นักเรียนได้เรียนรู้โดยการแสดงบทบาทสมมุติ เช่น การทักทาย การยืมสิ่งของ นักเรียนชอบมาก และพูดได้ เพราะนักเรียนได้เรียนทั้งด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน

ดิฉันเป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษในระดับชั้นประถมศึกษา มา 4  ปี  จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี  เขต 2  ต่อมาได้ย้ายมาที่อยู่โรงเรียนวัดหนองพิมาน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี  เขต 1   ตั้งแต่ดิฉันได้ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ เมื่อต้นปีการศึกษา 2552  ดิฉันได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการอาภรณ์  หนิมสุข  ให้สอนภาษาอังกฤษ  ชั้น  ป. 1-6  ซึ่งเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ดิฉันมีความถนัดดังนั้นจึงมีความตั้งที่ใจสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนทุกชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง   ดิฉันเริ่มที่ดูผลการสอบระดับชาติ  มีคะแนนต่ำมาก  จึงได้ทดสอบความรู้พื้นฐานของนักเรียนแต่ละคน  และจดบันทึก  จากการที่ได้ข้อมูลดังกล่าวจึงสามารถสรุปได้ว่า นักเรียนร้อยละ 80  มีปัญหาทุกด้านคือทักษะการฟัง  พูด  อ่าน  และเขียน  แต่ดิฉันคิดว่าปัญหาด้านการอ่านสำคัญที่สุด  นักเรียนอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกเป็นส่วนมาก

                ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552  ถึงปัจจุบัน  ดิฉันก็ได้พยายามหาวิธีการที่หลากหลาย  เช่น  ใช้สื่อ  VCD  มัลติมีเดีย  , เพลง  เกมส์  และแบบฝึกเป็นข้อสอบจากคลังข้อสอบ  ข้อสอบแต่ละข้อถ้านักเรียนไม่รู้คำศัพท์ก็จะแนะนำให้เปิด Dictionary  การให้นักเรียนนักเรียนท่องคำศัพท์นั้นเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ  แต่การที่ให้นักเรียนแลกคำศัพท์กันจะทำให้นักเรียนจำได้เร็วกว่า เช่น  ให้ คำศัพท์ 1 คำ ทุกคนในชั้น  นักเรียนก็จะถามกันเองว่าเธอได้คำว่าอะไร  เราได้คำนี้นะ ก็จะส่งผลให้ได้รับคำศัพท์ที่หลากหลาย  และให้นักเรียนออกมาเสนอคำศัพท์หน้าชั้นเรียน  เรียกกิจกรรมในชั้นเรียนนี้ว่า  ภาษาอังกฤษคนละคำในชั้นเรียน   ต่อมาดิฉันให้นักเรียนได้เรียนรู้โดยการแสดงบทบาทสมมุติ เช่น  การทักทาย  การยืมสิ่งของ   นักเรียนชอบมาก และพูดได้  เพราะนักเรียนได้เรียนทั้งด้านการฟัง  พูด   อ่าน  และเขียน  ดิฉันให้นักเรียนทำกิจกรรมนั้นซ้ำๆ   สังเกตพฤติกรรมนักเรียนทุกคน  ให้ความสนใจนักเรียนทุกคน  อย่างทั่วถึง  เพราะดิฉันต้องการรู้ว่านักเรียนแต่ละคนนั้นมีพื้นฐานอย่างไร  ซึ่งก็ได้พบว่า ระดับช่วงชั้นที่ 2  นักเรียนก็มีทักษะด้านภาษาอังกฤษระดับปานกลาง   บางคนก็เขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษไม่ถูกต้องตามหลักการเขียน  บางคนยังก็ยังไม่สามารถเขียนได้เลยแต่มีความจำดี  จากการได้ฟัง  ก็สามารถพูดได้เร็ว  เมื่อทราบปัญหารายบุคคล   ทำให้ต้องสอนแบบช้า ๆ เป็นเรื่องที่ง่าย ๆ ต้องดูการทำงานของนักเรียนบ่อย ๆ คอยแนะนำทุกเรื่องที่เห็น  เช่น การเขียน ต้องให้เขียนพร้อมอ่านซ้ำๆ  จนกว่าจะจำได้   หมั่นตรวจงานพร้อมทั้งชี้แจงรายบุคคลเมื่อพบ ข้อผิด ก็จะบอกว่าถูกนั้นคืออย่างไร  ได้จัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับชั้นเรียนนั้น ๆ ที่สอน

                จากการจัดกิจกรรมการสอนที่หลากหลายผสมกัน  จึงสรุปได้ว่าการที่ดิฉันพยายามเอาใจใส่นักเรียนทุกคน เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่า  การสอนจะได้ผลนั้นต้องอยู่ที่ครูสนใจสอน  หาวิธีการที่หลากหลายมาสอน  ถึงแม้ว่านักเรียนจะมีการเรียนรู้ช้าแต่ก็สามารถรู้และเข้าใจภาษาอังกฤษในระดับดีได้  คือครูผู้สอนต้องขยันเป็นพิเศษหากต้องการให้ลูกศิษย์เก่ง