...เมื่อปิดเทอมภาคฤดูร้อนที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้รวมกลุ่มกับน้องๆในหมู่บ้านจัดกลุ่มเล็กๆขึ้นหวังว่าจะใช้กลุ่มนี้เรียนรู้วิถีชุมชนของตัวเองและรอบข้าง ภายใต้ชื่อกลุ่ม "ยุวอนุรักษ์" หนึ่งในกิจกรรมนั่นก็คือการฝึกหัดท่องบทสรภัญญ์กับพระอธิการเสนาะ สุเมธี เจ้าอาวาสวัด ซึ่งในการสวดสรภัญญ์ในครั้งนั้นมีบทกลอนที่ผมชอบมากถึงสองเรื่องด้วยกัน และในวันนี้เป็นวันแม่ผมจึงได้นำบทกลอนทั้งสองมาให้ผู้ที่สนใจได้อ่านกันครับ...
หัวอกพ่อแม่
พ่อแม่ก็แก่เฒ่า จำจากเจ้าไม่อยู่นาน
จะพบจะพ้องพาน เพียงเสี้ยววานของคืนวัน
ใจจริงไม่อยากจาก เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพมิทนทาน ย่อมร้าวรานสลายไป
ขอเถิดถ้าสงสาร อย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแรวัย ย่อมเผลอไผลเป็นแน่นอน
ไม่รักก็ไม่ว่า เพียงเมตตาเอื้ออาทร
ให้กินและให้นอน ให้พักผ่อนพอสุขใจ
เมื่อนามเจ้าโกรธขึง ให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องไห้ยามป่าวไข้ ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่ แม่เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพียงจะได้ยล เติบโตจนสง่างาม
ขอโทษถ้าทำผิด ขอให้คิดทุกๆยาม
ใจแท้มีแต่ความ คอยคิดตามช่วยอวยชัย
ต้นไม่ที่ใกล้ฝั่ง มีหรือหวังอยู่นานได้
วันหนึ่งคงล้มไป ทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง
หลักชัยของลูก
ถึงเป็นไม้ใกล้ฝั่ง ลูกยังหวังเป็นร่มใจ
แก่เฒ่าสักปานใด ยังหวังไว้ได้พึ่งพิง
ที่พึ่งทางใจลูก สิ่งพันผูกลูกชายหญิง
อบอุ่นยามแอบอิง ถือเป็นสิ่งมิ่งมงคล
ไม่เคยลืมพระคุณ ที่เกิ้อหนุนยามขัดสน
จะรวยหรือยากจน สุขใจล้นพ่อแม่มี
ยามป่วยลูกจะเฝ้า ถึงยามเศร้าลูกไม่หนี
ยามร้อนจะพัดวี หนาวเหลือที่จะห่มให้
เนื้อตัวจะเช็ดถู มิให้อยู่อย่างยากไร้
ไม่ว่าให้ช้ำใจ จะพาไปทำบุญทาน
จะเลี้ยงท่านอย่างดี ถ้อยวจีจะอ่อนหวาน
หาข้าวตักใส่จาน เหมือนอย่างท่านเลี้ยงเรามา
ไม่ให้ท่านไปไหน ให้ภูมิใจว่ามีค่า
พ่อแม่แก่ชรา จะบูชาเป็นหลักชัย

สวัสดีค่ะน้อง เชาวลิต
องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ที่ไปเยี่ยมพี่นงค์
ขอเป็นกำลังใจให้น้องค่ะ
อย่าลืม เล่าเรื่อง ....ให้ฟัง...นะคะ