(1) ท่านมีวิธีการ “สร้างสุขในองค์กรในยุควิกฤติเศรษฐกิจ” อย่างไร ?
ตอบ ขณะนี้ไม่ว่าองค์กรหรือหน่วยงานใดก็ตาม ต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเราจะต้องเตรียมพร้อมกับปัญหาความเครียดต่างๆ ของบุคลากรที่จะได้รับผลกระทบในยุควิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้ โดยเราได้มองหาทฤษฎีหรือรูปแบบต่างๆ ที่จะสามารถนำมาปรับใช้ในการสร้างสุขให้กับองค์กรให้มากขึ้น พยามยามสร้างรอยยิ้มให้กับพนักงาน โดยให้พนักงานรู้สึกว่า “สถานที่ทำงานเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง” ซึ่งเป็นแห่งความสุข โดยมีกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนสูง แต่ใช้ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่มาปรับใช้ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ได้แก่
1. จัดปริมาณงานให้เหมาะสมกับเวลาและตรงตามความสามารถของพนักงาน
2. จ่ายค่าตอบแทนเหมาะสมกับปริมาณงาน และความสามารถ
3. จัดการสวัสดิการช่วยเหลือพนักงานและครอบครัว โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อองค์กร
4. มีการดูแลด้านการเงิน ให้พนักงานรู้จักออม รู้จักใช้ เป็นหนี้ให้น้อยที่สุด
5. ผู้บังคับบัญชาเอาใจใส่และให้กำลังใจในการทำงาน รู้จักชมเชย เพื่อสร้างกำลังในการทำงาน
6. มีการสื่อสารที่ดีทำให้ผู้บริหาร หัวหน้างานและพนักงานมีความเข้าใจกัน
7. มีความสัมพันธ์ที่ดี มีความเอื้ออาทรและให้เกียรติกัน
8. พนักงานมีอิสระในการบริหารเวลาในการทำงาน
9. ดูแลเอาใจใส่เกี่ยวกับสุขภาพของพนักงาน
10. จัดให้มีห้องอ่านหนังสือและสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพในการค้นหาความรู้ มีการฝึกอบรมและดูงาน
11. จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ให้พนักงาน เช่น กีฬา, ร้องเพลง, กิจกรรมเกี่ยวเนื่องกับศาสนา ฯลฯ
11. สถานที่ทำงานมีความปลอดภัย บรรยากาศน่าทำงาน มีสถานที่พักผ่อน และเล่นกีฬา
12. สร้างให้พนักงานสำนึกรักองค์กร มีความภาคภูมิใจในองค์กรและมีส่วนร่วมในความสำเร็จขององค์กร
(2) ท่านมีข้อเสนอในการขยายผล “การสร้างสุขในองค์กร” ให้เกิดขึ้นในองค์กรอื่น ๆ อย่างไร ?
ตอบ1. จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ “การสร้างสุขในองค์กร” ให้แพร่หลายไปในหลายๆ องค์กรที่สนใจ
นอกเหนือจากกลุ่มภาคีฯ ที่มีอยู่
2. ส่งเสริมและทำความเข้าใจกับองค์กรที่สนใจในการสร้างสุขในองค์กร รวมถึงการนำไปประยุกต์ใช้
3. จัดตั้งองค์กรต้นแบบเกี่ยวกับ “การสร้างสุขในองค์กร” เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้มีการศึกษาและดูงานเพื่อให้ทราบแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในการสร้างสุขในองค์กร
คุณนาตยา สุดเสมอใจ