ขณะนี้ตรงกับเวลา สามทุ่มสิบสี่นาทีของวันที่ สิบสองสิงหาคม ตามเวลามาตรฐานกรีนนิช ของประเทศสหราชอาณาจักร หรือประมาณ ตีหาเศษๆ ของวันที่สิบสามสิงหาคม ตามเวลาที่ประเทศไทย ผมเริ่มเขียนบล็อกอีกครั้งหลังจากทำกับข้าว ซักผ้า ทานข้าว และล้างจานเสร็จ ผมเดินทางมาถึงHighland ดินแดนแห่งปี่สก็อตในวันที่แปดสิงหาคม กว่าจะได้เริ่มมีโอกาสกลับมาเขียนบันทึกอีกครั้งก็เริ่มเข้าสู่วันที่ห้าของการใช้ชีวิตในดินแดนแห่งนี้ หลังจากหายจากอาการเจ๊ตแร็คและหลังจากจัดการกับธุระต่างๆไปได้บางส่วน แทบไม่เชื่อว่าตอนนี้ผมกำลังอยู่ในสก๊อตแลนด์ เหมือนกับฝันไป กว่าผมจะได้มาเรียนที่นี่ก็แทบรากเลือด ด้วยเหตุต่างๆ อาศัยบุญบารมีของครูบาอาจารย์ และสมเด็จพระนเรศวร รวมทั้งการมีวิสัยทัศน์ของคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ตลอดจนความช่วยเหลือของคุณเจ้าหน้าที่ของคณะนิติศาสตร์ (คุณเหน่ง คุณกิ๊ก คุณเก๋ คุณอุ๊ พี่แหม่ม คุณเอส และท่านอื่นๆที่ไม่ได้เอ่ยนาม อีกทั้งกำลังใจอย่างสุดแรงเกิดจากนิสิตและคุณแม่บ้านของคณะนิติศาสตร์ พี่อร และพี่เพย)รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ และทุกท่านที่ไม่ได้เอ่ยนามทำให้ผมมีโอกาสมาศึกษาต่อยังที่นี่ได้ ซึ่งผมต้องขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ เหนือกว่านั้น ฝันครั้งนี้ และการเดินทางครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว พี่ชายบังเกิดกล่าวของผม เงินทุนที่คุณพ่อ คุณแม่เก็บออมมาครึ่งชีวิตนี้ คุณแม่ได้กรุณาสละให้ผมยืมใช้มาเป็นค่าเรียนต่อก่อน รวมทั้งพี่ชายและพี่สาวผมที่ได้กรุณามอบเครื่องคอมพิวเตอร์ (ที่ผมใช้พิมพ์งานนี้มาให้เป็นอุปกรณ์ในการเรียน)และเงินสมทบทุนการศึกษาที่พี่ทั้งคู่กรุณามอบให้ น้องคนนี้จะไม่ลืมพระคุณเลย และจะพยายามร่ำเรียนอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อนำความรู้ และประสบการณ์ต่างแดนที่มีคุณค่าติดตัวไปให้ได้มากที่สุดเพื่อใช้ทดแทนคุณแผ่นดินที่ได้เปิดโอกาสให้พนักงานของรัฐตัวเล็กอย่างผมมีโอกาสเดินทางมาเก็บเกี่ยวความรู้ไปสอนนิสิต นักศึกษา ตลอดจนใช้ความรู้เป็นทุนรอนในการหาเลี้ยงบิดา มารดาเมื่อท่านแก่ชรา แม้การเดินทางมาครั้งนี้จะอาศัยทุนส่วนตัวในการศึกษาต่อเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม แต่ทางมหาวิทยาลัยนเรศวรก็ยังกรุณาอนุมัติเงินสมทบทุนช่วยเหลือในการศึกษาปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษจำนวนสองในสามของค่าเล่าเรียนมาด้วย ซึ่งแม้ไม่บอกผมก็ยังจำได้แม่น ท่านอธิการบดี ศาสตราจารย์ ดร.สุจินต์ จินายนต์ ท่านเคยบอกบรรดาอาจารย์ที่จะไปศึกษาและอบรมต่อยังต่างประเทศ ไว้ว่าเงินจำนวนนี้มาจากค่าเล่าเรียนของนิสิต และภาษีของประชาชน ผมรู้แต่ว่า ผมจะตอบแทนคุณของแผ่นดิน และพ่อแม่ได้ โดยการทำอย่างเดียวคือการใช้เวลาให้คุ้มค่า และตั้งใจหาประสบการณ์และความรู้เพื่อเป็นทุนไปสอนนิสิตต่อไป *************************************** บันทึกครั้งนี้ผมตั้งใจเขียนเพื่อขอบพระคุณบุคคลทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ว่าท่านทั้งหลายจะทราบหรือไม่ก็ตาม ผมขอขอบพระคุณและขอกราบขอบพระคุณ และผมจะตั้งใจใช้เวลาที่อยู่ที่นี่ให้ดีที่สุด ปล.วันนี้ผมขอเขียนคำขอบพระคุณทุกท่านก่อนนะครับ พรุ่งนี้ไปหลังจากเรียนและเดินหาบ้านเช่าเสร็จ ถ้ามีเวลาจะมาเขียนเล่าประสบการณ์ ความรู้และเกร็ดให้ฟังครับ กดเพื่ออ่านตอนที่สอง ครับ
ขอจงสนุกกับการเดินทางอย่างรู้เท่าทัน
แล้วเป้าหมายก็จะอยู่ในกำมือ..
