โรงเรียนเป็นฐาน

การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 

ประวัติความเป็นมาของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน

               

การปฏิรูประบบการบริหารการศึกษาที่เปลี่ยนจากการสั่งการจากบนลงล่าง (top - down)  เป็นการกระจายอำนาจการบริหารจัดการให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามีอิสระในการบริหารจัดการหรือการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานนั้นเป็นแนวคิดที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ริเริ่มมาในช่วงทศวรรษ  1970  และในต่างประเทศได้เริ่มดำเนินการในช่วงปลายทศวรรษ  1980 

ในปลายทศวรรษ  1980  ได้มีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  (School – Based  Management)  ในรูปแบบต่าง ๆ  จนกลายเป็นประเด็นร่วมและยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาในส่วนต่าง    ของโลก  เช่น  ประเทศสหรัฐอเมริกา  สหราชอาณาจักร  ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  สิงคโปร์  สาธารณรัฐเกาหลี  อิสราเอล  และฮ่องกง  ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดการกระจายอำนาจการบริหารจัดการส่วนกลางไปยังท้องถิ่นและสถานศึกษาในแต่ละประเทศคล้ายคลึงกัน  คือ  ความไร้ความสามารถที่จะตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้รับบริการได้ทันท่วงที  และความล้มเหลวเรื่องคุณภาพการจัดการศึกษา  (อุมัร  สวาหลัง,  2546 : 12-13)    

การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  (School – Based  Management)  ได้รับอิทธิพลมาจากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ  อุตสาหกรรม  ที่ประสบความสำเร็จจากหลักการ  วิธีการ  และกลยุทธ์ในการทำให้องค์การมีประสิทธิภาพ  ผลการปฏิบัติงานมีคุณภาพ  สร้างกำไรและสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องยิ่งขึ้น  ความสำเร็จดังกล่าวนี้ทำให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องเห็นว่า  การพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้นนั้นต้องปรับกระบวนการและวิธีการที่เคยเน้นแต่เรื่องการเรียนการสอน  ปรับไปสู่การบริหารโดยการกระจายอำนาจไปยังโรงเรียนที่เป็นหน่วยปฏิบัติ  และให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาอย่างแท้จริง  (สมศักดิ์  คงเที่ยง,  2544 : 141-142)

สำหรับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  (School – Based  Management:  SBM)  ในประเทศไทยนั้นเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นหลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ..  2542  แต่ก็ใช่ว่าประเทศไทยจะไม่ดำเนินการบริหารตามแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  (School – Based  Management:  SBM)  เลยเสียทีเดียว  ถึงแม้ว่าในภาพรวมของการบริหารการศึกษาของไทยก่อนการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ..  2542  จะอยู่ในลักษณะของการรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง  ขาดเอกภาพในการบริหาร  ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน  และขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบและไม่มีระบบประกันคุณภาพและมาตรฐานที่ชัดเจน  ตลอดจนขาดความเชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานอื่น  (อุทัย  บุญประเสริฐ,2543  อ้างถึงใน  อุมัร  สวาหลัง, 2546 : 25)   

แนวทางการปฏิรูประบบบริหารการศึกษาเพื่อกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาจากส่วนกลางไปยังสถานศึกษากระจายไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และให้ชุมชนมีบทบาทและส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษา  โดยมุ่งหวังให้การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเพิ่มประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ  ปรากฏชัดเจนตามมาตรา  39  แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ..  2542  ที่ระบุว่า  ให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ  งบประมาณ  การบริหารงานบุคคลและการบริหารทั่วไป  ไปยังคณะกรรมการและสำนักงานการศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรมเขตพื้นที่การศึกษา  และสถานศึกษาในเขตการศึกษาโดยตรง…”  (อุทัย  บุญประเสริฐ,2546 : 1)

การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  (School – Based  Management  :  SBM)  เป็นรูปแบบการบริหารโรงเรียนที่ได้รับความสนใจในวงการบริหารโรงเรียนมากในปัจจุบัน  เพราะเป็นรูปแบบที่น่าจะสอดคล้องกับแนวทางการบริหารตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ..  2542  และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่  2 )  ..  2545  มาก  (ธีระ  รุญเจริญ,  2550 : 162 - 163)      

การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  (School – Based  Management  :  SBM)  เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของการพัฒนาการศึกษาโดยการถ่ายโอนอำนาจการตัดสินใจจากรัฐหรือเขตพื้นที่การศึกษาไปยังสถานศึกษาต่าง    การบริหารสถานศึกษาแบบ  การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  (School – Based  Management  :  SBM)  จะทำให้ผู้บริหารสถานศึกษา  ครู  นักเรียนและผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการศึกษามากขึ้นด้วยการให้  เค้าเหล่านั้นรับผิดชอบในการตัดสินใจในเรื่องงบประมาณ  บุคลากรและหลักสูตร  นอกจากการมีส่วนร่วมตัดสินใจในเรื่องหลักดังกล่าวของครู  ผู้ปกครอง  และสมาชิกในชุมชนแล้ว  การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  (School – Based  Management  :  SBM)   ยังเพิ่มประสิทธิภาพของบรรยากาศการเรียนรู้ให้กับเด็กด้วย  (สมศักด์  คงเที่ยง,  2544 :  141)

 

ความหมายของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน

 

การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานใช้ อักษรย่อ”SBM” มาจากคำเต็ม และมีความหมายดังนี้

S             School                   เป็นคำนาม           แปลว่า โรงเรียน

B             Based                     เป็นคำคุณศัพท์    แปลว่า  เกี่ยวกับฐานหรือพื้นฐาน

M            Management        เป็นคำนาม           แปลว่า   การบริหารและการจัดการ

ดังนั้น School-Based Management จึงแปลความหมายว่า การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  หรือการใช้โรงเรียนเป็นฐานในการบริหารและการจัดการ  หรือการบริหารจัดการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  ซึ่งเกิดจากแนวความคิดเรื่องปฏิรูปการศึกษา และการกระจายอำนาจทางการศึกษา

นักวิชาการหลายท่านให้แนวคิดเกี่ยวกับความหมายของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School-Based Management หรือ Site Based Management :SBM )ไว้ดังนี้

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ  ( 2544 : 2 ) ได้ให้ความหมายไว้ว่า  การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  หมายถึง  การบริหาร  และการจัดการศึกษาที่หน่วยปฏิบัติ  โดยมีโรงเรียนเป็นฐาน  หรือ  เป็นองค์กรหลักในการจัดการศึกษา  ซึ่งจะต้องมีการกระจายอำนาจการบริหาร  และการจัดการศึกษาจากส่วนกลางไปยังโรงเรียน  ให้โรงเรียนมีอำนาจ  หน้าที่ความรับผิดชอบ  มีความอิสระคล่องตัวในการบริหารจัดการ  ทั้งด้านวิชาการ  งบประมาณ  บุคลากร และการบริหารทั่วไป  ภายใต้คณะกรรมการโรงเรียน ( School Board ) หรือ School Committee เก่า ผู้แทนนักเรียน  และผู้บริหารโรงเรียน  เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็น  ไปโดยมีส่วนร่วม  และตรงตามความต้องการของผู้เรียน  ผู้ปกครอง  และชุมชนมากที่สุด

กรมสามัญศึกษา ( 2545 : 9 ) ให้ความหมายว่า  การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  คือ  แนวคิดทางการบริหาร  และการจัดการศึกษาที่ให้สถานศึกษาเป็นองค์กรหลักในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ  ภายใต้กรอบของกฎหมายที่กำหนด  โดยมีการกระจายอำนาจการตัดสินใจที่จะพัฒนา  นโยบาย  วิสัยทัศน์  พันธกิจ  และเป้าประสงค์ของสถานศึกษา  และร่วมมือดำเนินการทั้งด้าน  วิชาการ  งบประมาณ  บุคลากร  และการบริการทั่วไป  โดยบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเท่าเทียมกัน  โดยมุ่งเน้นผลผลิต  ผลลัพธ์  และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนเป็นสำคัญ  ภายใต้การมีส่วนร่วม  และการตรวจสอบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ถวิล  มาตรเลี่ยม ( 2544 : 41 ) กล่าวว่า  การบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  หมายถึง  การบริหารจัดการ  โรงเรียนที่สอดคล้องกับคุณลักษณะ  และความต้องการของโรงเรียน   นั่นคือ  สมาชิกโรงเรียน  อันได้แก่  คณะกรรมการบริหารโรงเรียน  ผู้บริหารโรงเรียน  ครู  อาจารย์  พ่อแม่  ผู้ปกครอง  นักเรียน  ตลอดจนสมาชิกชุมชน  และองค์การอื่น ๆ มารวมพลังกันอย่างเต็มที่ รับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากร  และการแก้ปัญหา  ตลอดจนดำเนินการเพื่อการพัฒนา  กิจกรรมด้านการจัดการศึกษาของโรงเรียน  ในระยะสั้น  และระยะยาว

อุทัย  บุญประเสริฐ ( 2545 :1 ) กล่าวว่า  การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  เป็นกลยุทธ์ในการปรับปรุงการศึกษา  โดยเปลี่ยนอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจจากส่วนกลางไปยังแต่ละโรงเรียน  โดยให้คณะกรรมการโรงเรียนซึ่งประกอบด้วยผู้ปกครอง  ครู  สมาชิกในชุมชนผู้ทรงคุณวุฒิ  ศิษย์เก่า  และผู้บริหารโรงเรียน  ( บางโรงเรียนอาจมีตัวแทนนักเรียนเป็นกรรมการด้วย )  ได้มีอำนาจในการบริหารจัดการศึกษาในโรงเรียนมีหน้ามีหน้าที่  และความรับผิดชอบในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ  บุคลากร  และวิชาการ  โดยให้เป็นไปตามความต้องการของนักเรียน  ผู้ปกครอง  และชุมชน

เสริมศักดิ์  วิศาลาภรณ์ ( 2541, อ้างถึงใน  อุทัย  บุญประเสริฐ,2545 : 2 ) ให้ความหมายว่า  การบริหาร  และการจัดการศึกษาที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน  คือ  การจัดการศึกษาที่ใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลาง  ( School – Centered Administration ) โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษา  ได้แก่  ผู้บริหาร  ครู  ผู้ปกครอง  ชุมชน  และนักเรียนได้เข้ามามีบทบาทในการให้คำแนะนำ  การช่วยเหลือการประเมิน  และการอนุมัติ  โดยใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม  ผู้บริหารเป็นเพียงผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ  และการนำมติในที่ประชุมไปใช้ในการจัดการศึกษา

จากความหมายที่นักวิชาการทางการศึกษาได้ให้ไว้ข้างต้น  สรุปได้ว่า  การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  เป็นการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาจากส่วนกลาง ไปยังหน่วยปฏิบัติ  คือ  สถานศึกษาโดยตรง  โดยให้สถานศึกษามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ  มีความอิสระในการตัดสินใจ  และบริหารจัดการทั้งในด้าน  วิชาการ  งบประมาณ  การเงิน  บุคลากร  และการบริหารทั่วไป  โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษา  ซึ่งประกอบด้วย  ผู้บริหารสถานศึกษา  ตัวแทนครู  ผู้ทรงคุณวุฒิ  ร่วมกันบริหารสถานศึกษาให้เป็นไปตามความต้องการของผู้เรียน  และชุมชนมากที่สุด

 

หลักการพื้นฐานในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน

 

                                มีนักวิชาการกล่าวถึงหลักการสำคัญในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานไว้หลาย ๆ  ท่านด้วยกัน  ดังนี้

                                เดวิด  (David , 1989  อ้างถึงใน  Cheng ,  1996 : 4)  กล่าวว่า  การบริหารโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐานต้องประกอบไปด้วยแนวคิดหลักสำคัญ  2  ประการ  คือ

                                1.  โรงเรียนเป็นหน่วยสำคัญสำหรับตัดสินใจ  ซึ่งการตัดสินใจสั่งการที่ดีควรอยู่ในหน่วยปฏิบัติ  จึงควรเพิ่มอำนาจในการบริหารและจัดการงบประมาณให้กับโรงเรียนมากขึ้น และลดการควบคุมจากส่วนกลางลง

                                2.  การมีส่วนร่วมและการมีความรู้สึกเป็นเจ้าของเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการปฏิรูปการบริหารการจัดการศึกษา  ความสำเร็จของการปฏิรูปไม่ใช่เกิดจากการควบคุมจากภายนอก  หากแต่เกิดจากการที่สมาชิกในโรงเรียนและชุมชนให้ความร่วมมือกันในการตัดสินใจการบริหาร  และการปฏิบัติงาน

ถวิล  มาตรเลี่ยม  (2544  :  42)  กล่าวถึงหลักการสำคัญของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานไว้  4  ประการ  ดังนี้

1.       หลักดุลยภาพ

2.       หลักการกระจายอำนาจ

3.       หลักระบบบริหารจัดการตนเอง

4.       หลักการริเริ่ม

ธเนศ  ขำเกิด  (2545  :  149)  กล่าวถึง  หลักการสำคัญของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานไว้  5  ประการ  คือ

1.       การกระจายอำนาจ

2.       การมีส่วนร่วมและการร่วมคิดร่วมทำ

3.       การบริหารตนเอง

4.       การตรวจสอบและถ่วงดุล

5.       การยึดหลักธรรมาภิบาล

อุทัย  บุญประเสริฐ  (2543  :  154 156 )  ได้กล่าวถึงหลักการสำคัญของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานไว้  5  ประการ  คือ 

1.       หลักการกระจายอำนาจ

2.       หลักการมีส่วนร่วม

3.       หลักการคืนอำนาจการจัดการศึกษาให้ประชาชน

4.       หลักการบริหารตนเอง

5.       หลักการตรวจสอบและถ่วงดุล

สำนักงานเลขาสภาการศึกษา  ( 2548  :  33 )  ได้กล่าวถึงการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานมีหลักสำคัญ  3  ประการ  คือ

1.       หลักการกระจายอำนาจ  (Decentralization)

2.       หลักการมีส่วนร่วม  (Participation)

3.       หลักการบริหารจัดการศึกษาที่ดี  (Good  Govermance  in  Education)

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ  ( 2544 : 3-4)  การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานแต่ละแห่งอาจไม่เหมือนกัน  ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะและความจำเป็นของแต่ละโรงเรียนจะตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานเดียวกัน  คือ

1.       หลักการกระจายอำนาจ

2.       หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม

3.       หลักการบริหารตนเอง

4.       หลักการพัฒนาทั้งระบบ

5.       หลักความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้

6.       หลักการมีภาวะผู้นำแบบเกื้อหนุน

จากหลักการ