สิ่งนี้จริงแท้และแน่นอนค่ะ อย่าว่าแต่อะไรเลย แค่ลมหายใจเราเองยังไม่เท่ากันเลยค่ะ ปกติแอร์จะสวดมนต์ และนั่งสมาธิโดยการนับ ดังนี้
“หายใจเข้า - พุท - หายใจออก -โธ- “ นับ 1
“ หายใจเข้า - พุท- หายใจออก -โธ- “ นับ 2
ทำไปจนถึง 5 แล้วกลับมานับใหม่
“หายใจเข้า - พุท- หายใจออก -โธ- “ นับ 5
“หายใจเข้า - พุท- หายใจออก -โธ- “ นับ 4
ทำไปจนถึง 1 จึงนับเป็น 1 ชุด
ถ้าเป็นวันธรรมดาก็จะทำสมาธิด้วยวิธีนี้ 10 ชุด ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ที่มีเวลาจะทำประมาณ 15-20 ชุด ใช้วิธีกำหนดจำนวนชุด ไม่ได้กำหนดเวลา เมื่อต้นเดือนลองเปลี่ยนใหม่ กำหนดเวลา 30 นาที อยากรู้ว่าจะทำได้กี่ชุด ปรากฏว่าไม่เท่ากันเลยสักวัน บางวันทำได้ 19 ชุด บางวัน 23 ชุด บางวัน 21 ชุด จึงได้คิดกับตัวเองว่า อืม นี่ขนาดลมหายใจของเราเองแท้ ๆ แม้ในเวลาที่เท่ากัน เรายังกำหนดลมหายใจให้เท่ากันทุกวันไม่ได้เลย
ว่าแล้วก็มาพูดถึงความไม่แน่นอนของการไปปฏิบัติธรรมครั้งนี้ต่อดีกว่าค่ะ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นดังนี้ค่ะ
1.ผู้ร่วมทาง ตอนแรกตั้งใจว่าจะชวนเพื่อนผู้หญิงอีก 2 คนไปปฏิบัติด้วย แต่ปรากฏว่า
เพื่อนคนนึงไม่สบาย และอีกคนนึงต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ไม่สามารถไปได้ ก็ไม่เป็นไร เราก็ตัดสินใจไปคนเดียว เรื่องอย่างนี้ไม่โทษกันค่ะ ช่วงที่เค้าสะดวกเราก็อาจไม่สะดวกก็ได้ ขนาดเราเองอยากไปสัก 5 วันยังไปได้แค่นี้เลย เพราะลางานไม่ได้ ลูกก็ต้องฝากพ่อแม่แฟนเลี้ยงให้ เกรงใจท่านเหมือนกัน แต่ไหน ๆ จะไปแล้วลองชวนน้องผู้หญิง ชื่ออัน และปรีชา (แฟนเค้า) ดู เพราะคู่นี้เค้าเคยชวนแอร์ไปปฏิบัติธรรมที่วัดปัญญานันทารามด้วยกัน ปรากฏว่าเค้าสนใจอยากไปด้วย แอร์บอกเค้าวันอาทิตย์ว่าจะไปวันศุกร์ แฟนเค้าก็ตัดสินใจเลย ว่าไปด้วย แต่ขอเข้าไปประชุมตอนเช้าวันศุกร์ก่อนแล้วค่อยไปด้วยกัน เพราะเค้าก็ไม่รู้ทาง เออ ! คนที่ตั้งใจชวนไป ไม่ได้ไป คนที่ไม่ได้คิดว่าเค้าจะไปได้ ก็ได้ไป แปลกดี !
2. อาการแพ้ ตอนสาย ๆ ของวันที่ 11 สค 52 อยู่ ๆ แอร์ก็มีอาการเจ็บ ๆ ตึง ๆ ที่ข้อศอกและหัวเข่า ก็บอกแฟนว่าไม่รู้เป็นอะไรทำไมเป็นอย่างนี้ก็ไม่รู้ แต่มันก็ไม่ถึงกับเจ็บมาก แค่ตึง ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร เดี๋ยวก็คงหาย ที่ไหนได้ เราก็ว่า เอ๊ ทำไมมันเจ็บขึ้น ๆ หว่า มาดูอีกที เป็นตุ่มน้ำใส ๆ ประมาณหนึ่งเซนที่ข้อศอกซ้าย พอดูศอกขวา โอ้ พระเจ้าจอร์จ ! ถุงน้ำก้อนเบ้อเร่อ อะไรกันนี่ ! เอาให้แฟนดู แฟนก็บอกจะพาไปหาหมอ แต่เราเกรงใจเค้าเพราะมืดแล้ว เลยบอกไม่เป็นไร ไว้พรุ่งนี้ไม่ยุบค่อยไปหาหมอแล้วกัน ตื่นเช้ามาข้อศอกซ้ายเพิ่มขึ้นอีก 2 ตุ่ม รวมเป็น 3 ตุ่ม ส่วนศอกขวาก็ก้อนใหญ่ครึ่งเกือบเท่าครึ่งลูกมะนาวเลย ! ตายแน่ !