1) ท่านมีวิธีการ “สร้างสุขในองค์กรในยุควิกฤติเศรษฐกิจ” อย่างไร ?
สิ่งสำคัญ ก็คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้พนักงานรับทราบในความมั่นคงของบริษัท และนโยบายในการบริหารที่จะไม่มีการลดจำนวนพนักงาน
ซึ่งผู้บริหารสูงสุดของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เลือกใช้วิธีการสื่อสารผ่านการประชุม Town Hall Meetingเมื่อไตรมาสที่ผ่านมา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และปรับทัศนคติให้พนักงานเรียนรู้ เพื่อพร้อมรับ สิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากยุควิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ โดยพนักงานต้องทำงานของตนให้ดีกว่าเดิม ต้องค้นคว้า แสวงหา พัฒนางานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และช่วยกันลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะเห็นได้จาก
· โครงการข้อเสนอแนะและนวัตกรรมซึ่งได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องแต่เพิ่มแคมเปญสำหรับในปีนี้ในแต่ละไตรมาส โดยเน้นเรื่อง การเพิ่มการบริการใหม่ การประหยัดพลังงาน และ การเสนอแนะเรื่องที่ลดค่าใช้จ่ายโดยให้รางวัลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากที่ให้อยู่เดิม ซึ่งมีพนักงานสนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น และ ผู้บริหารระดับสูงก็ได้มามอบรางวัลให้กับพนักงานด้วยตนเอง เป็นบรรยาการศที่ทำให้พนักงานได้รับความสุข และองค์กรก็ได้รับผลประโยชน์ด้วย
· โครงการ Up selling เป็นโครงการที่กระตุ้นยอดขายห้องพักในส่วนที่เป็นโรงแรม โดยให้พนักงานมีส่วนร่วม เมื่อพนักงานสามารถขายห้องพักได้เพิ่มมากขึ้น หรือ Upgrade ห้องพักของลูกค้า ก็จะได้รับรางวัล On the Spot Card ซึ่งทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 30 % แม้จะเป็นช่วงที่อยู่ในภาะวิกฤตเศรษฐกิจก็ตาม
· Knowledge Sharing ผ่านทาง Web board , on line Documents การจัด Forum และการเรียน แต่ละหน่วยงานมาแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการอบรม และผู้นำเสนอก็เกิดความภาคภูมิใจ รวมถึงการสอนภาษาอังกฤษผ่านทาง Web board ให้กับพนักงาน ซึ่งก่อให้เกิด Happy Brain
นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้พนักงานมีความสุขทั้งด้านร่างกายและจิตใจได้แก่
· ”Mind Spa” เพื่อผ่อนคลายจิตใจด้วยธรรมคุณ เพิ่มความสุขในชีวิตการทำงานและครอบครัว (Happy Soul)
· การจัดการแข่งขันฟุตบอล โบว์ลิ่ง และกอล์ฟ เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย และความสัมพันธ์ทั้งในองค์กรและนอกองค์กร (Happy Body)
เหนือสิ่งอื่นใด การเป็นองค์กรที่มีความเป็นธรรม มีการจัดสวัสดิการที่เหมาะสม มีการพัฒนากิจกรรมและเพิ่มแรงจูงใจอย่างต่อเนื่อง จะเร่งสร้างความผูกพันที่ยั่งยืน ซึ่งแม้แต่เงินก็ซื้อไม่ได้ เพราะพนักงานของเราเชื่อมันว่า “ ถ้าเราผูกพันกัน เราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้”
(2) ท่านมีข้อเสนอในการขยายผล “การสร้างสุขในองค์กร” ให้เกิดขึ้นในองค์กรอื่น ๆ อย่างไร ?
ในยุคที่การติดต่อสื่อสารและการแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ รพ.บำรุงราษฎร์เอง เชื่อมั่นว่า ความสุขสามารถแบ่งปันกันได้ โดยเริ่มจากสานความสัมพันธ์ในกลุ่มบริษัทพันธมิตรในเครือ เช่น บ.กรุงเทพประกันชีวิต บ.กรุงเทพประกันภัย ทั้งนี้ เรามีโครงการต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์แก่พนักงาน เช่น
- กิจกรรมปฏิบัติธรรม(Mind Spa) ร่วมกันจัดทำในกลุ่มบริษัทพันธมิตรทุกไตรมาส
- การจัดกีฬาประเพณี กับกลุ่มบริษัทพันธมิตรเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในหมู่พนักงาน
- การจัดการแข่งขันฟุตบอลโรงพยาบาลเอกชน
- การแข่งขันกอล์ฟโรงพยาบาลเอกชน
- การแลกเปลี่ยนความรู้ และการเปิดโอกาสให้ผู้มาดูงานเยี่ยมชม แก่ทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน จากในประเทศและต่างประเทศ เพื่อถ่ายทอดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ แม้ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ รพ.บำรุงราษฎร์ ก็เปิดโอกาสให้ผู้มาดูงานโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น การขยายผลในเรื่องความสุขของบำรุงราษฎร์จึงอยู่บนปรัชญาที่ว่า “ความสุข แบ่งปันกันได้” และ “ยิ่งให้ ยิ่งได้” เมื่อใดที่เรามีเพื่อนที่มีความสุขเหมือนเรา เราก็จะเป็นองค์กรที่อยู่ในสังคมที่มีความสุขอย่างแท้จริง
คุณพจนีย์ บุญประสิทธิ์