ไม่ว่าเราจะปฏิรูปการศึกษา สักกี่ครั้ง ถ้าไม่มุ่งเน้นการปฏิรูปที่ครูและห้องเรียน ผลที่ได้ก็คงจะเป็น...

          ในการเป็นครูดิฉันได้รับประสบการณ์ดี ๆ มากมายจากเด็ก โดยเฉพาะปัจจุบัน ที่เป็นครูนักเรียนประถม   ว่ากันว่าเด็กในวัยนี้จะเชื่อฟังครูมากกว่า พ่อ-แม่ที่บ้านอีก(อันนี้ไม่ยืนยันนะครับ) รู้สึกอย่างไร ก็จะบอกไปตามนั้น

          ขณะเดียวกันดิฉันก็มีประสบการณ์ที่ไม่ชอบนัก  นั่นก็คือก่อนถึงชั่วโมงเรียนของผม(คือก่อนหน้านี้เรียนกับครูท่านอื่น)  นักเรียนบางคนจะวิ่งมาถามก่อนว่า ครูครับ/คะ สอนไหมครับ/คะถ้าถามสักสอง สามคนก็พอไหว บางทีคำถามเดียวกันนี่แหละถามเป็นสิบคน ทำให้ตอนต้นชั่วโมงในการสอนของดิฉัน ต้องเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจ      (ปนหงุดหงิดเล็กน้อย) กับคำถามที่นักเรียนถามก่อนหน้านี้ว่า คำถามนี้เป็นคำถามที่ดูถูกครูมากที่สุดคำถามหนึ่ง เพราะครูเป็นครูมีหน้าที่อบรม สั่งสอนนักเรียนให้ดี ถ้าครูไม่สอนแล้วทิ้งนักเรียนไปทำอย่างอื่น จะเรียกคนนั้นว่าเป็นครูคงไม่ได้ ที่สำคัญคนทุกคนมีความรับผิดชอบต่างกัน เราจะเหมารวมว่าคนทุกคนจะดีเหมือนกัน หรือไม่ดีเหมือนกันหมดไม่ได้ ฯลฯ

          ผมเชื่อว่าที่นักเรียนถามคำถามนั้นย่อมมีสาเหตุและที่มา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่าเราจะปฏิรูปการศึกษา สักกี่ครั้ง ถ้าไม่มุ่งเน้นการปฏิรูปที่ครูและห้องเรียน ผลที่ได้ก็คงจะเป็นมีครูชำนาญการพิเศษ และครูเชี่ยวชาญเต็มบ้านเมืองไปหมด แต่ไม่มีนักเรียนชำนาญการในการเรียน ไม่มีนักเรียนเชี่ยวชาญในการศึกษาเลย แล้วเราก็มานั่งภูมิใจกับอดีตที่ยิ่งใหญ่ ว่าไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศตะวันตก  แต่ปัจจุบันตามไม่ทันแม้แต่เพื่อนบ้านใกล้เคียง  เฮ้อ...เวรกรรม.....