ข้อยเป็นอะไรเนี่ย แฟนก็รีบพาเราไปหาหมอที่โรงพยาบาล พอไปถึง หมอก็ไม่รู้ว่าเราเป็นอะไรเพราะเค้าไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน เอาล่ะซิ แล้วข้อยจะได้ไปวัดไหมนี่ เจอคนที่ทำงานแฟนเค้าบอกเป็นงูสวัดหรือเปล่า โอย ไม่เอานะ เดี๋ยวไปทำให้พระ กับผู้ปฏิบัติธรรมที่วัดเค้าติดด้วยล่ะซวยเลย หมอนัดให้มาเจอหมอผิวหนังอีกทีวันพฤหัสที่ 13 สค 52 นอนไม่หลับเลยค่ะ เป็นโรคที่หมอก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเนี่ย เครียดมากเลย พอตอนเช้าก็สวดมนต์ ไหว้พระ อธิษฐานจิตว่ายังไงก็จะไปวัด ขอให้การไปปฏิบัติธรรมครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ไม่มีอุปสรรคด้วยเถอะ เมื่อแอร์ไปทำงานที่สถาบันฯ ก็ไปให้คุณหมอช่วยดูให้เบื้องต้นก่อน คุณหมอก็งงมากว่าเป็นอะไร ถามไปถามมา น่าจะเกิดจากการที่แอร์ไปกินยาฆ่าเชื้อเม็ดนึงเมื่อเช้าวันอังคาร แต่มันไม่น่าจะแพ้ขนาดนี้ คุณหมอเลยให้ช่างภาพมาถ่ายรูปเอาไว้ ว่านี่คืออาการของคนที่แพ้ยานะ แต่คุณหมอก็บอกว่ายังไงก็ควรไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังดูอีกที กว่าจะได้เจอหมอผิวหนังก็บ่ายสามโมงกว่าแล้ว คุณหมอดูแล้วก็สรุปว่าแอร์แพ้ยาฆ่าเชื้อตัวนั้นแหละ แต่ที่น่าสงสัยก็คือ ก่อนหน้านี้แอร์ก็เคยได้รับยาตัวนี้ คือนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กิน และครั้งนี้เพิ่งกินไปได้แค่เม็ดเดียว ขึ้นขนาดนี้ได้ไง เภสัชกรยังงงเลยค่ะ คุณหมอก็สั่งยาแก้อักเสบ และผ้าก๊อซ + น้ำเกลือมาให้ ก็คิดในใจว่า เอาล่ะ มันจะคืออะไรก็ช่างเหอะ ขอแค่ฉันไม่เป็นโรคติดต่อให้คนอื่นเค้าเดือนร้อนก็พอแล้ว พอทานยาและล้างแผลแล้ว ตอนเช้าวันศุกร์แผลก็ยุบไปหมดเลย งงเลย แต่ยังเหลือรอยดำ ๆ อยู่นะคะ ไม่ใช่หายไปซะทีเดียวหรอกค่ะ เรื่องนี้อาจจะเป็นอาการแพ้ยาทางวิทยาศาสตร์จริง ๆ ก็ได้ แต่แอร์ขอเรียกว่าบททดสอบจิตใจดีกว่าค่ะ ว่าเรามุ่งมั่นจริงหรือเปล่า เอ หรือว่าเป็นอาการแพ้วัด อิ อิ
3.โรคเลื่อน เลื่อนในที่นี่ก็คือเลื่อนเวลา แอร์คุยกับคุณแพรตั้งนานว่าจะไปปฏิบัติธรรมที่
วัดก็ไม่ได้ไปซะที เลื่อนอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็มาลงตัววันที่ 14-16 สิงหาคม 2552 นี่ล่ะค่ะ แต่ยังไม่จบแค่นั้น แอร์กับน้องอันนัดกันที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เวลา 14.00 น. แต่พวกน้องเค้าเป็นห่วงเห็นว่าแอร์เป็นแผลที่ข้อศอกและหัวเข่า กลัวจะไปลำบากเค้าก็เลยจะมารับแอร์ที่บ้านแทน เราก็เกรงใจเค้า แต่เค้าบอกไม่เป็นไร ไว้ให้คราวหน้าเราแข็งแรงดีค่อยนัดเจอกันข้างนอกแล้วกัน ครั้งนี้เค้าจะมารับเอง ก็คิดว่า เออ เราก็มีบุญนะ จะไปปฏิบัติธรรมทั้งทีก็มีคนมารับที่บ้าน เอ้า รอก็รอ ระหว่างนั้น เราก็อ่านหนังสือ ถาม-ตอบเรื่องการปฏิบัติธรรม ของคุณแม่สิริ ไปพลาง ๆ แต่ปรากฏว่าเค้ามารับแอร์ตอนจะสี่โมงเย็นแล้วนี่ซิคะ (โอ้.. บ้านแอร์อยู่นนท์ แต่วัดป่าเจริญราชอยู่คลอง 11 แล้วเราจะถึงวัดกี่ทุ่มเนี่ย) แต่จะว่าเค้าก็ไม่ได้หรอกค่ะ เค้าก็ต้องมีธุระของเค้าเหมือนกัน เค้าอุตส่าห์หวังดีมารับเราถึงบ้านแล้ว เรากำลังจะได้ไปทำบุญแล้ว อย่าอารมณ์เสีย นี่แหละความแน่นอนคือความไม่แน่นอน
แบบนี้ละคะ เวลาจะไปปฏิบัติธรรม
จะต้องมีเหตุการณ์ต่างๆ มาคอยสกัดกั้น ไม่ให้เราไปง่ายๆ
เรียกว่า มารผจญ ค่ะ
แต่ถ้าไปแล้ว ก็ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ
อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ
ขอให้แข็งแรงและไปปฏิบัติธรรมต่อไปค่ะ