คิดว่าเราทำได้แล้วตั้งใจสำเร็จแน่ขอรับ..
..เพราะความสำเร็จหาใช่เรื่องปาฏิหาริย์ไม่..
กราบขอบพระคุณองค์ครูบาอาจารย์ครับ ผมจะนย้อมนำไปปฏิบัติครับ
คิดถึงอาจารมากครับ
ผมจะไปคณะแต่ละครั้ง
ก็ไม่รู้จะไปหาใคร
เพราะอาจารท่านอื่นๆๆผมก็ไม่สนิท
ตอนนี้ทำระบบตรวจสัญชาติอยู่ยากมากครับ
กะว่าเสร็จจะให้พี่หอมนำไปทดลองใช้ครับ
สุดท้าย
.....ผมเป็นผู้น้อยก็อยากจะอวยพรให้อาจารย์เรียนอย่างมีความสุข
และได้รับความรู้ดังที่อาจารต้องการ และประสบความสำเร็จในการเรียนนะครับ
คิดถึงและเคารพ
เบญ
ขอบคุณครับที่ส่งข่าวมา ครูก็คิดถึงพวกเธอทุกคนครับ ขอให้พวกเธอประสบความสำเร็จในด้านการเรียนและนำโปรแกรมสัญชาติที่เป็นผลจากน้ำพักน้ำแรงของเธอออกไปให้บริการคนที่มีปัญหาเรื่องสิทธิและสถานะได้ไว ๆนะ อีกประการหนึ่ง ขอให้เธอช่วยเป็นกำลังใจให้พี่ๆ ที่ทำงานเรื่องนี้ทุกคนโดยเฉพาะพี่ลืนหอม ครูได้ข่าวมาว่า ตอนนี้ลืนหอมเครียดมาก เรื่องงาน ครูทั้งสองคนก็เป็นห่วงอยู่ เพราะโดยธรรมชาติเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บางครั้งจะต้องมีการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ที่ยังขาดความรู้และเข้าใจครับ แต่นี่เองเป็นธรรมชาติของงานนี้ และต้องการคนที่มีแรงใจอย่างมหาศาลในการแก้ปัญหา
เวลาครูมีปัญหาอะไร ครูจะไปอ่านงานเขียนของท่านอาจารย์พันธุ์ทิพย์ครับ ทุกครั้งที่อ่านเราจะรู้สึกกันว่าเราได้แรงบันดาลในในการทำงานจากท่านเสมอ ที่เหนื่อยๆ ก็จะดีขึ้น ท่านทำงานนี้มาก่อน และท่านรู้ดีอะไรเป็นอะไร และเราก็จะมานั่งรู้สึกว่า อะไรที่เราว่าเหนื่อยนั้นเรายังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของสิ่งที่ท่านผ่านมาเลย
เป็นคน เกิดมาแล้วชาติหนึ่งต้องทำหน้าที่ให้ดีให้เต็มที่เหมือนอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านนะ ขอให้เชื่อเถิดว่าเจตนาดีของเธอมันจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น และผลของคุณงามความดีนี้จะย้อนกลับมายังตัวเธอเองในภายหลัง
ท้อได้แต่อย่าถอยนะค่อยๆ เดินไป ก็จะถึง ถ้าไม่เดินก็ไม่ถึง ครูเองภูมิใจในตัวลูกศิษย์ทุกคน ท่านอาจารย์พันธุ์ทิพย์เองก็กล่าวชื่นชมงานของเบญมาก ว่าดีใจที่มีนิสิตที่รู้จักคิดทำงานนี้ขึ้นครับ
รักและคิดถึงลูกศิษย์ทุกคนครับ ขอให้นิสิตทุกท่านมีความสุข สิ่งใดเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ และเธอหวังไว้ครูก็ขอให้เธอสมหวังทุกๆ ประการ
รัก และปรารถนาดี