การฑูตภาคประชาชน

 

กลุ่มท้อนเงิน  ความภูมิใจของแม่หญิงลาว

เสริมสร้างความสัมพันธ์ลาว ไทย  สู่การฑูตภาคประชาชน           

 

สปป. ลาว  มีระบบการจัดตั้งมวลชนที่เข้มแข็ง  เชื่อมโยงกันทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านไปจนถึงระดับประเทศ  ดังนั้น โครงสร้างการปกครองจึงเน้นเอกภาพเป็นสำคัญ  โดยมีพรรคประชาชนลาว เป็นผู้กำหนดนโยบาย  ดั่งคำขวัญที่ว่า  พรรคชี้นำ  รัฐคุ้มครอง  ประชาชนเป็นเจ้าของ

เรื่องราวของสหพันธ์แม่หญิงลาวก็ขึ้นอยู่กับโครงสร้างนี้  คือเป็นขบวนการจัดตั้งขนาดใหญ่ของรัฐที่มีพื้นฐานมาจากการจัดตั้งองค์กรสหพันธ์แม่หญิงระดับบ้าน    ระดับเมือง (อำเภอ)  ระดับแขวง (จังหวัด) และขึ้นสู่ระดับประเทศ  โดยมีหน่วยงานภาครัฐ คือ ศูนย์กลางสหพันธ์แม่หญิงลาว เป็นหน่วยงานดูแล ปฏิบัติ กำกับดูแลทางนโยบาย

          สหพันธ์แม่หญิงลาว  ถือได้ว่าเป็นองค์กรที่มีเกียรติสง่า  มีศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกับภาคส่วนอื่นๆ ทั้งนี้ ก็เนื่องจากผู้หญิงของประเทศ สปป.ลาว ได้มีบทบาทสำคัญในการปลดปล่อยและเปลี่ยนแปลงการปกครองร่วมกับผู้ชาย ในยุคแห่งการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง ดังนั้น ผู้หญิงจึงได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียมและถือเป็นกำลังสำคัญในการปกครองประเทศ

          ที่ผ่านมาสหพันธ์แม่หญิงลาว ได้มีภารกิจสำคัญ คือ การผลักดันให้ผู้หญิงในสังคมลาว มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา 3  ดี  คือ ครอบครัวดี  สังคมวัฒนธรรมดี   และพัฒนาดี   โดยสมาชิกของสหพันธ์แม่หญิง  จะมีหน้าที่ในการปลุกระดม ส่งเสริมในเรื่องนี้ ร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ อย่างเคร่งครัด

          สหพันธ์แม่หญิงลาว ดูมีผลงานที่ภาคภูมิใจหลายเรื่อง โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้แม่หญิงมีบทบาทในด้านการศึกษาอบรม การเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง  การจรรโลงรักษาประเพณีลาว  การอนุรักษ์วัฒนธรรม เช่น การแต่งกาย  การสาธารณสุขพื้นฐาน เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงสำคัญ ที่เกิดขึ้นกับสหพันธ์แม่หญิงลาวเรื่องหนึ่งที่ผมมีโอกาสไปร่วมคิด ความทำในระยะ  10  ปี ที่ผ่านมา ซึ่งจะขอนำมาเล่าสู่กันฟัง  คือ การยกระดับบทบาทของแม่หญิงลาว ให้สง่างามและได้รับการยอมรับทางสังคมมากขึ้น จากการดำเนินกิจกรรมกลุ่มท้อนเงินเพื่อการพัฒนา 

          คือ เมื่อปี พ.ศ. 2540 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (ในขณะนั้นเป็นสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง การเคหะแห่งชาติ) ได้เข้าไปส่งเสริมจัดตั้งกลุ่มท้อนเงิน โดยใช้แนวทางให้คนในหมู่บ้านเป็นเจ้าของและเป็นแกนหลักในการพัฒนา  ผ่านโครงการความร่วมมือของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาชุมชน (FCD)  ที่ขอความร่วมมือให้ สถาบันฯ เข้าไปทำงาน ในพื้นที่เมืองปากงึม เขตนครหลวงเวียงจัน   ตามแผนงานของมูลนิธิฯ   ด้วยเพราะขณะนั้น  สถาบันฯ ได้รับการยอมรับว่าเป็นองค์กรที่มีประสบการณ์การส่งเสริมกลุ่มออมทรัพย์ในชุมชนเมือง ที่โดดเด่น  ในประเทศไทย

          กระบวนการจัดตั้งกลุ่มท้อนเงิน (กลุ่มออมทรัพย์) ที่สถาบันฯ  เข้าไปส่งเสริมในประเทศ สปป.ลาว  มีลักษณะพิเศษหลายอย่างที่ต่างจากองค์กรอื่นๆ ที่เข้าไปทำงานในประเทศ สปป.ลาว โดยเฉพาะ

