แพรภัทร
ผู้ช่วยศาตราจารย์ แพรภัทร ยอดแก้ว

วัดเขาทุเรียน ชม "อุทยานสวนพุทธะ" ห้องสุขา ติดแอร์


ออกจาก วัดเขาพระ แพรก็เลี้ยวซ้ายแวะเข้าไป วัดเขาทุเรียน  ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันค่ะ วัดนี้น่าสนใจตรงที่ไม่ได้เชิญชวนให้มาไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์  อายุหลายร้อยปี หรือชวนให้มาทำบุญเหมือนวัดอื่นนะคะ จากป้ายประชาสัมพันธ์ผืนใหญ่ของวัดและแผ่นพับแนะนำวัด เค้าบอกว่า

เยี่ยมชม "อุทยานสวนพุทธะ" ที่ร่มรื่นเงียบสงบ ด้วยบรรยากาศที่สมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ จากนั้นยังเยี่ยมชมห้องน้ำ ห้องสุขา ติดแอร์ สะอาดถูกสุขอนามัยที่ตกแต่งหรูหราสไตล์รีสอร์ต โดยเฉพาะห้องปัสสาวะชายใช้ระบบเลเซอร์ที่ทันสมัย

            ว้าว...น่าสนใจไหมค่ะวัดนี้  เค้าเชิญชวนกันขนาดนี้ ไม่เข้าไปได้ไงค่ะ

            เข้าไปถึงวัดช่วงบ่ายๆแดดกำลังร้อนจัดเลยค่ะ  เจ้าหน้าที่ของวัด น่ารักมากได้เตรียมแก้วน้ำเย็นชื่นใจ พร้อมหลอด วางไว้ให้นักแสวงบุญอย่างพวกเราดื่มแก้กระหาย  ดื่มน้ำเสร็จเราก็เข้าไปในศาลาใกล้ๆ  ไหว้พระ ทำบุญ และสนทนากับพระที่อยู่ข้างใน ด้วยความสงสัยแพรก็ถามท่านว่า ทำไมถึงสร้างสุขาติดแอร์ค่ะ  ท่านตอบว่า เวลาโยมมาวัดน่ะถามถึงเจ้าอาวาส 10%  อีก 90 % ถามหาห้องน้ำ  ท่านก็เลยคิดสร้างห้องน้ำดีๆ สะอาดๆ เย็นสบายไว้ให้ญาติโยมทำธุระอย่างมีความสุข  สบายใจ ให้เป็นสุขาจริงๆ อืม..น่าสนใจดีนะคะ

ออกมาหน้าศาลา  แพรก็หยิบร่มที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้  แล้วก็เดินกางร่มขึ้นเขาน้อยๆ ไปไหว้พระในอุโบสถค่ะ  อุโบสถ วัดเขาทุเรียนมีความสวยงาม ร่มเย็นมาก  กำแพงอุโบสถมีรูปปั้นพญานาคอยู่บนกำแพง  สวยงามค่ะ  ต้องเดินขึ้นมาให้ได้นะคะ  แล้วค่อยลงไปเดินดู  "อุทยานสวนพุทธะ" กันต่อค่ะ  ที่นี่ร่มรื่น สวยงาม น่ารัก ใครเห็นแล้วต้องชื่นชมค่ะ

บริเวณภายในวัด  มีการจัดสวนอย่างดี  สวยงาม น่ารัก มีตุ๊กตาดินเผา รูปเณรน้อย  ประดับตกแต่งตามที่ต่างๆ มีน้ำพุในบริเวณสวนหย่อมด้วยค่ะ  เที่ยวชมเสร็จแล้วก็เดินไปเข้าห้องน้ำ  สัมผัสห้องสุขาที่เลิศหรูอลังการ  ตามการประชาสัมพันธ์ของวัดค่ะ  เข้ามาแล้วไม่ผิดหวังค่ะ สวย เย็น สะอาด มีเพลงให้ฟังด้วยค่ะ น่าอยู่นานๆมาก เป็นความแปลกใหม่ในวัดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

