Strategy in Action

สวัสดีค่ะ ครูใหญ่และผู้อ่านทุกท่าน

 

คราวนี้ส่งงานล่วงหน้าเลย...เพราะส่งก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม   

 

เอ๋..ไม่ใช่แล้ว..ครูใหญ่คงนึกเอ็ดในใจ  ท่าทางครูน้อยคงจะหลงลืมวันเวลาไปอย่างแรง   นี่มันกลางเดือนแปด  และครูน้อยยังไม่ได้ส่งรายงานของเดือนหกกับเดือนเจ็ดต่างหาก     ทำมาเป็นรวบยอดส่งสามเดือนแถมยังมาช้าอีกต่างหาก   ชิชะ..

 

เอ่อ..ที่เขียนไปข้างบนนั่น  ครูน้อยก็สมมุติว่าตัวเองเป็นครูใหญ่  แล้วลองเขียนแทนความในใจของครูใหญ่สนุกๆ นะคะ    คราวนี้ก็ต้องกราบขอโทษอีกแล้วค่ะ...  _//\\_   (เครื่องหมายแสดงการพนมมือไหว้แบบที่วัยรุ่นนิยมใช้ในอินเตอร์เน็ตค่ะ   เป็นครั้งแรกที่ครูน้อยลองใช้เหมือนกัน  น่ารักดีนะคะ)

 

และสาเหตุที่ห่างหายไปนาน   ก็ยังคล้ายๆ เดิมอยู่ดี   ครูน้อยยังคงวุ่นวายกับเรื่องราวภาระร้อยแปดพันเก้าของตัวเองเช่นทุกครั้งไป   ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงปิดเทอมหรือเปิดเทอมก็ตาม     แถมผสมโรงด้วยการป่วยเป็นไข้หวัดอย่างแรงเป็นเวลาหลายอาทิตย์  (แต่ยังไม่ใช่ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 นะคะ    เอ..หรือว่าจะใช่แต่คุณหมอขี้เกียจตรวจก็ไม่ทราบ   เพราะคนมาโรงพยาบาลด้วยอาการคล้ายกันเยอะมากจริงๆ)  

 

โดยปกติแล้วเนี่ย  ครูน้อยยังไม่เคยคิดว่าตัวเองแก่นะคะ  (แม้ว่าเลขสี่จะมารอตรงหน้าพอดีเป๊ะ)  แต่มาคิดว่าแก่ก็เพราะอาการป่วยคราวนี้ล่ะค่ะ   เพราะไม่เคยป่วยแม้แต่เป็นหวัดมานานหลายปีมาก    พอต้องมานอนซมเป็นอาทิตย์เนี่ย  ทำให้คิดเรื่องสังขารไม่เที่ยงทันที    แต่ข้อดีที่ได้จากการป่วยคราวนี้ก็คือทำให้เห็นคุณค่าของหลายสิ่งหลายอย่างมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ     หนึ่งในนั้นก็คือความสำคัญของครอบครัว  และคนที่รักเรานะคะ    หลายครั้งที่ชีวิตซึ่งต้องอยู่ห่างไกลกัน  ทำให้เราอาจจะหลงลืมความสำคัญของคนเหล่านี้ไปบ้าง   เพราะมัวแต่หมกมุ่นกับเรื่องของตัวเอง  ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการศึกษา  หรือการใช้ชีวิตด้านอื่นๆ    แต่เมื่อล้มป่วย  คนที่คอยเฝ้าดูแลและจะเป็นจะตายไปกับเราด้วย   ก็มีแต่คนในครอบครัวเท่านั้นล่ะค่ะ    ก็อยากฝากกับผู้อ่านทุกท่านว่าอย่าลืมให้ความสำคัญกับครอบครัวของท่านให้มากๆ กันนะคะ   เพราะสิ่งอื่นๆ ที่เป็นเปลือกนอกซึ่งคนเรามักจะให้ความสำคัญนั้น   มีความหมายน้อยมากเมื่อเทียบกับความรักที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัว   โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ของเราค่ะ

 

ไถลออกนอกเรื่องไปไกล   กลับมาเรื่องหลักของเรากันต่อดีกว่านะคะ   อย่างที่เคยแจ้งให้ทราบไปแล้วครั้งหนึ่ง   ในภาคการศึกษาหน้านี้  ครูน้อยจะสอบ Comprehensive Exam แล้วล่ะค่ะ   ซึ่งเป็นการสอบประมวลผลในวิชาหลักๆ ที่ได้เรียนไปทั้งหมด   ตอนนี้ก็กำลังเตรียมตัวอยู่ค่ะ   หากครูใหญ่หรือผู้อ่านท่านใดมีข้อแนะนำดีๆ ก็มาบอกกันตรงนี้ได้นะคะ   ครูน้อยยินดีรับฟังทุกคำแนะนำและขอขอบพระคุณไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ  (คำอวยพรอะไรก็ยินดีรับไว้ทั้งหมดนะคะ   ตอนนี้จัดว่าอยู่ในช่วงเครียดเกือบที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิตกันเลยทีเดียว)

 

ไม่รู้ว่าทุกท่านที่กำลังศึกษาปริญญาเอกหรือจบแล้วเคยมีความรู้สึกนี้หรือเปล่า  ความรู้สึกที่ว่า..ถ้าสอบไม่ผ่านจะทำอย่างไร    ครูน้อยก็คิดมากเรื่องนี้อยู่เหมือนกันค่ะ   ชอบคิดว่าเราจะไหวหรือเปล่านะ.. หัวสมองก็ไม่ค่อยดีเหมือนสมัยยี่สิบปีที่แล้วตอนยังสาวๆ อยู่เสียด้วย   แต่ก็พยายามบอกตัวเองว่า  ไม่ผ่านก็สอบใหม่จนกว่าจะผ่าน   ถ้าไม่ผ่านอีกและทางโรงเรียนเขาไม่ให้เรียนต่อ   โดยที่เราได้พยายามเต็มที่แล้ว   เราก็คงต้องหาที่เรียนใหม่เท่านั้นเอง    แต่ถึงอย่างไรก็จะต้องพยายามให้ดีที่สุดก่อน   ถ้าไม่สำเร็จก็ค่อยดูทางเลือกอื่นๆ ต่อไป     ยังไงก็ขอพรจากครูใหญ่และผู้อ่านทุกท่านช่วยเป็นกำลังใจให้ครูน้อย (ที่อายุไม่น้อย) คนนี้ให้สอบผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ

 

และ..ก็ดูเหมือนจะยังไม่ได้เข้าเรื่องที่ตั้งใจจะมาเล่าเสียที.. (อ้อมไปอ้อมมาอยู่นานเลย)  คราวนี้จะมาเล่าถึงกิจกรรมดีๆ ที่ทางภาควิชา Strategic Management ที่ครูน้อยเรียนอยู่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของอาจารย์และนักศึกษาปริญญาเอก ในภาคกันค่ะ

 

กิจกรรมนี้มีชื่อว่า  Strategy in Action ค่ะ    เป็นกิจกรรมที่ให้อาจารย์ในภาควิชาหมุนเปลี่ยนกันเลือกหัวข้องานวิจัยที่น่าสนใจและอยู่ในสาขา Strategy มาถกกัน   โดยที่จะจัดประมาณเดือนหรือสองเดือนครั้ง   ซึ่งในเทอมที่ผ่านมาก็ได้จัดไปสองครั้งค่ะ   ครั้งแรกจัดในเดือนกุมภาพันธ์ โดย Prof. Margaret Hughes ได้เลือกหัวข้อที่เกี่ยวกับ Investor Psychology and Asset Pricing  ซึ่งเป็นหัวข้อที่ท่านได้ทำวิจัยและเสนอตีพิมพ์มาให้เพื่อนอาจารย์และเหล่านักศึกษาปริญญาเอกได้พูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันค่ะ  

 

ส่วนครั้งที่สองจัดในเดือนเมษายน  โดย Prof. Gerry McNamara  เป็นหัวข้อที่ค่อนข้างแปลก คือ Neuroscience of Leadership  และได้เชิญนักศึกษาปริญญาเอกที่จบการศึกษาไปแล้วมาพูดคุยและแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้   ทำให้นักศึกษาปัจจุบันได้ทำความรู้จักกับนักศึกษารุ่นพี่ที่จบไปแล้วด้วย  เผื่อจะได้มี connection ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานหรือการทำวิจัยร่วมกันต่อไปในอนาคต

 

สำหรับตัวครูน้อยเองยอมรับว่าหลายๆ ประเด็นที่ได้รับจากการเข้ามีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้นก็มีประโยชน์มาก    แม้ว่าหัวข้อวิจัยที่หยิบยกขึ้นมานั้นอาจจะไม่ได้ตรงกับหัวข้อวิจัยที่ครูน้อยสนใจ    แต่ในระหว่างสนทนานั้น  ก็มีการพูดถึงประเด็นอื่นๆ เช่น  วิธีแก้ไขสไตล์การเขียนงานวิจัยเพื่อให้มีโอกาสได้รับตีพิมพ์มากขึ้น  เป็นต้น

 

คิดว่าในเทอมต่อๆ ไปก็คงจะมีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาอีก   หากครูน้อยได้เข้าร่วม (จริงๆ ต้องเข้าร่วมทุกครั้งอยู่แล้วค่ะ  หากไม่ติดว่าตรงกับเวลาเรียนพอดี)  ก็คงจะนำมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ   และถ้าหากมีหัวข้อใดสอดคล้องกับในเรื่อง KM ก็จะลงลึกในรายละเอียดให้มากกว่านี้ค่ะ

 

 

แล้วเจอกันเดือนหน้าค่ะ     สวัสดีค่ะ.....