ระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศเว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server)

3.1.3 Talk

เป็นบริการอย่างหนึ่งของอินเตอร์เน็ตบริการนี้ช่วยให้คนสองคนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยวิธีสนทนาและคนทั้งสองนั้นจะอยู่ใกล้หรือไกลก็ไม่เป็นปัญหาการสนทนาในที่นี้หมายถึงการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้หมายถึงใช้เสียงพูดในการสนทนาการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันโดยใช้ talk นี้ช่วยให้ท่านสื่อสารกับคนอื่นได้ไม่ว่าคนนั้นจะอยู่ที่ไหน ประเทศไหน ทวีปไหน ใกล้หรือไกลมีข้อแม้ว่าคอมพิวเตอร์ของท่านและคอมพิวเตอร์ของคนที่ท่านต้องการสื่อสารนั้นต้องต่ออยู่กับอินเตอร์เน็ตการใช้ talk นั้นสิ่งแรกที่ท่านต้องทราบ คือ ต้องทราบแอดเดรส(address) ของผู้ที่ท่านต้องการสนทนาด้วย แอดเดรสที่ว่านี้เป็นแอดเดรสเดียวกับที่ใช้ในอีเมลล์แอดเดรสประกอบด้วยสองส่วนคือ ส่วนที่เป็นรหัสบัญชี( user account) และส่วนที่เป็นชื่อของเซิร์ฟเวอร์ ทั้งสองส่วนนี้ถูกคั่นด้วยเครื่องหมาย @ ตัวอย่าง address เช่น  [email protected] รหัสบัญชีคือ vapisit และเซิร์ฟเวอร์คือ pioneer.chula.ac.th   เมื่อท่านต้องการสนทนากับผู้ที่เป็นเจ้าของแอดเดรส [email protected] ท่านก็ใช้คำสั่งดังนี้  talk [email protected] มีเงื่อนไขอีกข้อคือว่าเจ้าของแอดเดรสที่ท่านต้องการติดต่อนั้นต้องกำลังใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกับอินเตอร์เน็ตและทำการ login ด้วย ท่านถึงจะติดต่อได้ talk ช่วยในการติดต่อได้ทีละสองคน เป็นคู่ไปถ้าต้องการติดต่อสื่อสารมากกว่าสองคน เช่น สนทนาพร้อมกันสามคน ในกรณีเช่นนี้ talk ทำไม่ได้ ท่านต้องไปใช้บริการอย่างอื่นแทน

3.1.4 IRC (Internet Relay Chat)

IRC เป็นบริการที่เหมือนกับ talk คือช่วยให้คนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยการสนทนาแต่ IRC นั้นได้พัฒนาไปไกลกว่า talk คือสามารถสนทนาพร้อมกันได้มากกว่าสองคน เช่นทีละสามคน ทีละยี่สิบคน เป็นต้น มีลักษณะเป็นกลุ่มสนทนาและการสนทนาในที่นี้หมายถึงการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้หมายถึงใช้เสียงพูดในการสนทนา IRC เหมือนกับการประชุมร่วมกัน และแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม กลุ่มละเรื่องถ้าท่านสนใจกลุ่มไหนก็สามารถเข้าร่วมสนทนากลุ่มนั้นได้โดยที่ท่านอาจจะแสดงความคิดเห็น หรือ ฟังเฉย ๆไม่แสดงความคิดเห็นก็ได้และถ้าท่านเห็นว่าหัวข้อที่กำลังคุยกันในกลุ่มนั้นไม่สนใจ ท่านก็อาจจะออกจากกลุ่มไปเข้ากลุ่มใหม่ที่หัวข้อน่าสนใจมากกว่า กลุ่มสนทนาใน IRC จะมีมากมายหลายร้อยกลุ่มในหลายๆ เรื่อง และมีคนเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่กลุ่มเล็กขนาด 2-3 คนไปจนถึงกลุ่มขนาดใหญ่ที่มีขนาดเป็นร้อยคน และมีการสนทนากันตลอด 24 ชั่วโมง

