เช้าตรู่ของวันนี้     ๑ ในหลายๆข่าว จากเสียงตามเสา(สาย) ประจำหมู่บ้าน แจ้งให้ทราบว่าในวันที่ ๒๘-๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๒  องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร  จะจัดให้มีการแข่งขันเรือยาว รวม ๓ ประเภทคือ  ประเภท ๕๕ ,๓๐ และ ๑๒ ฝีพาย  ขึ้นที่บริเวณริมน้ำปิง หน้าลานอนุรักษ์วัฒนธรรม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร  ขณะนี้ทราบว่า มีเรือสมัครเข้าร่วมแข่งขันแล้วมากมาย  อาทิเช่น

                                          ประเภท ๕๕ ฝีพาย  มีเรือที่มีชื่อว่า   เทพนรสิงห์  สิงห์อิสาน  สิงห์ปทุม    หงส์นคร  เทพหทัยยุทธ์   เจ้าขุนเณร  ศรีสุริโยทัย   ศรีอโยธยา  นางคำปิว   รักไท   ประดู่ทอง   เทพสุริยะ 

                              ประเภท ๓๐ ฝีพาย ได้แก่เรือ  เกรียงไกรสยาม   เทพสิบสองราศี  ขุนศึก  พลายแก้วแม่มาลัยทอง  น้องสายธาร  จอมเลิศ  จหมื่นไวย์   เทพพวงทิพย์   เทพศรีนครชัย  สิงห์สองแคว  เภตรารัตน์อินทรีทอง  ศรีธารา  เจ้าแม่ตะเคียนทอง  เทพบุตร                 

                                 ประเภท ๑๒ ฝีพาย ได้แก่เรือ  พรหลวงพ่อ  สิบสองราศรี   ชบาแก้ว  แว่นฟ้า   พรนทีคนสวยรายชะโด  สิงห์บางพระนอน  แม่ตะเคียนทอง   ขุนไกร  ศรีสรรพยา   ธิดากาไวย์   เทพมงคลพญาเขาล้อ  พลายเพชร  ศิษย์หลวงพ่อพยุง   แม่สาวน้อย

                        จึงขอเชิญ คอเรือแข่ง  และผู้สนใจทั่วไป  ไปเที่ยว ไปเยี่ยม ไปแวะ เมืองกล้วยไข่ ในวันที่ ๒๘-๒๙ สิงหาคม  ๒๕๕๒ ให้ได้น๊ะครับ  สถานที่ชมเรือก็สะดวกสบาย อากาศดี ...เห็นทีต้องขออนุญาตนำภาพของคุณ คนแบกเป้   จาก http://www.siamnava.com  มายืนยันว่า  สถานที่ชมเรือแข่ง สะดวกสบาย ร่มเย็น มากน้อยขนาดไหน

  

                                ความสมานฉันท์ที่เรียกร้องกัน  อาจจะยังมองเห็นเป็นรูปธรรมไม่ชัดเจนนัก  แต่วันที่ ๒๘-๒๙ สค.๕๒ ได้เห็น

ความพร้อมใจกัน..ของเรือแข่ง ที่จะร่วมมือร่วมใจกันพาย  ไปในทิศทางเดียวกัน อย่างมีพลัง  (Empowerment) และมีเอกภาพเฉพาะ(Uniqeness)อย่างแน่นอน

                                  ขอเชิญ...ทุกท่าน..ทุกคน  ลองไปดูการแข่งเรือ เมืองกล้วยไข่..ดูบ้าง....ว่าจะหวาน อร่อย  ..สนุกสนาน มีพลังหนักแน่น ขนาดไหน  ..เชิญพิสูจน์..ไม่ลองไม่รู้ ..  น๊ะคร๊าบผม

                                                                                                                                                                          สามสัก

                                                                                                                                                                      ๒๐ ส.ค.๒๕๕๒