“The way home"

คุณยายผม ดีที่สุดในโลก

“หนังเรื่องแรก และเรื่องเดียว ที่ทำให้ข้าพเจ้าร้องไห้มากที่สุด"

เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้เปิดทีวีดู เจอหนังเกาหลีอยู่เรื่องหนึ่ง ในตอนแรกคิดว่าไม่น่าดูเพราะตัวอย่างหนังดูล้าหลังแบบชนบท มีแต่ยายกับหลาน ไม่เหมือนหนังกุ๊กกิ๊กแบบหนังเกาหลีที่เคยดู แต่ในช่วงเวลานั้นก็ไม่มีอะไรน่าดู จึงได้ตัดสินใจดูเรื่องนี้


เรื่องราว เริ่มจาก แม่พา ซังวู ด็กชาย 7 ขวบ จากเมืองหลวงมาอยู่กับยายในชนบท ยายของซังวูเป็นใบ้ ซังวูเด็กแสบที่ไม่ชอบที่นี่และไม่ชอบยายใบ้คนนี้ แต่ละคืนผ่านไป ซังวูไม่เคยสนใจยายนอกจากของเล่น เกมส์กด และอาหารกระป๋อง เมื่อแบตเตอรี่เกมส์กดหมด ยายไม่มีเงินซื้อก้อนใหม่ให้ ซังวูจึงขโมยปิ่นแล้ววิ่งออกไปที่ร้านขายของ แต่ที่นั่นไม่มีแบตเตอรี่ขาย วันหนึ่งเขาอยากกินไก่เคเอฟซี ท่ามกลางลมพายุ ยายหาไก่มาให้ ซึ่งเป็นเพียงไก่ต้มเท่านั้น ซังวูโวยวายร้องไห้แต่กินด้วยความหิว ขณะที่ยายล้มป่วยลง ซังวูจึงคอยดูแลใกล้ชิด และคืนปิ่นปักผมให้กับยาย เสมือนเป็นการขอโทษในสิ่งที่ทำอยู่ เมื่อยายหายดี ด้วยเงินเพียงเล็กน้อยที่ขายผักได้ ยายซื้อรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ให้ซังวู พาไปทานอาหารที่ภัตตาคาร แต่ยายกินเพียงของกินเล่นและชาเขียว ยายส่งท๊อฟฟี่ให้ซังวู และส่งซังวูขึ้นรถเมล์กลับ ซังวูยืนคอยยายที่ป้ายรถเมล์ ยายเดินกลับมาทั้งถือของและเปียกชุ่ม นั่นเป็นเพราะยายไม่มีเงินพอจ่ายค่ารถเมล์สำหรับสองคน


เมื่อถึงเวลาที่ซังวูต้องกลับ เขาก็แพ็คของเล่นใส่รถลาก ยายช่วยเอากระดาษห่อเครื่องเล่นเกมส์ของ ซังวูลากรถจนหกล้ม ในขณะที่หาอะไรมาเช็ดหัวเข่า ก็เจอกับสิ่งที่หุ้มบนเกมส์เครื่องที่ยายห่อไว้ "เงิน 1,000 วอนพับครึ่ง เพียงพอสำหรับค่าแบตเตอรี่" ซังวูร้องไห้แล้ววิ่งไปหายาย คืนนั้นซังวูพยายามสอนให้ยายที่ไม่เคยรู้หนังสือ ให้เขียนจดหมายถึงเขา แต่ยายก็ไม่สามารถเขียนได้ เขาบอกกับยายทั้งน้ำตาว่า “ ถ้ายายป่วย แค่ส่งโปสการ์ดเปล่าๆ ให้เขา เขาจะได้รู้ "

ในวันที่ยายหลานต้องจากกัน ซังวูส่งของบางอย่างให้กับยาย และรีบวิ่งขึ้นรถ ยายถือโปสการ์ด 5 ใบ ทั้งหมดเขียนชื่อและที่อยู่ของซังวู และในช่องผู้ส่งเขียนว่า “ จากยาย" เขาวาดภาพ “ยายที่กำลังป่วย" ซึ่งบรรยายถึงยายกำลังป่วย หรือคิดถึง


การดำเนินชีวิตในชนบท และความผูกพัน อันเป็นประสบการณ์ล้ำค่า จะยังคงอยู่กับซังวูตลอดไป
และในตอนท้าย หนังเรื่องนี้จบด้วยคำว่า "ภาพยนตร์เรื่องนี้ อุทิศแด่ผู้เป็นยายทุกคน"




The Way Home เป็นหนังดราม่าเรียกน้ำตา ที่สะท้อนสภาพสังคมปัจจุบันได้ดี เป็นเรื่องราวของเด็กในเมืองที่ถูกบีบให้ใช้และเรียนรู้ความหมายของชีวิตมากขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีการแสดงถึงภูมิปัญญาชีวิต เป็นกระจกสะท้อนความแตกต่างระหว่าง “วัฒนธรรมชนบท" กับ “วัฒนธรรมเมือง" ได้อย่างแยบยล นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นความผูกพันระหว่างหลาน กับยาย ทำให้สำนึกถึงคุณค่าความดีของยาย การถ่ายทอดเรื่องราวเป็นเพียงการเล่าเรื่องธรรมดาๆ แต่คุมจังหวะการสร้างอารมณ์สะเทือนใจ ให้ค่อยๆสร้างทีละน้อย สอดแทรกมุขตลกเป็นระยะแม้แต่ในฉากที่น่าสะเทือนใจ เรื่องราวดูสมจริง รวมไปถึงความน่าเห็นใจจากการกระทำเพียงเล็กๆน้อยๆ


การเปลี่ยนแปลงชีวิตและความคิดของข้าพเจ้า ก่อนที่จะได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ความคิดในตอนนั้นคือ ยายเป็นคนขี้บ่นจุกจิก จึงไม่ค่อยเชื่อฟัง ดื้อรั้นกับยาย เพราะไม่เคยรู้ว่าที่จริง ยายเป็นห่วงเรามากแค่ไหน แม้บางทีการแสดงออกจะทำให้เราหงุดหงิดก็ตาม หลังจากที่ดูภาพยนตร์แล้ว ก็เปลี่ยนความคิด ทำตัวเป็นเด็กดีมาตลอด ระลึกอยู่เสมอว่าแต่ก่อนทำผิดกับยายไว้มาก และคิดว่า ยายก็คือแม่คนที่สองของเรานั่นเอง ยายบอกว่า ยายรักเรามากกว่าแม่ของเราเสียอีก มันทำให้ข้าพเจ้ายิ่งรักและเทิดทูนยายมากขึ้นไปอีก

ยายใบ้ผู้ไม่เคยพูดอะไร = ธรรมชาติผู้มีแต่ให้โดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนใดๆ

ข้อคิดที่ได้จากเรื่องคือ ไม่มีใครจะให้เราได้มากเท่ากับผู้ให้กำเนิดของเรา

------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง : VCD ภาพยนตร์ The way home ...คุณยายผม ดีที่สุดในโลก
website ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ :
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dok-koon&month=11-2007&date=11&group=4&gblog=4


ภาคผนวก :

วันที่บันทึก : 10 สิงหาคม 2552
วันที่ปรับปรุง : 11 กันยายน 2552