3.1.5 E-mail

E-mail หรือจดหมายอิเล็กทรอนิคส์เป็นบริการอย่างหนึ่งที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมากจนทำให้บางคนคิดว่า E-mail คือ อินเตอร์เน็ต และอินเตอร์เน็ต คือ E-mail วิธีใช้งานอีเมลล์ก็ง่ายและมีประโยชน์มากการทำงานของ E-mail มีลักษณะคล้ายกับระบบไปรษณีย์ปกติ (หมายถึงระบบที่ใช้กระดาษในการเขียนจดหมาย)กล่าวคือในระบบไปรษณีย์ปกติมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการรับส่งจดหมายคือเป็นบุรุษไปรษณีย์ (ในกรณีของประเทศไทย คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย)ถ้าเป็นในอินเตอร์เน็ตสิ่งที่ทำหน้าที่คอยรับส่งจดหมายคือบรรดาคอมพิวเตอร์ทั้งหลายที่ทำหน้าที่เป็น E-mail Server (คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ให้บริการด้านจดหมายอิเล็กทรอนิคส์)ดังนั้นถ้าท่านต้องการใช้ E-mail สิ่งแรกที่ท่านต้องทำคือไปสมัครเป็นสมาชิกหรือไปทำการลงทะเบียนกับอีเมลล์เซิร์ฟเวอร์จะเป็นเซิร์ฟเวอร์ใดก็ได้บรรดาอีเมลล์เซิร์ฟเวอร์ทั้งหลายนี้สามารถจัดแบ่งออกได้เป็นสามประเภทดังนี้

 ·                     อีเมลล์เซิร์ฟเวอร์ของหน่วยงานที่ท่านทำการศึกษาอยู่หรือทำงานอยู่ เช่น นิสิตอาจารย์ ข้าราชการ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็สามารถลงทะเบียนหรือสมัครเป็นสมาชิกได้กับคอมพิวเตอร์ที่เป็นอีเมลล์เซิร์ฟเวอร์ของจุฬาฯ ได้

·                     อีเมลล์เซิร์ฟเวอร์ของ ISP ( Internet Service Provider - หน่วยงานที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต ) เช่น KSC เป็นต้นท่านสามารถสมัครหรือลงทะเบียนกับหน่วยงานประเภทนี้ได้แต่ต้องเสียค่าสมาชิกให้แก่หน่วยงานประเภทนี้ด้วย

·                     อีเมล์เซิร์ฟเวอร์ของหน่วยงานที่ให้บริการฟรีเป็นบริการฟรีที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปลงทะเบียนหรือสมัครเป็นสมาชิกได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเช่น hotmail  เป็นต้น

ประโยชน์ที่ผู้ใช้อีเมล์จะได้รับมีดังนี้

  • สามารถส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เมื่อไรก็ได้ตามที่ท่านต้องการจะเป็นกลางคืนหรือกลางวันก็ได้
  • จดหมายจะถึงมือผู้รับภายในเวลาอันรวดเร็ว อาจภายในไม่กี่นาทีหรือภายในไม่กี่ชั่วโมง ไม่ว่าผู้รับจดหมายนั้นจะอยู่ใกล้หรือไกล
  • ผู้รับจดหมายก็สามารถรับและเปิดอ่านจดหมายได้เมื่อไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ
  • สามารถส่งจดหมายไปยังผู้รับคนเดียว หลายคน หรือจำนวนมากเป็นร้อยคนเป็นพันคนได้ซอฟต์แวร์ของอีเมล์ส่วนใหญ่จะมีวิธีช่วยให้ท่านเก็บรายชื่อพร้อมทั้งอีเมล์แอดเดรสของผู้ที่ท่านต้องการส่งจดหมายไปหาและช่วยจัดเป็นกลุ่มด้วยถ้าท่านส่งจดหมายไปยังกลุ่มก็หมายความว่าทุกคนในกลุ่มก็ได้รับจดหมายนั้น
  • สามารถเก็บจดหมายที่ได้รับ(จากเพื่อน ผู้ร่วมงาน หรือหัวหน้า)บางฉบับไว้ได้ถ้าท่านเห็นว่าจดหมายนั้นมีความสำคัญ เช่น ไว้เตือนความจำว่ามีงานอะไรต้องทำ หรือได้ตกลงเรื่องอะไรไว้กับใครบ้าง