วัดเขาทุเรียน ตั้งอยู่ที่ ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก ห่างจากตัวจังหวัด 5 กิโลเมตร  อยู่ในหมู่บ้านเขาทุเรียน มีพระครูสิทธิคีรีรักษ์ เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งท่านได้เนรมิตวัดนี้ให้เป็นสถานที่ท่องแดนธรรมของชาวพุทธ ที่โดดเด่นในจังหวัดนครนายก 

วัดเขาทุเรียน สร้างขึ้นโดยชาวมอญ บูรณปฏิสังขรณ์โดยกลุ่มชนชาวลาวเวียงจันทน์ ที่อพยพเข้ามาในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จดทะเบียนสร้างวัดเมื่อปี ๒๓๓๐ ถึงปัจจุบันนี้ พ.ศ.๒๕๕๒  เป็นเวลา ๒๒๒  ปีแล้วค่ะ ครั้งแรกชื่อว่า "วัดหัวเขา" เนื่องเพราะวัดอยู่ตรงกับส่วนหัวของพื้นที่เขา ซึ่งติดต่อกันหลายลูก ได้แก่ เขาทุเรียน เขาฝาละมี เขาแท่น เป็นต้น

ต่อมาชาวบ้านเห็นว่าบริเวณเหนือวัดเขาขึ้นไป มีต้นทุเรียนจำนวนมาก จึงตั้งชื่อเป็น "วัดเขาทุเรียน" ในอดีต "หลวงพ่อปุ้ย" เป็นเจ้าอาวาส ได้ให้ญาติโยมแปรรูปไม้ ทุเรียนป่า มาทำฝากุฏิ และขณะนี้กุฏิซึ่งฝาทำมาจากไม้ทุเรียนป่าหลังนั้น ยังใช้เป็นกุฏิให้พระภิกษุสามเณร จำพรรษา มาจนถึงปัจจุบัน  เมื่อทุเรียนป่าจำนวนมากตายลง หลวงพ่อปุ้ยมองการณ์ไกล เห็นว่าต่อไปภายหน้าไม้มีค่าอาจหายาก ท่านจึงปลูกไม้สักขึ้นทดแทนจนเต็มไหล่เขา

หลวงพ่อปุ้ย เป็นเกจิอาจารย์ที่มีผู้เคารพและนับถือเป็นจำนวนมาก จนมีญาติโยมให้การสนับสนุนในการพัฒนาวัดและให้ความอุปถัมภ์วัดตลอดมา และได้ก่อสร้างศาลาเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูปบูชา ในสมัยหลวงพ่อพระครูถาวรวัฒนคุณ เจ้าคณะตำบลเขาพระและเจ้าอาวาสวัดเขาทุเรียน หลวงพ่อได้พัฒนาวัดให้สู่ยุคสมัยใหม่ ได้มีการถางป่าทึบบริเวณวัดออกสู่ถนน มีการก่อสร้างกุฏิเพิ่มเติม ก่อสร้างศาลาประปา ติดตั้งไฟฟ้า-โทรศัพท์ และก่อสร้างอาคารเรียนในวัดเขาทุเรียน และได้เห็นว่าโบสถ์หลังเก่าสร้างมาหลายร้อยปีชำรุดเสียหายยากต่อการซ่อมแซม จึงได้ชักชวนญาติโยมก่อสร้างโบสถ์หลังใหม่เสร็จสมบูรณ์

ที่สำคัญปูชนียสถานเก่าแก่ของวัด คือโบสถ์หลังเก่า อายุกว่า 200 ปี เป็นที่เคารพของประชาชนทั่วไปซึ่งปัจจุบันได้บูรณะเป็นวิหาร มณฑป ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระโพธิสัตว์กวนอิม พระแก้วมรกต พระพุทธชินราช และพระสังกัจจายน์ ซึ่งตั้งอยู่บนไหล่เขาเหนือโบสถ์เก่าขึ้นไป 100 เมตร ศาลาใหญ่สร้างไว้บนยอดเขาทุเรียน สำหรับไหว้พระและชมวิว ศาลาที่ว่านี้จะสามารถมองเห็นได้ระยะไกลเป็นสิบๆ กิโลเมตร

