มาถึงขั้นตอนของการเชื่อมไปสู่ส่วนฐานรองยอด
“ตารางอิสรภาพ”
นั้นได้มาจากการจัดกลุ่มขุมความรู้แล้วจัดกลุ่มหมวดหมู่ให้เป็นแก่นความรู้
ค่ะ นำแก่นความรู้มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยกันทำเกณฑ์ จนได้เป็น
“เกณฑ์ระดับความสำเร็จ”
ช่วยกันผลิตเกณฑ์ขึ้นสดๆในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้นี่เอง ทำยังไง
ได้มาใช้อะไร
อ่านตรงนี้ที่ครูใหญ่สอนแล้วกันค่ะ
ยังจำข้อสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้าได้ค่ะว่า ออกปากว่าจะนำสินค้าที่แลกเปลี่ยนในตลาดภาคใต้ครั้งแรกนี้มานำเสนอให้ได้ชมกัน จึงขอทำตามสัญญาด้วยการเสนอสินค้าชิ้นนี้ก่อนก็แล้วกัน
“เกณฑ์ระดับความสำเร็จ”
ที่ทีมงานภาคใต้ช่วยกันสรรสร้างขึ้นมา
เกณฑ์ที่ได้รวมกันแล้วมีทั้งหมด 9 เกณฑ์ แต่ละเกณฑ์แบ่งออกได้เป็น 5 ระดับ จัดระดับตามข้อมูลขุมความรู้ที่ได้มาจากกลุ่มแก่นความรู้ค่ะ
มาซิค่ะมาชมสินค้าคร่าวๆดูก่อนว่า 9 เกณฑ์เป็นอะไรบ้าง ดูแล้วก็อย่าลืมรวบรวมข้อมูลของท่านไว้ลองใช้ประเมินความสามารถของหน่วยงานท่านไปพร้อมกันด้วยค่ะ
เกณฑ์ที่ 1 การดูแลผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง
เกณฑ์ที่ 2 การให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเอง
เกณฑ์ที่ 3 การสนับสนุนการปรับพฤติกรรมด้านอาหาร
เกณฑ์ที่ 4 การส่งเสริมการออกกำลังกาย
เกณฑ์ที่ 5 การดูแลให้ผู้ป่วยใช้ยาอย่างถูกต้อง
เกณฑ์ที่ 6 การดูแลภาวะแทรกซ้อน
เกณฑ์ที่ 7 การทำงานเป็นทีมสหวิชาชีพ
เกณฑ์ที่ 8 การจัดระบบบริการ
เกณฑ์ที่ 9 การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน
รายละเอียดของความสำเร็จที่แบ่งเป็น 5 ระดับเป็นอย่างไร จะนำเสนอต่อไปตามลำดับเกณฑ์ค่ะ
ตัวอย่างภาพแผนภูมิแม่น้ำที่ได้หลังจากเข้าโปรแกรม
หลังจากได้เกณฑ์ก็เป็นการทำงานในส่วนของการประเมินตนเองตามเกณฑ์ที่ได้มา ผลการประเมินตนเองทำให้ได้คะแนนมาทำงานต่อเข้าสูตรในโปรแกรมแล้วได้ข้อมูลเปรียบเทียบของส่วนยอดสุดของตลาดนัดการจัดการความรู้ที่เรียกกันว่า “ธารปัญญา” หรือ "แผนภูมิแม่น้ำ" ซึ่งให้ภาพบ่งบอกความต่างของความสามารถของสถาบันที่มาเข้าร่วมและช่องว่างของความรู้
อีกทั้งให้มาซึ่ง “แผนภูมิขั้นบันได” อีกด้วย ทำให้ได้ภาพ เปรียบเทียบที่สามารถใช้จับคู่ จัดกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อดำเนินการต่อกระบวนการเพื่อนช่วยเพื่อนขึ้นได้เลยในเวทีอย่างสดๆ ซึ่งเป็นเวทีที่คุณอำนวยและคุณลิขิตทำหน้าที่กันได้อีกครั้ง
ตัวอย่างหน้าตาของแผนภูมิขั้นบันไดนำมาจากงานตลาดนัดความรู้เบาหวานครั้งก่อนๆ
และนี่คือตัวอย่างของวิธีที่ใช้้สำหรับประเมินตนเองค่ะ
ผู้ประเมินจะประเมินสถานภาพปัจจุบันของตนเองก่อน
แล้วหลังจากนั้นก็ใส่ระดับเป้าหมายที่จะไปให้ถึงในอนาคตข้างหน้า
แล้วหลังจากนั้นก็ใช้ประโยชน์จากเป้าหมายในอนาคต
มาหาคู่ช่วยในการทำให้งานพัฒนาง่ายขึ้นด้วยแผนภูมิขั้นบันไดค่ะ
17 มิถุนายน
2552