1) การส่งเสริมให้ผู้หญิงในหมู่บ้านเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการทำงานเกี่ยวกับเรื่องการเงิน  

2) การให้กลุ่มดำเนินการเองทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตกลุ่ม ตั้งแต่ ออม  ปล่อยให้กู้ยืม เก็บคืน ทำบัญชี ปิดบัญชี จ่ายปันผล เอง 

3) การส่งเสริมให้กลุ่มท้อนเงินจัดทำกองทุนสวัสดิการ และขยายกิจกรรมไปสู่เรื่องอื่นๆ เช่น การบวชป่า  บวชวังน้ำ

4) การส่งเสริมให้องค์การจัดตั้งต่างๆ ในหมู่บ้าน ได้แก่ กลุ่มอำนาจการปกครอง  (นายบ้าน)   กลุ่มแนวโฮม (ผู้สูงอายุ ) กลุ่มเลขาพรรคฯระดับบ้าน กลุ่มชาวหนุ่ม (กลุ่มเยาวชน)  กลุ่มกรรมบาล (แกนนำรุ่นใหม่) เข้าร่วมขับเคลื่อนงาน   โฆสนา เชิญชวนให้คนในหมู่บ้านเห็นความสำคัญ 

5) การจัดตั้งเครือข่ายกลุ่มท้อนเงินระดับเมืองโดย พอช. ได้ขอทุนสนับสนุนจาก มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย หรือ ACHR มอบให้เป็นกองทุนพัฒนาให้กับเมืองต่างๆ  เพื่อเป็นเงินทุนสินเชื่อให้คณะกรรมการระดับเมืองบริหารจัดการกันเอง  และ

6)  การส่งเสริมให้กลุ่มท้อนเงินมาศึกษาดูงานในประเทศไทยและเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง 

          หลังการจัดตั้งกลุ่มท้อนเงิน ไม่กี่หมู่บ้าน  ในปีถัดมาสิ่งที่ปรากฏขึ้นกับหมู่บ้านต่างๆ  คือ ความตื่นตัวที่จะจัดตั้งกลุ่มท้อนเงิน ในหมู่บ้านตนเอง  ทำให้เจ้าเมืองปากงึม ประกาศนโยบายจัดตั้งกลุ่มท้อนเงินให้เต็มทุกหมู่บ้าน  จนกระทั่งศูนย์กลางสหพันธ์แม่หญิงลาว ยอมรับเป็นนโยบายสำคัญ และจัดทำบันทึกความร่วมมือกับสถาบันฯ (MOU) ในการเผยแพร่กลุ่มท้อนเงินสู่เมือง และแขวงอื่นๆ ในเวลาต่อมา จนถึงปัจจุบัน  ซึ่งมีพื้นที่ทำงานร่วมกันใน  16  เมือง  ใน  5  แขวง  คือ แขวงจำปาสัก  นครหลวงเวียงจัน  แขวงบ่อแก้ว  แขวงหลวงพระบาง  และแขวงฟงสาลี   มีกลุ่มท้อนเงินกว่า 400 กลุ่ม มีสมาชิกเกือบหนึ่งแสนคน  กว่าสี่หมื่นครอบครัว  รวมยอดเงินท้อน เฉพาะจากสมาชิกเจ็ดหมื่นล้านกีบ หรือประมาณเกือบสามร้อยล้านบาท 

 

อะไรที่เกิดขึ้นกับสหพันธ์แม่หญิงลาวและคนลาว จากการดำเนินการกลุ่มท้อนเงินเช่นนี้   

          ประการที่หนึ่ง  กลุ่มท้อนเงินได้ไปตอบสนองการแก้ไขปัญหาของคนในชุมชน คือ ปัญหาการกู้ยืมเงินนอกระบบดอกเบี้ยแพง  เพราะเงินทุนมีไม่เพียงพอ  ปัญหาการขายข้าวเขียว  ปัญหาเงินทุนฉุกเฉินในเวลาเจ็บไข้ไม่สบายฯลฯ  ปัญหาเหล่านี้  กระบวนการกลุ่มท้อนเงินสามารถไปตอบสนองให้ได้

          ประการที่สอง  กลุ่มท้อนเงินได้เข้าไปเสริมให้แม่หญิงลาว ได้รับการพัฒนาศักยภาพเพิ่มขึ้น  และไปเสริมให้นโยบาย 3 ดี มีความเป็นรูปธรรมชัดเจน  เพราะกลุ่มท้อนเงิน สามารถทำให้ผู้หญิงได้ทำเรื่องดีๆ ทั้งด้านครอบครัว ด้านสังคมวัฒนธรรม และด้านการพัฒนาหมู่บ้าน  นอกจากนี้ ยังเสริมให้ผู้หญิงมีความสามารถแสดงออก กล้าคิด กล้าทำ อย่างมั่นใจ  จนทำให้เป็นที่ยอมรับจากกลุ่มต่างๆ  