การเปลี่ยนแปลงครั้งที่ 3 ปี 2539 ทางวัดเขาทุเรียนว่างเจ้าอาวาสลง ชาวบ้านจึงได้นิมนต์ พระใบฎีกาประเชิญ จากวัดโพธิ์งามมาเป็นเจ้าอาวาส และเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2539 ทางคณะสงฆ์โดยเจ้าอาวาสคณะอำเภอเมือง วัดหนองโพธิ์ ได้ส่งพระใบฎีกาประเชิญ จากวัดโพธิ์งาม มารักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเขาทุเรียน และได้รับแต่งตั้งจากพระราชวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครนายก วัดอุดมราชธานี ได้ร่วมกับชาวบ้านพัฒนาบูรณะวัดให้เด่นและเป็นสง่างามดังที่เห็นในปัจจุบัน โดยได้บูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ เช่น กุฏิ ปรับปรุง ทาสี เดินสายไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด โบสถ์ได้ก่อสร้างต่อจากเจ้าอาวาสองค์ก่อนจนเสร็จ เด่น งาม สง่า ใช้ในกิจการคณะสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ปรับปรุง ทาสี เปลี่ยนไฟฟ้าไหม่ทั้งหมด ศาลาธรรมสังเวช-เมรุ ล้วนใช้ประโยชน์ได้ครบวงจร หอ กลอง-หอระฆัง สำหรับตีบอกเวลา และเหตุการณ์ต่างๆ ได้บูรณปฏิสังขรณ์ องค์มณฑป อันศักดิ์สิทธิ์ของ วัดใหม่ทั้งหมด ปรับปรุงบริเวณลานวัดใหม่ทั้งหมด

เมื่อปี 2545 ทางจังหวัดได้มอบเกียรติให้ "วัดเขาทุเรียน" เป็นสถานที่ตัวอย่างด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และปี 2546 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เลือกวัดเขาทุเรียนเป็นวัดในโครงการวัดละ 1 ตำบลค่ะ

อ่านประวัติแล้วอยากแวะเข้าไปเที่ยวชม  ไหว้พระและใช้บริการห้องสุขาของวัดเขาทุเรียนไหมค่ะ เห็นอยู่ไกลถนนใหญ่อย่างนี้นะคะ ก็มีรถเข้ามาไหว้พระ เข้าห้องน้ำกันเรื่อยๆค่ะ  พระท่านบอกว่า  บางวันหยุดก็มีรถทัวร์อย่างเดียวเข้ามาเป็นสิบๆคันเลยค่ะ  ไม่ธรรมดานะคะ ถ้ามีโอกาสได้มาเที่ยว จ.นครนายก  อย่าลืมให้วัดเขาทุเรียนเป็นสถานที่หนึ่งที่ต้องแวะมาเที่ยวชมให้ได้นะคะ

 

ติดต่อขอร่วมบริจาคและเป็นเจ้าภาพงานก่อสร้างเสนาสนะและหล่อพระได้ที่ เจ้าอาวาส

พระครูสิทธิคีรีรักษ์    เจ้าอาวาสวัดเขาทุเรียน          089-040-4736

 

อนุโมทนาบุญค่ะ

 

บุญรักษา  ธรรมคุ้มครองนะคะ

หมายเลขบันทึก: 286817เขียนเมื่อ 13 สิงหาคม 2009 14:06 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 มิถุนายน 2012 13:57 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)

เคยไปแต่ตอนกลางคืน ต้องหาเวลาไปตอนกลางวัน บางแล้ว อยู่นครนายกหลายปี ก็ได้แต่ผ่าน อิอิ

เ ด็ ก ข า ย ด อ ก ไ ม้ เ อ ง คั บ ต้ อ ง ม า ส ว ย ม า ก เ ล ยน ะ คั บ

แนะนำเส้นทางให้ชัดกว่านี้ ผมก็อยากไป

ว่างๆจะไปเที่ยวนะครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี