ตอนที่ ๑

          สามโรงพยาบาลที่เราไปดูคราวนี้   มีเป้าหมายเดียวกัน คือสุขภาวะของประชาชนในอำเภอที่ตนรับผิดชอบ   และมองตรงกันว่าลำพังโรงพยาบาลชุมชนไม่มีทางทำให้เกิดได้   หรือจะกลายเป็นการต่อสู้ที่ยิ่งสู้ยิ่งพ่ายแพ้   เพราะวิธีเอาบริการไปทำให้เกิดสุขภาวะของทั้งพื้นที่เป็นสิ่งที่ไม่มีวันทำได้สำเร็จ   การใช้บริการเป็นยุทธศาสตร์เดี่ยวจึงเป็นวิธีการที่ผิด    เพราะผู้ให้บริการจะโดนปัญหาความต้องการบริการถาโถมเข้ามาท่วมทับ   โดนปัญหาทับตาย 

          วิธีที่ฉลาดจึงไม่ใช่วิธีตั้งรับในโรงพยาบาล   แต่ต้องรุกออกไปในชุมชน   นี่คือที่มาของ รพสต. (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล)    และ รพสต. ก็ต้องไม่ตั้งรับอยู่ที่ รพสต.   ต้องรุกออกไปทำงานในชุมชน    ให้คนในชุมชนช่วยเหลือตัวเอง และรวมตัวกันช่วยเหลือกันเอง    เนื่องจากสุขภาวะเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตของผู้คน    และสุขภาวะเป็นเรื่องของการสร้าง ๘๐% เป็นเรื่องของการซ่อมสุขภาพเพียง ๒๐%  

          สุขภาพจึงเป็นเรื่องของคน เป็นเรื่องของแต่ละคน และของชุมชน   ที่จะต้องช่วยกันขจัดสิ่งที่ก่อปัญหาสุขภาพ   และต้องสั่งสมทุนสุขภาพไว้ให้แก่คนเอง และแก่ชุมชน/ท้องถิ่น/สังคม ที่ตนดำรงชีวิตอยู่    ระบบสุขภาพชุมชนคือระบบของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน   ไม่ใช่ระบบของรัฐ ระบบของรัฐ คือ PCU ต้องทำหน้าที่ empower ระบบของประชาชน      

          ยุทธศาสตร์สร้างนำซ่อมในระบบสุขภาพไทย มีความก้าวหน้ามากทีเดียว    แต่ในทางปฏิบัติ จะดำเนินการสร้างสุขภาพอย่างไร   เพราะสุขภาพเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก และเป็นเรื่องของคนแต่ละคน และของแต่ละชุมชน    ทั้ง ๓ โรงพยาบาลเชื่อตรงกันว่า ต้อง empower ชุมชนให้สร้างสุขภาพของตนได้   และให้ดูแลปัญหาสุขภาพของตนเองได้ ช่วยเหลือกันเองได้ ในระดับหนึ่ง    คือ empower ภาคประชาชนให้ทำทั้งสร้างสุขภาพ และซ่อมสุขภาพเบื้องต้น

          แต่วิธีการของ ๓ รพ. นี้ ในการ empower ภาคประชาชน ไม่เหมือนกัน   แต่มีส่วนที่เหมือนกันแบบที่ “เหมือนกันยังกะแกะ” คือ เป็นขบวนการเรียนรู้ ผ่านการลองผิดลองถูก ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรมากมาย    โดยที่พันธมิตรเหล่านี้เห็นความตั้งใจ ความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาวะของผู้คน    จุดที่เหมือนกันคือผู้อำนวยการ รพ. ทั้งสามอยู่ติดที่ ไม่ต้องการย้ายไปรับตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้น    ผู้อำนวยการทั้ง ๓ มีเป้าหมายชีวิตที่การสร้างสุขภาวะของผู้คน    ไม่ใช่เป้าหมายแสวงหาตำแหน่งราชการหรือการเมือง   และด้วยเหตุที่ทำมานานและต่อเนื่อง จึงมีทีมงานที่เข้มแข็งและมีอุดมการณ์เดียวกัน พูดภาษา LO คือมี Shared Vision   รวมทั้งเหมือนกันในด้านมีเครือข่ายในชุมชนและในประเทศมากมาย   กล่าวในภาษา KM คือมี social assets เยอะ   และที่เหมือนกันอีกอย่างหนึ่งคือ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ยกตนข่มท่าน ไม่เป็นกบฎต่อระบบ   แม้จะทำงานอย่างมีนวัตกรรม ก็ประนีประนอมกับระบบและผู้มีอำนาจ    จนตนเองมีบารมีสูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้มีอำนาจก็เกรงใจ   แต่ ผอ. ของ รพ. ทั้ง ๓ ก็ไม่แสดงความยิ่งใหญ่

          ในตอนต่อไป ผมจะตีความว่า ๓ รพ. นี้มีวิธี empower ภาคประชาชนแตกต่างกันอย่างไร

วิจารณ์ พานิช
๑๖ ส.ค. ๕๒