ประการที่สาม กลุ่มท้อนเงิน ได้ไปเสริมในสิ่งที่คนในหมู่บ้านขาดไป โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการ  เนื่องจากรัฐบาล มีข้อจำกัดเรื่องรัฐสวัสดิการ  แต่กลุ่มท้อนเงินสามารถทำให้คนในชุมชนจัดทำสวัสดิการกันเอง ที่หลากหลายขึ้น ตามศักยภาพและเงินทุนของแต่ละพื้นที่  ดังนั้น ความต้องการขั้นพื้นฐานนี้ จึงได้รับการตอบสนองอย่างดีที่สุด

          ประการที่สี่  กลุ่มท้อนเงินทำให้ชาวบ้านได้รับการความสนใจจากภาคส่วนต่างๆ ที่เข้ามาเรียนรู้และศึกษา รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาสนับสนุน ทำให้บ้านที่มีกลุ่มท้อนเงินเป็นที่สนใจ มากกว่าหมู่บ้าน ทั่วๆไป  วันนี้ หลายกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ ให้ขยายกิจกรรมไปสู่การอนุรักษ์ป่า อนุรักษ์น้ำ  การแปรรูปผลผลิตต่างๆ  ซึ่งนับวันจะมีแต่ขยายกิจกรรมไปมากขึ้น

          ประการที่ห้า  กลุ่มท้อนเงิน  สามารถทำให้คนในประเทศได้เรียนรู้ ได้พบปะแลกเปลี่ยนอย่างกว้างขวาง ทำให้เรื่องที่ไม่เคยรู้ ได้รู้ ไม่เคยเห็นได้เห็น โดยเฉพาะความเชื่อมั่นต่อกลุ่มท้อนเงิน  เมื่อต่างบ้านก็ต่างทำกันมากขึ้น

          ประการที่หก กลุ่มท้อนเงิน ทำให้ชาวบ้านใน สปป.ลาว ได้เรียนรู้กับชาวบ้านในประเทศเพื่อนบ้านทั้งไทย  กัมพูชา และเวียดนาม  ทำให้ความสัมพันธ์ของชาวบ้านดีขึ้น  ในมุมมองของนักการฑูต เห็นว่า เป็นการสร้างความสัมพันธ์ทางการฑูตในแนวราบ หรือการฑูตภาคประชาชน ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ ต่อรัฐที่ทำอยู่นั้น  ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ดีกว่านี้ได้

          ประการที่เจ็ด  กลุ่มท้อนเงินทำให้ชาวบ้านและผู้ปกครอง เชื่อมั่นว่า ประเทศ สป.ลาว  มีทุนของตนเองอยู่มหาศาล  แต่ยังขาดการจัดการทุนเหล่านี้เท่านั้นเอง  ซึ่งเท่ากับว่า ได้ความเชื่อมั่นตรงนี้กลับมา และหันมามองทุนภายในประเทศมากขึ้น

          ประการสุดท้าย กลุ่มท้อนเงิน  เป็นองค์กรของชาวบ้านที่อิสระ  โดยไม่ถูกครอบงำจากภาครัฐ  ดำเนินการโดยชาวบ้าน  ตามกฏเกณฑ์ที่ชาวบ้านกำหนดเอง  ทำให้กลุ่มเป็นอิสระ ไม่ถูกแทรกแซงจากภายนอก แต่อยู่ภายใต้การส่งเสริมที่ดีจากอำนาจการปกครอง  ข้อนี้ทำให้หมู่บ้านต่างๆ เชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น และมองเห็นอนาคตที่จะพัฒนาหมู่บ้านในอีกหลายๆด้าน  ในอนาคต

สหพันธ์แม่หญิงลาววันนี้  มีภารกิจอีกด้าน คือ การส่งเสริมจัดตั้งและพัฒนาขบวนการกลุ่มท้อนเงิน ในหมู่บ้าน  เป็นกิจกรรมการพัฒนาที่สำคัญอย่างยิ่งในอนาคตนี้  เพราะดอกผลทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้  ไม่เพียงแต่ทำให้แม่หญิงลาวภูมิใจเท่านั้น แต่สามารถที่จะทำให้ประชาชนในหมู่บ้านที่มีการจัดตั้งกลุ่มท้อนเงิน ที่ชาวชุมชนบริหารจัดการเองแบบนี้  มีความหวังในการพัฒนาตนเองมากขึ้น  ที่สำคัญขบวนการกลุ่มท้อนเงินได้เดินไปสู่เป้าหมายสำคัญในการหลุดพ้นความยากจน ตามนโยบายของพรรค  ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

 

 

ประยงค์ครับ