The more you give the more you get

 

      วันนี้หลังจากไปหาแม่ ก็ไปปะยางรถยนต์ที่ถูกตะปูแทง มันซึมมาหลายวันแล้ว รู้สึกมันอ่อนลงเรื่อยๆ เลยคิดว่าคงรั่วแน่นอน ก็ไปปะยางที่ร้านปะยางใกล้บ้าน ซิ่งเราซื้อยางกับเขา โดยเคยเปลี่ยนทั้ง 4 เส้น เพราะมันเก่ามากแล้วตอนนั้น เจ้าของร้านก็เข้ามาทักทายคุยด้วย เราก็บอกเขาว่าเราเป็นลูกค้าเขา เปลี่ยนยางที่เขาแหละ พอปะยางเสร็จ เขาก็มาบอกว่าถูกตะปูตำ มันจะค่อยๆรั่ว พอเราถามว่าเป็นเงินเท่าไรครับ เขาก็บอกว่า "ไม่คิดเงินค่ะ" เพราะมาซื้อยางที่เขา "มีอะไรมาใช้บริการได้นะคะ..." คือคำปิดท้ายก่อนจากกัน

      ความรู้สึกของเราคือ เกรงใจ แต่ก็พอใจ (เกินความคาดหมาย)​พอมาเล่าให้ภรรยาฟัง ภรรยาก็บอกว่า อย่างนี้เปลี่ยนยางคราวหน้า คงต้องไปเปลี่ยนที่เขาอีกแล้ว

      วิธีการแบบนี้ ตรงตามหลักจิตวิทยาที่ว่า พอเราได้รับอะไรจากคนๆหนึ่งแล้ว เราจะรู้สึกเป็นหนี้ และพยายามที่จะใช้หนี้ด้วยการตอบแทนจึงจะรู้สึกสบายใจ แม้สิ่งที่ตอบแทนไปนั้น บางครั้งมีมูลค่ามากกว่าสิ่งที่เราได้มาด้วยซ้ำไป

      ร้านขายยางร้านนี้รู้จิตวิทยาข้อนี้ดี เขารู้ว่าหากคิดค่าปะยาง อย่างมากก็ได้แค่ 100 บาท แต่หากทำเช่นนี้ ต่อไปเราจะไปซื้อยางกับเขา ได้กำไรจากค่าเปลี่ยนยางหลายพันบาท (ยาง 4 เส้นราคาเป็นหมื่น)

      นี่คือหลักการ กรรมใดใครก่อ ผู้นั้นย่อมได้รับการตอบสนอง (ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว) หรือในภาษาอังกฤษคือ

The more you give, the more you get!!!!