร่างกายตลอดทั่วร่างอย่างเป็นระบบ โดยเลื่อนจากศีรษะ ค่อยๆเลื่อนไปถึงปลายเท้า โดยพิจารณาพื้นที่แต่ละครั้งประมาณ ๒ ๓ ตารางนิ้ว ไปตามลำดับ ไม่กระโดดไปมาตามอำนาจกิเลส

ต่อมาพิจารณาความรู้สึกบนพื้นผิวของร่างกาย เพราะตามผิวของเราในขณะปฏิบัติมักเกิดความรู้สึกตลอดเวลา เช่น คัน ขนลุก ขนชัน ตัวอุ่น ตัวเย็น ตัวหนัก ตัวเบา จักจี้ เป็นเหน็บ ปวดเมื่อย เป็นต้น

ต่อมาพิจารณาความรู้สึกเข้าไปในร่างกาย เช่น รู้สึกถึงความสั่นสะเทือนอันละเอียดอ่อน อันเกิดจากการเกิด ดับ ของธาตุ ๔ ( ดิน น้ำ ลม ไฟ ) ซึ่งทำปฏิชีวสัมพันธ์กัน ก่อให้เกิดพลังงานไหลหล่อเลี้ยงร่างกายอยู่ตลอดเวลา

ผลการปฏิบัติ

การปฏิบัติตามแนวของอาจารย์โคเอ็นกานี้ ผลที่เห็นได้ชัดอันดับแรกคือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของจิต โดยพฤติกรรมเก่าๆของจิตคือ จิตจะปรุงแต่งความรู้สึกที่ชอบที่เข้ามากระทบให้เป็นอารมณ์ยินดี ปรุงแต่งสิ่งที่ไม่ชอบ ให้เป็นอารมณ์ไม่ยินดี ก็คือเกิดการสร้างกิเลสใหม่ให้ไหลไปสมทบกับกิเลสเก่าที่นอนเนื่องอยู่ในสันดาน ( อนุสัยกิเลส ) ทำให้มีกำลังแก่กล้าขึ้น

ผู้ปฏิบัติที่มีสติและเฝ้าพิจารณาความรู้สึกที่ปรากฏทางกายอย่างต่อเนื่อง จะพบทั้งความรู้สึกที่ชอบ ( เบาสบาย ปิติ ความสั่นสะเทือนอันละเอียดที่เลื่อนไหลเป็นสายตลอดร่าง ) และความรู้สึกที่ไม่ชอบ ( คัน ปวด เมื่อย ตื้อทึบ ตึงในบางส่วนของร่างกาย ) เมื่อพบความรู้สึกเช่นนี้ จิตก็มักปรุงแต่งไปตามพฤติกรรมเดิมของจิต คือยินดีในสิ่งที่ชอบ ไม่ยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบ ซึ่งเป็นทางสร้างกิเลส ตัณหา และอุปาทานแก่จิต

อาจารย์โคเอ็นกาท่านเน้นการไม่ปรุงแต่งต่อทุกอารมณ์ให้วางใจเป็นอุเบกขา ให้มีความเข้าใจในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่าล้วนเหมือนกันคือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่ควรเข้าไปยึดมั่น เมื่อไม่ปรุงแต่งต่อ กิเลสใหม่ก็จะไม่เกิด ขณะเดียวกัน กิเลสเก่าที่ผุดขึ้นมาเพื่อรับการปรุงแต่ง เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองก็จะอ่อนกำลังลง และสลายตัวไปในที่สุด เมื่อเป็นดังนี้ จิตก็จะค่อยๆสะอาด บริสุทธิ์ขึ้น จนสามารถขจัดกิเลสให้หลุดล่อน เบาบางลง หรือจนถึงกระทั่งหมดไป

หมายเหตุ: ศูนย์วิปัสสนาตามตามแนวทางอาจารย์โคเอ็นกาในประเทศไทย

ศูนย์วิปัสสนาตามตามแนวทางอาจารย์โคเอ็นกาในประเทศไทย อยู่ในความดูแลของสำนักงานมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐานในสังฆราชูปถัมภ์ มีสำนักงานในจังหวัดต่างๆดังนี้

กรุงเทพ ศูนย์วิปัสสนาธรรมธานี แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพ๑๐๕๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๙๙๓ ๒๗๑๑ , ๐๒ ๙๙๓ ๒๗๐๐

กาญจนบุรี ศูนย์วิปัสสนาธรรมกาญจนา ๒๐๑๖ ม.๒บ้านวังขยาย ต.ตรังเผล อ.สังขระบุรี จ.กาญจนบุรี ๗๑๒๔๐ โทรศัพท์ ๐๓๔ ๕๓๑ ๒๐๙ , ๐๘๑ ๕๐๖ ๐๓๘๙

ขอนแก่น ศูนย์วิปัสสนาธรรมสุวรรณา ๑๑๒ ม. ๑ ต.บ้านกง อ.หนองปรือ จ.ขอนแก่น ๔๐๒๔๐ โทรศัพท์ ๐๘๖ ๗๑๓ ๕๖๑๗

พิษณุโลก ศูนย์วิปัสสนาธรรมอาภา กม.ที่ ๔๙ + ๔๐๐ ทางหลวงหมายเลข ๑๒ ( พิษณุโลกหลุมสัก ) ๑๓๘ แยกเข้าบ้านห้วยพลู ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ๖๕๒๒๐ โทรศัพท์ ๐๕๕ ๒๖๘ ๐๔๙ , ๐๘๑ ๖๐๕ ๕๕๗๖

ปราจีนบุรี ศูนย์วิปัสสนาธรรมกมลา กม. ๑๖๖ + ๙๐๐ ทางหลวงหมายเลข ๓๓ ( สุวรรณนคร ) ๒๐๐ บ้านเนินผาสุก ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ๒๕๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๓๗ ๔๐๓ -๕๑๖

.........................................................................

อ้างอิงเรื่องและรูป

รองศาสตราจารย์ดร.สุจิตรา อ่อนค้อมการฝึกสมาธิสำนักพิมพ์ดับเบิ้ลนายน์๒๑/๑๐ ม. ๘ ซ. วัดตะโน ( จรัลสนิทวงศ์ ๑๓ ) บางแวก ภาษีเจริญ กรุงเทพ , พิมพ์ครั้งที่ ๘ พ.ศ. ๒๕๔๗

ศาสตรจารย์ พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ ไม้พุทธประวัติ สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด้จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชวังดุสิต กรุงเทพ