อุบัติเหตุ-ภาวะฉุกเฉิน-สิ่งที่ต้องทำ

วันนี้กลับจากอบรมเกี่ยวกับการทำงานพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลอันเข้มข้นวันสุดท้าย  กลับจากอุบลราชธานีถึงบ้าน หกโมงเย็นแล้ว  รีบทานข้าว  และรู้สึกเหนื่อยจึงหยิบหนังสือขึ้นไปอ่านบนบ้าน  ลูกสาวคนโตโทรมาบ่นเสียใจสอบไม่ได้คะแนนเต็มในวิชาที่คาดหวังแต่มีคนได้เต็มจึงเสียใจมาก  ฟังลูกและบอกลูกว่ายังมีโอกาสครั้งใหม่อีก  ลูกควรเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อการสอบครั้งหน้าดีกว่าเพราะครั้งนี้แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ลูกสาวยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมรับได้ มีสายเรียกซ้อนเข้า เป็นของน้องดาว คุณหมอที่โรงพยาบาลซึ่งปกติจะมาทานข้าวด้วยทุกวันแต่วันนี้อยู่เวร ER คุยกับลูกต่อจนจบ หลังจากนั้นจึงโทรกลับ ปลายสายบอกว่า "เจ้!  มาช่วยหนูหน่อย มีอุบัติเหตุหมู่ ทีม EMS กำลังไปรับมาอยู่" ความเหนื่อยหายไปไหนไม่รู้  รู้แต่ว่าสถานการณ์นี้เราต้องแข็งแรงและช่วยผู้ป่วยได้  ขับรถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้าน ถึงโรงพยาบาลภายใน 5 นาที พร้อมกับรถคันแรกนำผู้ป่วยมาถึง  เป็นผู้ชายวัยประมาณ 20 ปี ตามตัวไม่มีหลักฐานอะไรเลย มาถึง ไม่รู้สึกตัวมีรอยบวมปูดบริเวณศรีษะด้านซ้าย ตาซ้ายบวมปิด  แต่ยกแขนได้เองบ้างไม่มีจุดหมาย น่าจะมีปัญหาเลือดออกในสมอง บาดแผลอื่นๆไม่เป็นปัญหามาก  ชื่อว่า ชายไทยไม่ทราบชื่อ ได้รับการให้น้ำเกลือมาจากจุดเกิดเหตุแล้ว  ชีพจรเร็ว ความดันวัดได้ปกติ หายใจแผ่ว ๆไม่น่าจะเพียงพอ เราช่วยกันใส่ท่อช่วยหายใจอย่างรวดเร็ว ภายใน 3 นาที หลังใส่ท่อผู้ป่วยดูมีกำลังมากขึ้น เราประสานการส่งต่อไปที่โรงพยาบาลยโสธร  แพทย์ศัลยกรรมระบบประศาสตร์ไม่อยู่ จึงได้ไปส่งผู้ป่วยรายนี้ที่โรงพยาบาลศูนย์อุบลราชธานี ข้าพเจ้าจึงต้องนำส่งเป็นการเคลียร์caseนี้ก่อนรับ case ต่อไป ดูแล้ว  ผู้ป่วยรายนี้น่าจะปลอดภัย  ส่งคนไข้เสร็จกลับถึงโรงพยาบาล 5 ทุ่ม เหตุการณ์ที่ ห้องฉุกเฉินก็สงบแล้ว กลับบ้านอาบน้ำนอนดีกว่า

       อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และงานของพยาบาลก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาแม้ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน  วันหลังจะเขียนถึงข้อดีของการเป็นพยาบาลดีกว่า  แล้วจะหาโอกาสบันทึกค่ะ