สิปปากว่า สิบตาเห็น ไม่เท่าทำเอง

 

ประเมินตนเอง

               เนื่องจากเราเป็นคนสมาธิค่อนข้างสั้น ไม่สามารถทำกิจกรรมต่อเนื่องนานๆได้ เช่น อ่านหนังสือ เป็นต้น (ยกเว้น เล่นอินเตอร์เน็ตนะ  เหอะเหอะ) ผนวกกับตอน ม.ปลาย เรามีเพื่อนสนิทชื่อ เปิ้ล” ซึ่งแม่ของเปิ้ลเป็นคนที่เข้าวัดเข้าวาบ่อย ครั้งหนึ่งได้ชวนเราไปวัดแถวชานเมืองมหาสารคาม ชื่อวัดอุปราช ซึ่งวันนั้นเป็นวันสำคัญทางพระพุธศาสนาด้วย เราก็ได้สวดมนต์และนั่งสมาธิ (ไม่รู้ว่าทางศาสนาเรียกว่าอะไร) เรารู้สึกดีมาก รู้สึกจิตใจสงบบริสุทธิ์ผ่องแผ้วและเกิดสมาธิ ก็เลยทำให้เราเริ่มสนใจการทำสมาธิโดยการนั่งสมาธิและสวดมนต์ เราจึงตั้งปณิธานกับตัวเองว่า ต้องศึกษาและลงมือทำอย่างต่อเนื่องให้ได้ ซึ่งเวลาแห่งการเริ่มต้นก็มาถึงแล้ว . . .

 

เป้าหมายในชีวิต

               เราจะฝึกทำสมาธิโดยการสวดมนต์และนั่งสมาธิทุกวันในยามว่างและก่อนนอน และทำต่อหลังจากหมดพันธะสัญญาแล้ว

 

ระยะเวลา

              15 สิงหาคม 2552 - 15 กรกฎาคม 2552

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

1.ทำให้จิตใจผ่องใส สะอาด บริสุทธิ์ สงบ เยือกเย็น ปลอดโปร่ง โล่ง เบา สบาย มีความจำ และสติปัญญาดีขึ้น
2.ฝึกสมาธิเพื่อให้มีสติสัมปชัญญะ
3.ฝึกสมาธิเพื่อให้จิตสงบนิ่ง ไม่คิดฟุ้งซ่าน
4.มีจิตที่สงบตั้งมั่นอยู่กับสิ่งที่กำลังทำ
5.ช่วยให้คลายเครียด เป็นเครื่องเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน และการศึกษาเล่าเรียน
6.ช่วยเสริมให้มีสุขภาพแข็งแรง เพราะร่างกายกับจิตใจ ย่อมมีอิทธิพลต่อกัน ถ้าจิตใจเข้มแข็ง ย่อมเป็นภูมิต้านทานโรคไปในตัว
7.ทำให้เข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้องและรู้ซึ้งถึงคุณค่าของพระพุทธศาสนา รวมทั้งรู้เห็นด้วยตัวเองว่ามีการฝึกสมาธิไม่ใช่เรื่องเหลวไหล
8.
ทำให้เกิดศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย
9.เป็นกำลังส่งเสริมทะนุบำรุงศาสนา
โดยเมื่อเข้าใจซาบซื้งถึงประโยชน์ของการปฏิบัติธรรมด้วยตนเองแล้ว ชักชวนผู้อื่นให้ทำทานรักษาศีล เจริญภาวนาตามไปด้วย

 

วิธีการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้

               ครอบครัวเราเป็นคนจีนทำมาค้าขาย ไม่เคร่งครัดศาสนา ถึงแม้ว่าจะมีวัดใกล้บ้าน ก็แทบไม่ได้เข้าวัดเลย เลยไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับศาสนพิธีและสิ่งที่พุธมามกะปฏิบัติในวันสำคัญทางศาสนาเท่าใดนัก แม้อาจเคยเรียนมาบ้างตอนประถม หลังจากที่ได้เข้าวัดครั้งนั้น จึงเริ่มสนใจ เราก็ถามจากผู้รู้ ก็คือเพื่อนเราที่ชื่อ เปิ้ล และศึกษาจากเว็บไซต์ธรรมะต่างๆ เช่น  http://www.dhammajak.net, http://www.extrasoul.com, http://www.palungjit.com , http://www.jarun.org  เป็นต้น ซึ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่สะดวกและมีประโยชน์มาก สามารถปรึกษาซักถามสิ่งที่สงสัยได้ และมีวิธีการทำสมาธิเบื้องต้นให้แก่ผู้เริ่มต้นแบบเรา ซึ่งเราเลือกปฏิบัติในยามว่างและก่อนนอน ต้องจัดสถานที่ที่เราจะนั่งสมาธิให้สะอาดเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดความขัดข้องกังวลภายในใจ จากนั้นเริ่มสวดมนต์โดยมีลำดับดังนี้

คำนมัสการพระรัตนตรัย
อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา พุทธังภะคะวันตัง อภิวาเทมิ(กราบ)
สะวาขาโต ภะคะวะตาธัมโม ธัมมังนะมัสสามิ(กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ(กราบ)

คำนมัสการพระพุทธเจ้า
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

ไตรสรณคมณ์
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ
(ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุข)
อะหัง นิททุกโข โหมิ
(ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากทุกข์)
อะหัง อเวโร โหมิ
(ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากเวร)
อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ
(ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากความลำบาก)
อะหัง อะนีโฆ โหมิ
(ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากอุปสรรค)
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ
(จงรักษาตนให้มีความสุขตลอดกาลนานเทอญ)

คำแผ่เมตตาให้แก่ผู้อื่น
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์
เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียน
ซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุข เป็นสุขเถิดอย่าได้มีความ
ทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจ
รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยสิ้นเถิด

 
และจากนั้นก็นั่งสมาธิต่อ ซึ่งมีวิธีการนั่งสมาธิหลายวิธีให้เราเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเรา ให้นั่งขัดสมาธิ คือขาขวาทับขาซ้าย นั่งตัวตรงหลับตา กำหนดลมหายใจเข้าออก มีสติรู้อยู่กับการเดินทางของลมหายใจ ตั้งแต่จมูก ตั้งจิตที่ปลายจมูก ลมเข้าก็รู้ ลมออกก็รู้  สติรู้ตลอดเวลาว่าลมเข้าลมออก ผ่านจากตรงไหนไปตรงไหนก็รู้ตลอด มันเป็นความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่เป็นการสร้าง เพียงแต่ว่าเราต้องตามดูจับความรู้สึกให้ได้  ก็จะเกิดเป็นสมาธิ เพราะมีสติตลอดและรู้ตัวตลอด

 

 แนวทางพิสูจน์ว่าเกิดการเรียนรู้

               เรารู้สึกว่าหลังจากทำสมาธิแล้วจิตใจสงบ ผ่องใส สะอาด บริสุทธิ์ สงบ เยือกเย็น ปลอดโปร่ง โล่ง เบา สบาย ไม่คิดฟุ้งซ่าน จิตสงบตั้งมั่นอยู่กับสิ่งที่กำลังทำ รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร มีสติสัมปชัญญะ เรียนและทำกิจกรรมต่างๆอย่างมีสติและมีสมาธิ


อ้างอิง

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1895 (หลักการทำสมาธิเบื้องต้น โดยสมเด็จพระญาณสังวรฯ)

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1880 (วิธีทำสมาธิแบบง่ายๆ โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1896 (สมาธิ โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ)

http://www.extrasoul.com/ssoul.html(การฝึกสมาธิเบื้องต้น อย่างง่าย)
http://www.jarun.org/v6/th/dhamma-pray.html (วิธีการสวดมนต์ โดยหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)

http://www.dhammajak.net/smati/2.html (การทำสมาธิ โดย ขวัญ เพียงหทัย)