เปรียบนักศึกษาเหมือนมะม่วงอ่อนและถูกสอยมารอบ่มก่อนเวลาแล้ว จะเอาคืนต้นก็คงไม่ได้ มะม่วงบ่มนั้นทำเพื่อขายเพื่อกิน แต่มะม่วงที่สุกคาต้นยังมีโอกาสได้เกิดเป็นต้นใหม่ให้ดอกออกผลอีกได้

เคยบ่นมาหลายครั้งทั้งใน blog และนอก blog ว่าเดี๋ยวนี้เด็กที่มาเรียนด้วยนั้นคิดไม่เป็น ทำไม่เป็น ไม่อยากคิด และไม่อยากทำ ชอบความสบายแบบไม่ลงทุน

วันนี้ได้อ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ ก็ยืนยันสิ่งที่คิดจริงๆ

เด็กไทยทั้งประเทศตกวิเคราะห์ สทศ.ชี้ผลสอบ"GAT,PAT"2ครั้งฟ้อง

"การสอบทั้ง  2  ครั้งพบว่าเด็กทำคะแนนได้ไม่ผ่านเกือบทั้งประเทศ  เท่ากับว่าเด็กสอบแข่งขันในเกณฑ์คะแนนที่ต่ำอย่างไรก็ตาม   ข้อสอบ  GAT  เน้นการคิดวิเคราะห์  การที่เด็กได้คะแนนน้อยสะท้อนให้เห็นว่า  รร.ไม่ได้สอนให้เด็กคิด  วิเคราะห์เป็น  ซึ่งเรื่องนี้คงต้องกลับมาทบทวน  รร.การเรียนการสอน  โดยสอนให้เด็กฝึกตั้งคำถามว่า  ทำไม  เพื่อฝึกการวิเคราะห์   ไม่ใช่สอนแต่เนื้อหา  และควรลดเนื้อหาให้น้อยลง  แต่ให้เด็กได้คิดมากขึ้น  การสอบ  GAT  และ  PAT  เป็นการสอบคัดเลือก  ไม่ใช่การสอบเพื่อวัดศักยภาพเหมือนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้น ฐาน  หรือโอเน็ต  แต่การที่คะแนนออกมาต่ำฟ้องว่าการคัดเลือกของมหาวิทยาลัยจะได้เด็กหางครีม เข้าไป   แต่ก็ต้องถือว่าเขาเป็นเด็กที่สอบผ่านการคัดเลือก"  ผอ.สทศ. กล่าว  ส่วน  PAT  ถ้าได้คะแนนสูงก็สะท้อนว่าเขามีความรู้ความสามารถที่จะไปเรียนในสาขาที่ เลือกได้ประสบความสำเร็จ  แต่คะแนนที่ออกมาก็ไม่สูงนัก  มีเพียง  10%  ที่ได้  200-300  คะแนน  ในการสอบทั้ง  2  ครั้ง"

อ่านข่าวดังกล่าวดูแล้ว เหมือนเรากำลังพยายามบ่มมะม่วงที่ยังไม่สุกให้สุกเพื่อออกมาขายเป็นปริมาณมากๆ เร็วๆ สุดท้ายมะม่วงที่ได้ก็จะมีสีสัีนประหลาด คือเนียน ดูสวย แต่ไม่อร่อย ไม่มีสารอาหารหรือประโยชน์เท่าลูกที่สุกคาต้น

ที่น่าดีใจคือเด็กที่สอบได้คะแนนเต็มคนหนึ่งจบจากโรงเรียนเก่าของตัวเอง (โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม) แต่เข้าใจเป็นอย่างดีว่าจริงๆ แล้วไม่ได้เกิดจากการเรียนการสอนของโรงเรียนนั้นๆ เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากตัวเด็กเองและครอบครัวสิ่งแวดล้อมของเด็กคนนั้นๆ ด้วย จะเห็นได้จากการสัมภาษณ์ว่า น้องยุวพรไม่ได้กวดวิชา เรียนเองคิดเองโดยความช่วยเหลือของคุณพ่อและทำข้อสอบได้เป็นอย่างดี  อย่างไรก็ขอแสดงความยินดีกับน้องยุวพรและครอบครัวและโรงเรียนด้วยนะคะ

"ยังพบว่าการสอบทั้ง  2  ครั้ง  มีเด็กสามารถทำคะแนน  GAT  ได้เต็ม  300  คะแนน  จำนวน  2  คน  โดยหนึ่งในนั้นเป็นนักเรียน  รร.สตรีวัดมหาพฤฒารามในพระบรมราชินูปถัมภ์  ชื่อ  น.ส.ยุวพร  เกษจุฬาศรีโรจน์  ซึ่งสอบถามเด็กก็พบว่า  เด็กไม่ได้กวดวิชา  มีวิธีการเรียนคือเรียนไปทบทวนไป  ที่สำคัญคือการสอนของทางบ้าน  ซึ่งพ่อจะสอนให้อ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก  และฝีกตั้งคำถามจากการอ่าน  และสอนให้แสวงหาความรู้  ซึ่งเป็นการสอบ  GAT  ให้ได้ดี  ต้องมีการฝึกอ่าน  คิด  วิเคราะห์  ที่สั่งสมมาตั้งแต่เด็ก"

ตอนนี้สอนนัึกศึกษาไป ก็ต้องพยายามกระตุ้นให้เขาคิดวิเคราะห์มากๆ แต่ก็ไม่ได้ผลมากนัก เพราะตอนนี้เปรียบนักศึกษาเหมือนมะม่วงอ่อนและถูกสอยมารอบ่มก่อนเวลาแล้ว จะเอาคืนต้นก็คงไม่ได้ มะม่วงบ่มนั้นทำเพื่อขายเพื่อกิน แต่มะม่วงที่สุกคาต้นยังมีโอกาสได้เกิดเป็นต้นใหม่ให้ดอกออกผลอีกได้   

เห็นได้ชัดจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า การดำเนินชีวิตและพฤติกรรมของนักศึกษาส่วนใหญ่เป็นแบบเร่งสุก ต้องการเกรดแต่มักไม่ต้องการความรู้ ไม่ค่อยพยายาม มาเรียนสาย ไม่ค่อยตั้งใจ เห็นเรื่องต่างๆ เป็นเรืองที่ไม่ซีเรียส ทำนองว่า"ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ได้"  จริงๆ แล้วไม่โทษนักศึกษาแต่โทษระบบการศึกษาทั้งระบบและสังคมที่ไม่ได้มีตัวอย่างที่ดีๆ ให้ดูหรือให้ปฏิบัติตามเท่าใดนัก