ผลการวิจัยภาวะการศึกษาไทยด้อยพัฒนา สอดคล้องกับฐานะทางเศรษฐกิจในเวทีโลก ชี้รัฐบาลมักหมกมุ่นพัฒนาเษรษฐกิจมากกว่าการศึกษา โดยลืมไปว่าศักยภาพคนเป็นพื้นฐานสำคัญ ทำให้สมรรถภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจไทยไปไม่ถึงไหน ย้ำเรียนฟรี 15 ปี แจกของฟรี 5 อย่างยังแก้ไม่ตรงจุด ไม่สามารถเข้าถึงปัญหาแท้จริงที่เด็กวัยเรียน 3 ล้านคนยังต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน แนะทางแก้รัฐต้องหนุนคนจนได้เรียนทั้งค่ากินอยู่ และค่าเล่าเรียน
สาระสำคัญสรุปได้ว่าการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการเมือง เศรศฐกิจ สังคมไทย และสถานะของประเทศไทยในระบบเศรษฐกิจโลก เป็นอย่างไร ก็ส่งผลกระทบทางการศึกษา ผู้บริหารประเทศมักเข้าใจผิดว่าต้องพัฒนาเศรษฐกิจก่อนพัฒนาการศึกษา ซึ่งความจริงแล้วเราต้องสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพก่อนเพื่อมาช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น ดังนั้นปัญหาใหญ่ของไทยคือการกระจายการศึกษาและคุณภาพเป็นตัวการที่ทำให้คุณภาพการศึกษาของเราต่ำ ขณะที่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจจะเน้นเรื่องความเจริญเติบโตแต่ไม่เน้นการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การศึกษากระจายไม่ทั่วถึง
จากการประเมินผลการปฏิรูปการศึกษาโดยบุคคลวงการต่าง ๆ พบว่า การจัดการศึกษายังไม่มีการกระจายตัวอย่างเป็นธรรม โดยเฉลี่ยมีคุณภาพต่ำ ซึ่งยังคงต้องเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพของครู อาจารย์ และผู้บริหารอย่างจริงจัง ปรับโครงสร้างอำนาจบริหารแบบรวมศูนย์ที่ศูนย์กลาง หรือที่กระทรวงศึกษามาเป็นสำนักงาน และคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาที่มีภาคี 4 ฝ่ายคือ ศึกษาธิการ ประชาชน ผู้ทรงคุณวุฒิ และครูอาจารย์ ในฐานะผู้ปฏิบัติงาน ร่วมบริหารจัดการเพื่อลดอำนาจผูกขาดและวิธีการบริหารแบบสั่งการจากบนลงล่าง และมุ่งสนองความต้องการของประชาชน ชุมชน มากกว่า ระบบราชการเพื่อราชการ
ในความคิดเห็นของผู้เขียน และได้ฝากข้อคิดเห็นมาเเล้วก่อนจากนี้ ว่า การที่จะช่วยเด็กที่ด้อยโอกาสฐานะยากจนเพียงแค่นี้ช่วยอะไรไม่ได้มากหรอก เพราะในแต่ละวันแต่ละมื้อข้าวสารจะกรอกหม้อแทบจะไม่มี แล้วที่รัฐช่วยเหลือแค่นี้นะหรือจะช่วยให้เด็กยากจนจริง ๆ มาเรียนแล้วเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับคงเป็นแค่ความฝันกระมัง ...ที่จะเป็นจริง ( ให้เงิน 2 วัน จะให้มาโรงเรียน ทั้งภาคเรียน ฝันจริง ๆ )