แม้จะเป็นเพียงแค่คำพูดที่แสนธรรมดาแต่กลับเป็นยาช่วยรักษาใจ

  ในช่วงที่ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ทางโรงเรียนของผมได้จัดให้มีการนำนักเรียนไปทัศนศึกษานอกสถานที่ และสถานที่แห่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากในการทัศนศึกษาครั้งนี้ก็คือ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่ พัทยา


 

  


 

        เมื่อรถที่ผมนั่งเดินทางมาถึงโรงเรียนแห่งนี้ สิ่งที่ผมเห็นเป็นสิ่งแรกเลยก็คือ มีบุคคลจำนวนมากมายืนรอต้อนรับพวกผม มันทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความมีไมตรีจิตที่พวกเขามอบให้ ต่อจากนั้นผมและเพื่อนๆก็ได้ไปเยี่ยมชมห้องเรียนของที่นี่ ผมได้ไปสัมผัสและพูดคุยกับบุคคลผู้มีความพิการทางสายตามากมาย ทุกครั้งที่ผมเข้าไปคุยกับพวกเขา สิ่งที่พวกเขาพูดตอบกลับมาผมไม่เคยลืม แม้มันจะเป็นคำพูดของคนพิการเพียงคนหนึ่งแต่มันเป็นคำพูดทีสามารถทำให้คนหลายคนเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาได้เลย และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น  ในขณะที่ผมนั่งรถกลับไปที่พักที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้ ผมนั่งครุ่นคิดมาตลอดทางถึงทุกสิ่งที่ผ่านมาเมื่อไม่นานนี้ ผมกลับมามองตัวเองว่า"ทั้งที่ผมมีร่างกายที่ไม่พิการผมยังเคยท้อกับอุปสรรคต่างๆที่เข้ามาในชีวิตเลย แล้วดูพวกเขาสิ แม้ร่างกายเขาจะพิการแต่พวกเขาก็ยังสู้และพร้อมเผชิญกับอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามา จิตใจของพวกเขาช่างเข้มแข็งดุจหิน" หลังจากนั้นมาเมื่อยามใดที่ผมรู้สึกท้อ ผมจะนึกถึงคำพูดของพวกเขาเสมอ มันทำให้ผมมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับปัญหาที่เข้ามา แม้จะเป็นเพียงแค่คำพูดที่แสนธรรมดาแต่กลับเป็นยาช่วยรักษาใจ ของผมได้เป็นอย่างดี

    ผมว่าคนเราอาจเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราทุกคนสามารถเลือกแนวทางในการดำเนินชีวิตของตัวเองได้ ขอเพียงแค่ใจเราไม่ท้อ ปัญหาทุกอย่างต้องมีทางแก้ ถ้าเรายังมีลมหายใจอยู่ เราก็ยังต้องประสบกับสิ่งเหล่านี้อีกต่อไปเรื่อยๆ ในโลกนี้ยังมีคนที่โชคร้ายกว่าเราตั้งมากมาย เขายังสู้เลย ปัญหาของเรายังเล็กน้อยกว่าเขาตั้งเยอะ เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากให้ทุกคนสู้ สู้เหมือนผม

   

เอกสารอ้างอิง

http://www.pattayablind.org/

http://www.tddf.or.th/tddf/newsroom/images/2009-07-26-6349.jpg

http://www.rvsd.ac.th/prev.php?PageNum=3&Page=10&AutoNumber1=132

http://www.rvsd.ac.th/main.php?p=article03.php