ทุกคนฝึกสมาธิ รับรู้ ลมหายใจแห่งความสุขของเรา ที่หายใจเข้า หายใจออก พร้อมกับการจินตนาการ

วันรุ่งเช้าของวันที่ 4พ.ค. 52

พอเสียงระฆัง เคาะสติดังขึ้น คุณครูผู้เบิกบานผู้ร่วมการอบรม ที่ได้อยู่ในห้องประชุม ก็พากันนั่งลงกับพื้นเป็นวงกลม ตามกลุ่มที่เคยตั้งไว้ ครูแมวให้คุณครู ได้รับชมวีดีทัศน์เพลง  ลมหายใจแห่งความสุข  ของเสถียรธรรมสถาน โดยให้ทุกคนฝึกสมาธิ รับรู้ ลมหายใจแห่งความสุขของเรา ที่หายใจเข้า หายใจออก  พร้อมกับการจินตนาการ  โดยทำท่าทางตามเสียงเพลงโดยให้คุณครูทำตาม         

ลมหายใจเข้า   >>นำมือกลับมาไพล่กันไว้ที่อก

 ลมหายใจออก >>ผายมือทั้งสองข้างออกสุดแขน

 ดั่งดอกไม้บาน     >>     ชูมือทำท่าดอกไม้บานบนศีรษะ

ภูผาใหญ่กว้าง       >>     ชูมือทำท่าภูเขาอยู่บนศีรษะ

ดั่งสายน้ำฉ่ำเย็น           >>   ค่อย ๆ ลดมือสองข้างลง และกระดิกนิ้วไปมาเสมือนสายน้ำไหล

ในนภากาศ  อันบางเบา  >>   ชูแขนทั้งสองข้างสุดแขนทำมือโบกไปมาเป็นจังหวะ คล้ายอาการที่เป็นลมพัดผ่าน

จากนั้น ครูแมวก็ให้ทุกคน ร่วมทำท่าประกอบเพลง  อีก1  รอบ  แล้วจึงให้หลับตาทำท่าประกอบเพลง  เมื่อเพลงหยุดจึงให้ทุกคนทำสมาธิ ประมาณ  10  นาที  ครูแมวชวนให้คุณครูทุกคนนั่งหลับตาและกล่าวคำแผ่เมตตาต่อตนเอง  ต่อครอบครัว ต่อผู้อื่น

                         

เมื่อจบจากกิจกรรม ลมหายใจแห่งความสุข ครูแมวก็ให้ คุณครูทุกคนร่วมกันช่วยถอดบทเรียนที่ได้รับมาตั้งแต่เมื่อวาน ถึงวันนี้ เกี่ยวกับ กิจกรรม และกระบวนการที่เกิดขึ้น ว่าจะนำไปใช้กับโรงเรียนและนักเรียนอย่างไร ในฐานะที่เราจะเป็นครูมืออาชีพ Facilitator  ครูพิเศษ คือคุณครู ผู้เป็นตัวแทนท่านหนึ่ง บอกว่า เราได้ ค้นพบกิจกรรมสื่อสารซึ่งเป็นทัศนคติการแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน ได้เห็นการแลกเปลี่ยนความรู้สึก ได้เห็นการวางแผนที่ประทับใจ เห็นถึงการจัดกิจกรรม ว่าถ้าเป็นวิชาการมากเกินไปก็จะรู้สึกว่าเบื่อ แต่พอเราใช้กิจกรรมร่วมกัน ให้สมาชิกได้แสดงออกร่วมกัน  ให้ทุกคนได้มี บทบาทก็จะทำให้ มีความสุข

                   

                

              ครูคงจรัส เป็นตัวแทนพูดในส่วนเนื้อหา ที่บอกว่า ปัจจุบัน  เรามองเห็นการใช้สื่อห้องเรียน  หากสื่อที่มีเนื้อหามาก   ก็จะเหมือนว่า ทางครูจะเป็นวิชาการมากเกิน ทำให้ นักเรียน เบื่อ แต่ถ้าเราลองนำกระบวนการต่างๆ ที่ได้เรียนรู้ในการปฏิบัติกิจกรรมที่ผ่านมาในการอบรม 2 วันนี้ไปใช้   เราเกิดความรู้ความเข้าใจ เราจะทำให้เกิดความระทึกใจ คือ มีการลุ้น ตื่นตัว รู้สึกว่าจะเกิดอะไร  อะไรจะดึงความสนใจในห้องเรียน  ได้เห็นการทำกิจกรรมให้ลุล่วงด้วยความวางใจ  เรา ได้พูด ได้คุย กันมากขึ้น

              คุณครูแต่ละท่านยังเห็นด้วย กับการใช้สุนทรียสนทนาว่า สิ่งที่ ได้รับเพิ่มเติมจากการสัมผัสจากมือ ในเวลาพูดคุย  เป็นสื่อถึงการไว้เนื้อเชื่อใจ  การที่ได้รับฟังการถ่ายทอดเรื่องราวทำ ให้เกิดความเข้าใจ ได้การสื่อสาร ต่อไปก็ทำให้ได้งาน  ทำให้ความคิดและจิตใจ สามารถรับสิ่งต่างๆ ด้วยการเติมเต็มความเอาใจใส่กันและกัน จากการสัมผัสมือจากทุกๆท่านที่สื่อสาร ได้รับรู้ และเข้าใจ