พันธะสัญญาการเรียนรู้

ในระยะเวลา 1 เดือนตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ว่าจะ  ใช้จ่ายเงินให้น้อยลง   โดยปกติแล้วคุณแม่จะโอนเงินเข้าบัญชีให้ใช้จ่ายเดือนละ 5000 บาท ซึ่งในทุกเดือนที่ผ่านมานั้นจากเงิน 5000 บาทในต้นเดือน พอสิ้นเดือนก็จะเหลือแค่ 100-200 บาท ซึ่งคิดว่าเงินมันเหลือน้อยเกินไป จึงตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในระยะเวลา 1 เดือนนี้จะลดค่าใช้จ่ายลงให้ได้จะได้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น

 

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

-  เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย

-  ช่วยลดภาระในการส่งเสียงของพ่อแม่

-  จะได้มีเงินเหลือเก็บและเป็นการฝึกนิสัยการอดออม

 

วิธีการเรียนรู้

                ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายทุกวัน พอผ่านไป 1 สัปดาห์ก็นำบัญชีที่ทำไว้มาดูแล้วเราอาจจะพบว่าเราจ่ายเงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นหลายอย่างโดยที่เราไม่รู้ตัว เราก็จะสามารถตัดรายจ่ายสิ่งที่ไม่จำเป็นเหล่านั่นได้

                รายจ่ายสิ่งที่ไม่จำเป็นอาจจะเป็นอาจจะคือพวกเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า หรืออาหาร ของกินบางอย่างที่เกินความต้องการ ซึ่งอาจจะมีวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเช่น

- เวลาเราไปตลาด เรามักจะไปตอนที่กำลังหิว ทำให้ทุกอย่างดูอร่อยไปหมด จึงมักได้ของมามากกว่าที่ต้องการและเสียเงินไปกว่างบที่ตั้งเอาไว้ ดังนั้นเวลาไปตลาดก็ไม่ควรไปตอนที่หิวจัดมาก และควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการแต่ราคาไม่แพง 

-  สำหรับพวกเสื้อผ้าเวลาเลือกซื้อก็ต้องคิดว่าเราจะได้ใช้มันอย่างคุ้มค่า อย่ามัวแต่คิดว่ามันถูกเพราะลดราคา และในตอนนี้ซึ่งเป็นนักศึกษาอยู่ดังนั้นในหนึ่งสัปดาห์ ก็ใส่เครื่องแบบนักศึกษาแล้ว 5 วัน พวกเครื่องแต่งกายอื่นๆจึงไม่มีความจำเป็นมากนัก

 

แหล่งการเรียนรู้

นิตยสารคู่สร้างสม ปีที่ 30 ฉบับที่ 642 ประจำวันที่ 20-30 มิถุนายน ทศ32552   คอลัมน์ เทคนิคการใช้ชีวิตในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ

 

แนวทางการพิสูจน์ว่าเกิดการเรียนรู้

นำยอดเงินคงเหลือที่ได้จากการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย อันเนื่องมาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงิน  มาเปรียบเทียบกับเงินที่เหลือในแต่ละเดือนก่อนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากพบว่ามีเงินเหลือเก็บมากกว่าเดิมจำนวนมาก นั่นหมายถึงว่าการเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูง แต่ถ้าเงินเหลือเก็บมากกว่าจำนวนเดิมไม่มาก หรือไม่แตกต่างหรือน้อยกว่า แสดงว่ามีประสิทธิภาพไม่ดีพอ ซึ่งอาจจะหาหนทางและวิธีการอื่นๆเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ต่อไป