เมื่อวันที่ ๖ ส.ค. ๕๒ มีการเสนอโครงการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เข้าสู่ กกอ. ทำให้ผมได้มีโอกาสระลึกชาติกลับไปสมัยทำงาน สกว. ใหม่ๆ ผมต้องโทรศัพท์ไปเกลี้ยกล่อม ศ. นพ. วิสุทธิ์ ใบไม้ ตอนค่ำๆ อยู่หลายวัน ให้เป็นผู้ริเริ่มงานนี้ โดยท่านบ่ายเบี่ยงเพราะกลัวว่าการสนับสนุนจะเป็นแบบไม่จริงจัง และไม่ยืดหยุ่น จะเสียเวลาของท่านเปล่าๆ ไม่เกิดการดำเนินการที่ต่อเนื่องจริงจัง เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว สกว. จึงขอให้ท่านประมวลองค์ความรู้ด้าน ความหลากหลายทางชีวภาพ และเสนอแนะว่า ประเทศไทยควรสนับสนุนการวิจัยด้านนี้อย่างไรบ้าง เอกสารนั้นได้จัดพิมพ์เป็นเล่มเมื่อปี ๒๕๓๗ คือเล่มนี้ และเป็นที่มาของโครงการ BRT ที่ยืนยงต่อเนื่องมาจนบัดนี้ โดยผมเป็นผู้ไปชวน ศช. ซึ่งขณะนั้น รศ. ดร. ศักรินทร์ ภูมิรัตน เป็นผู้อำนวยการ ให้มาร่วมสนับสนุนฝ่ายละครึ่ง
ด้วยเงินเริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๓๗ เป็นเงิน ๕๐๐ ล้านบาท โครงการ BRT ได้ฟื้นความเข้มแข็งของสาขาวิชาชีววิทยาของไทยขึ้นมา โดยไม่ต้องเติมเงินอีก เป็นเวลา ๑๕ ปี เพราะโครงการ BRT ทำหน้าที่เป็น catalyst สร้างนักวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเรือธง นำการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศแต่ทำงานแบบไม่มีทิศทาง ไม่มีวิญญาณ โครงการ BRT เข้าไปทำให้มีการใช้ทรัพยากรวิจัยของประเทศอย่างโฟกัสและจริงจัง โดยที่ทรัพยากรเหล่านั้นอยู่ที่หน่วยงานอื่นของประเทศ ซึ่งมองในมุมหนึ่ง โครงการ BRT ได้ทำหน้าที่จัดการการวิจัยด้าน ความหลากหลายทางชีวภาพ ให้แก่ประเทศไทย ในลักษณะจัดการเครือข่าย ที่เป็น virtual network ผ่านการจัดการแบบไม่จัดการ หรือจัดการด้วยปัญญา ไม่ใช่จัดการด้วยอำนาจ และจัดการโดยผู้ที่เข้าใจความเชื่อมโยงและความลึกของ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” อย่างแท้จริง
บัดนี้ เงินของโครงการ BRT กำลังจะหมดลง จึงต้องหาแหล่งทุนสนับสนุนการดำเนินการต่อ และพบว่า โครงการศูนย์ความเป็นเลิศฯ ของ สกอ. เป็นแหล่งทุนที่น่าพิศมัยที่สุด เพราะก้อนใหญ่และเมื่อได้แล้วจะมีความเป็นอิสระสูง หน่วยงานที่ได้เข้าอยู่ในศูนย์จะได้รับทรัพยากรตามที่โครงการได้รับอนุมัติโดยที่มีการติดตามผลไม่เข้มข้น และเนื่องจากเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพเป็นเรื่องสำคัญ สกอ. ก็อยากสนับสนุน ตัวบุคคลที่เป็นหัวหน้าโครงการ คือ ศ. ดร. สมศักดิ์ ปัญหา ก็มีผลงานดีเยี่ยมน่าเชื่อถือ จึงมีการยกร่าง โครงการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เสนอ กกอ. เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณตามมติ ครม. ต่อไป
การนำเสนอ การอภิปราย และรูปแบบของโครงการที่เสนอ ทำให้ผมได้รับความรู้มากจริงๆ และทำให้ผมตาสว่างว่าองค์ประกอบของเรื่องดีๆ คนดีๆ ที่มาร่วมกันทำงานบางอย่างในอดีตที่ผมพิศวงเสมอมาว่าความล้มเหลวเกิดจากสาเหตุใด ก็มาได้คำตอบชัดเจนในคราวนี้ ว่าเกิดจากออกแบบการจัดการโครงการผิด เป็นรูปแบบการจัดการที่จะนำไปสู่ความล้มเหลว ความผิดพลาดนี้จะค่อยๆ ลดความเข้มแข็งของกิจการจนล้มเหลวชัดเจนในที่สุด และถ้าเป็นองค์กรรัฐ ก็จะคงอยู่ผลาญเงินของชาติไปอีกนาน
ผมเชื่อว่า ในภาครัฐ มีโครงการ/หน่วยงานแบบนี้อยู่มากมาย ผลาญเงินปีละเป็นแสนล้านบาท
ความเห็นที่จะบันทึกต่อไปนี้ ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าถูกต้อง จึงได้ลองเสนอต่อผู้ใหญ่หลายท่าน รวมทั้งได้เสนอในที่ประชุม กกอ. เมื่อวันที่ ๖ ส.ค. ๕๒ ด้วย ไม่มีคนค้านว่าเป็นความคิดที่ผิด จึงนำมาบันทึกไว้ เมื่อเวลาผ่านไป ก็จะเกิดการพิสูจน์ว่าความคิดนี้ถูกต้องหรือไม่
ต่อตอนที่ ๒
วิจารณ์ พานิช
๗ ส.ค. ๕๒
ที่สนามบินระหว่างรอขึ้นเครื่องไปประชุม UKM 15 ที่ มน.