อยากให้รู้จักมากขึ้น

กาฬโรคปอดในมณฑลชิงไห่ ของจีน ได้คร่าชีวิตชายชาวจีน วัย 64 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต จากโรคนี้รวมเป็น 3 คน และกักบริเวณประชาชน 1 หมื่นคน เพื่อดูอาการ (ข้อมูลวันที่ 4 สิงหาคม 2552) ... หลังจากที่มีการระบาดจากไข้หวัดนก, ไข้หวัดใหญ่2009, ตอนนี้ชาวโลกต้องมาตื่นตระหนกกับการระบาดครั้งใหม่ของ "กาฬโรคปอด"  ... แถมองค์การอนามัยโรคยังvออกมาเตือนอีกว่า เชื่อที่พบเป็นเชื้อชนิดเดียวกันกับ "กาฬโรคชนิดต่อมน้ำเหลืองอักเสบ" ที่ทำคนตายมาแล้วในยุโรปถึง 25 ล้านคน!!

เราคงต้องมารู้จักกับ กาฬโรคปอด!! โรคอันตรายอีกโรคที่เราอาจจะต้องเผชิญ...

กาฬโรคปอด (Pneumonic Plague)

อาการของโรคกาฬโรคปอด : อาการทันใด ไข้สูง หนาวสั่น ปวดหัวรุนแรง อาการไอเกิดขึ้นใน 24 ชั่วโมง เสมหะตอนแรกเหนียวใสแล้วกลายเป็นสีสนิมหรือแดงสด มักไม่มีปื้นแผลในปอด ถ้าไม่รักษา : ตายภายใน 48 ชั่วโมง

การวินิจฉัยแยกโรค : ปอดบวมจากเชื้อแบคทีเรีย Pneumococci หรือตัวอื่น

สาเหตุกาฬโรคปอด : มาจากเชื้อแบซิลไล Yersinia pestis

การวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ : ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย  เก็บเสมหะ  ย้อมสีกรัมและเพาะเชื้อในอาหารเพาะเลี้ยงธรรมดา

ระยะฟักตัวกาฬโรคปอด : ประมาณ 2-3 วัน

การแพร่เชื้อกาฬโรคปอด : แพร่ได้ง่ายทาง droplet จากทางเดินหายใจและสิ่งของที่เพิ่งปนเปื้อนเชื้อโรคใหม่ๆ

การเกิดโรคกาฬโรคปอด : เป็นอาการแทรกซ้อนของกาฬโรคต่อมน้ำเหลือง (ดูกาฬโรคต่อมน้ำเหลือง) หรืออาจจะเป็นการติดเชื้อครั้งแรก

การรักษากาฬโรคปอด : รักษาด้วยยา streptomycin  tetracycline หรือ chloramphinicol

การควบคุมกาฬโรคปอด : แยกกักผู้ป่วยอย่างเข้มงวดยิ่ง

ผู้สัมผัสโรค : ค้นหา แยกกักไว้ 7 วัน และให้เคมีป้องกัน (รวมทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้วย) รายงานองค์การอนามัยโลก (เป็นโรคต้องรายงานตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ ฉบับก่อน ปี 2005)

เหตุการณ์การระบาดในอดีต : 
ในอดีตมีการระบาดใหญ่ของกาฬโรคเกิดขึ้น 3 ครั้ง 

การระบาดครั้งที่ 1 ในคริสตวรรษที่ 6 เรียกการระบาดครั้งนั้นว่า Plague of justinian  การระบาดเริ่มจากประเทศอียิปต์ไปสู่ทวีปยุโรป โดยเฉพาะที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล  มีคนตายวันละหมื่นคน มีการระบาดติดต่อกันเป็นระยะเวลาประมาณ 50 ปี มีคนตายหลายล้านคน

การระบาดครั้งที่ 2 ในคริสตวรรษที่14 เรียกการระบาดครั้งนั้นว่าThe Black Death (กาฬมรณะ)  โดยเริ่มต้นจากตอนใต้ของประเทศอินเดียและจีนผ่านประเทศอียิปต์เข้าสู่ประเทศยุโรป  มีการระบาดในอิตาลีเมื่อปี  พ.ศ. 1889 เรียกว่า  "Great Mortality"   และมีการระบาดเป็นระยะตลอดคริสตวรรษที่ 15, 16, 17 ในปี  พ.ศ. 2208  เกิดการระบาดใหญ่ที่กรุงลอนดอนมีคนตายเป็นจำนวน 60,000  คน จากประชากร  450,000 คน เรียกว่า The  Great Plague of London  การระบาดในยุโรป  ครั้งนั้นมีประชากรประมาณ   25 ล้านคน ต้องตายด้วยโรคนี้

การระบาดครั้งที่ 3  เป็นการระบาดใหญ่ทั่วโลกปี  พ.ศ. 2439  มีการระบาดเข้าสู่สิงค์โปร์ ไทย ฟิลิปปินส์ ฮาไวอี อารเบีย เปอร์เชีย เตอร์กี อียิปต์ และอาฟริกาตะวันตกเข้ารัสเชีย และในทวีปยุโรปเข้าสู่อเมริกาเหนือแลเม็กซิโก มีรายงานระหว่างปี  พ.ศ. 2443-2444   ในภาคตะวันออกของจีนมีคนตายประมาณ 60,000 คน  ปี พ.ศ. 2453-2454  ที่แมนจูเลียมีคนตายประมาณ 10,000 คน  ต่อมามีรายงานการระบาดที่รัฐแคลิฟอเนียและประเทศรัสเซีย 

ประวัติการระบาดในประเทศไทย
    
นายแพทย์ เอช แคมเบล ไฮเอ็ด เจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล ( Principal Medical  Officer  of  Bangkok  City) ได้รายงานการกาฬโรคครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 20  ธันวาคม 2447   เกิดขึ้นที่บริเวณตึกแดงและตึกขาว เป็นโกดังเก็บสินค้า   จังหวัดธนบุรีเป็นที่อยู่ของพ่อค้าชาวอินเดียแล้วระบาดเข้ามาฝั่งพระนคร  จากนั้นกระจายไปยังจังหวัดต่าง ๆ  ที่มีการติดต่อค้าขายกับกรุงเทพฯ  โดยทางบก  ทางเรือและทางรถไฟ ไม่มีสถิติจำนวนผู้ป่วยตายที่แน่นอน  รายงานปรากฏก่อนปี  พ.ศ. 2456  ที่จังหวัดนครปฐมมีคนตาย 300 คน ครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2495 มีรายงานผู้ป่วย 2 รายตาย 1 ราย ที่ตลาดตาคลี จากนั้นไม่มีรายงานกาฬโรคเกิดขึ้นในประเทศไทยจนปัจจุบันนี้