“สร้างสุขในองค์กรในยุควิกฤติเศรษฐกิจ” สไตล์ PttChem

(1)  ท่านมีวิธีการ สร้างสุขในองค์กรในยุควิกฤติเศรษฐกิจ อย่างไร ?

·         ก่อนอื่นต้องขอแนะนำบริษัทก่อนครับ

บริษัท ปตท. เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (บมจ. ปตท. เคมิคอล) ก่อตั้งขึ้นจาก รากฐานอันมั่นคงของ บริษัท ปิโตรเคมีแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นพีซี และบริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอซี สองบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และ ปิโตรเคมี ซึ่งได้ควบบริษัทตามนโยบายของผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ. ปตท. เพื่อให้ บมจ. ปตท. เคมิคอลเป็นแกนนำในธุรกิจสายโอเลฟินส์ของ ปตท. ที่มีแนวทางขยายธุรกิจและการเติบโตอย่างชัดเจน เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล โดยได้เริ่มจดทะเบียนบริษัท และดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2548 ผลจากการควบบริษัทส่งผลให้บมจ. ปตท. เคมิคอลเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่นๆ ขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของไทย และเป็นผู้ผลิตโอเลฟินส์ที่มีกำลังการผลิตใหญ่เป็นอันดับ 5 ของภูมิภาคเอเชียมีศักยภาพแข็งแกร่งพร้อมต่อการแข่งขันระดับโลก ด้วยกำลังการผลิตโอเลฟินส์รวม 1,713,000 ตันต่อปี

บมจ. ปตท. เคมิคอลดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีอย่างครบวงจร โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก คือ โอเลฟินส์  ประกอบด้วย     เอทิลีน โพรพิลีนและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากโอเลฟินส์ เช่น โพลิเอทีลีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) รวมทั้งผลิตภัณฑ์พลอยได้อื่นๆ ผลิตภัณฑ์สาธารณูปการ และธุรกิจบริการท่าเทียบเรือและคลังผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี เพื่อจำหน่ายและให้บริการแก่ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดด้วย อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจากต่างประเทศและเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะนำอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย ไปสู่อนาคตใหม่ที่โชติช่วง ส่งเสริมศักยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวไทย

·         วิธีการ สร้างสุขในองค์กรในยุควิกฤติเศรษฐกิจ”  

1.เริ่มจากมีการสื่อสารจากกรรมการผู้จัดการใหญ่ ว่าไม่มีนโยบายเลิกจ้าง แต่ทุกคนต้องทำงานหนักขึ้น ทุกหน่วยงานต้องประหยัด ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ต้องทบทวนการใช้จ่าย มีการทำแผนงานและการใช้งบประมาณแบบรัดเข็มขัดตั้งแต่ปีที่แล้ว(2551)

2.มีนโยบายเตรียมพัฒนาพนักงานภายในให้พร้อม เพื่อให้พนักงานและองค์กรสามารถก้าวไปข้างหน้าได้ก่อนใครในวันที่เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นมา

3. มีนโยบายสร้างสุขในองค์กรโดยใช้ “โครงการสุขภาพดีชีวีมีสุข” เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตพนักงานทุกคนทุกระดับให้มีการดำรงชีวิตอยู่ด้วยการมีสุขภาวะทางกาย ทางอารมณ์ ทางสังคม และทางจิตวิญญาณที่สมบูรณ์มั่นคง โดยผู้บริหารทุกระดับชั้นให้ความสำคัญและผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้นำในโครงการดังกล่าว

 (2) ท่านมีข้อเสนอในการขยายผล การสร้างสุขในองค์กร ให้เกิดขึ้นในองค์กรอื่นๆ อย่างไร ?

·               มีข้อแนะนำดังนี้

1. ควรมีการจัดตั้งคณะทำงานซึ่งเป็นผู้แทนพนักงานในหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อร่วมศึกษา ดูงาน แล้วนำวิธีการสร้างสุขในองค์กร ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมภายในองค์กร เช่น ให้เหมาะกับกลุ่มพนักงาน, งบประมาณ เป็นต้น

2. นำเสนอ และโน้มน้าว ให้ผู้บริหารทุกระดับชั้นให้การสนับสนุนอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

 

 

นาย ปรีชา ปลื้มจิตต์ (Mr. Preecha Pluemchit)