การจ่ายค่ารักษาพยาบาลในระบบดูแลสุขภาพ

ใครจ่าย...ใครรับผลประโยชน์
                         การจ่ายค่ารักษาพยาบาลในระบบดูแลสุขภาพในหลายประเทศทั่วโลกอาจจะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน ในการดูแลสุขภาพตนเอง  ซึ่งต้องมีส่วนที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องในการให้บริการ คือ  ผู้ให้บริการ   ผู้รับบริการ   ผู้สนับสนุนงบประมาณ  ในบางประเทศการรับภาระในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลอาจเป็นรัฐเป็นผู้จ่ายโดยอาศัยเงินที่ได้จากการจัดเก็บภาษีแล้วนำกลับไปใช้ในการบริหารจัดการดูแลประชาชน  หรือ บางประเทศจ่ายผ่านผู้เก็บเงินจากผู้บริการเช่นบริษัทประกัน  หรือบางประเทศอาจใช้ในสองลักษณะสำหรับผู้ไม่มีรายได้  ซึ่งจะเป็นได้หลายลักษณะแต่ละลักษณะก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างเช่น  ลักษณะการเก็บภาษีแล้วนำไปจ่ายสนับสนุนสถานบริการผู้จ่ายภาษีอาจจะเห็นว่าไม่เป็นธรรมที่จะต้องนำเงินบางส่วนของตนไปแบกรับภาระของผู้ที่ไม่ได้จ่ายภาษี  แต่ถ้ามองในลักษณะการเกื้อกูลกันในสังคมก็ถือว่าเป็นสิ่งดี   สำหรับลักษณะที่ดำเนินการผ่านบริษัทประกันผู้รับบริการอาจจะได้ใช้เงินของตนอย่างเต็มที่  ทำให้เกิดการสร้างนิสัยของการไม่ดูแลตนเองเพราะทุกอย่างต้องพบแพทย์ตลอดเพื่อใช้จ่ายให้คุ้มกับการลงทุน    ปัญหาอีกอย่างก็คือผู้ที่ไม่มีอาชีพและไม่ศักยภาพในการซื้อประกัน การได้รับบริการก็อาจด้อยไปด้วย   จึงทำให้เกิดลักษณะผสมผสานรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการให้บริการโดยที่ทั้งระบบจ่ายเองและรัฐร่วมสนับสนุนการให้บริการ
                         ระบบการจ่ายค่ารักษาพยาบาลของไทยตอนนี้ใช้หลายแบบเข้ามาดำเนินการตั้งแต่รัฐจัดบริการรักษาพยาบาลฟรีด้วยบัตรทอง  การใช้ระบบประกันสังคมสำหรับภาคเอกชน   หรือระบบสวัสดิการของข้าราชการ แต่ไม่ว่าจะด้วยระบบ  หรือแม้แต่การใช้การซื้อประกันสุขภาพจากบริษัท ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าการใช้บัตรทองกับการใช้บริการกับคนทุกกลุ่มไม่ว่าจะรวยหรือจนอาจทำให้รัฐต้องแบกรับภาระในการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการให้บริการถ้าสามารถช่วยกันจ่ายหรือแบกรับภาระได้บ้างจากในอดีตที่ใช้บัตรประกันสุขภาพรัฐครึ่งประชาชนครึ่งน่าจะเป็นการดี  และอีกประเด็นที่พบจากระบบรักษาพยาบาลฟรีด้วยบัตรทองค่าใช้จ่ายรายหัวถูกจัดสรรให้กับการรักษาพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ซึ่งอาจตกกับกลุ่มคนบางกลุ่ม  น่าจะเพิ่มงบประมาณในการป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนให้มากขึ้นกว่าในปัจจุบันเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงกว่าการสร้างเสริมสุขภาพอย่างมาก