3.1.6 World Wide Web

World Wide Web เป็นบริการที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในอินเตอร์เน็ตไม่มีบริการใดเป็นที่นิยมเทียบเท่า ชื่อเรียกย่อของ World Wide Web มีอยู่หลายชื่อเช่น WWW, W3, Web เป็นต้น ต่อไปจะขอใช้ชื่อ Web แทน World Wide Web

3.1.7 Web Server และ Web Browser

Web server เป็นคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ให้บริการด้าน web เซิร์ฟเวอร์ประเภทนี้มีเป็นจำนวนมากมาย ได้มีการพิมพ์รายชื่อของบรรดา web server นี้ออกมาเป็นสมุดซึ่งสมุดนี้มีขนาดพอ ๆกับสมุดรายชื่อโทรศัพท์ บางคนเรียก web server นี้ว่า web site ตัวอย่างของชื่อ web site เช่น www.chula.ac.th, www.ch7.com  การเข้าไปดูหรือเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่าง ๆท่านต้องใช้ซอฟต์แวร์ Web Browser ซึ่งบราวเซอร์นี้มีอยู่หลายตัวให้เลือกใช้ ตัวที่นิยมกันมีอยู่สองตัวคือ Netscape และ Internet Explorer บราวเซอร์มีช่องให้ท่านพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ที่ต้องการดูในกรณีของ Netscape คือช่อง location ส่วนในกรณีของ Internet Explorer คือ ช่อง address

3.1.8 Hypertext และ Hypermedia

Web เป็นบริการอย่างหนึ่งที่ใช้นำเสนอเอกสารข้อมูล (document) การนำเสนอเอกสารของ Web มีจุดหนึ่งที่แตกต่างจากบริการอื่นและจุดนี้เป็นจุดเด่นเหนือบริการอื่น คือ ความสามารถในการเชื่อมโยง (link) ซึ่งแบ่งออกได้เป็นสองอย่างดังนี้

  • การเชื่อมโยงภายใน บรรดาเอกสารที่นำเสนอนี้ท่านสามารถจัดให้มีการเชื่อมโยง (link) ซึ่งกันและกันได้ ยกตัวอย่าง ท่านมีเอกสารที่นำเสนออยู่สิบเอกสารท่านสามารถจัดให้เอกสารทั้งสิบนี้เชื่อมโยงกันได้ เช่นเอกสารที่หนึ่งมีจุดเชื่อมโยงไปยังเอกสารที่ห้าเอกสารที่ห้ามีจุดเชื่อมโยงไปยังเอกสารที่สามและเอกสารที่เหลือก็จัดให้เชื่อมโยงกันไปมาตามความเหมาะสมการจัดให้มีการเชื่อมโยงนี้จะให้มีกี่การเชื่อมโยงก็ได้
  • การเชื่อมโยงไปข้างนอกบรรดาเอกสารที่นำเสนอนี้ท่านยังสามารถจัดให้มีจุดเชื่อมโยงไปข้างนอกได้คือเชื่อมโยงไปยังเอกสารชุดที่อยู่ที่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้จะเป็นคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายในประเทศ หรือ ต่างประเทศ หรือ คนละทวีป ก็ได้และในทำนองเดียวกันจุดเชื่อมโยงไปภายนอกจะมีกี่จุดก็ได้จะเชื่อมโยงไปกี่คอมพิวเตอร์ก็ได้ ทั้งนี้สุดแท้แต่ความต้องการ

การเชื่อมโยงกันไปกันมานี้ถ้าพิจารณาดูแล้วก็คือ ลักษณะของใยแมงมุมนั้นเองบางคนจึงเรียกว่าเป็นเครือข่ายใยแมงมุมความสามารถในการเชื่อมโยงนี้เรียกว่าเป็นความสามารถด้าน Hypertext ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการเชื่อมโยงเอกสารที่เป็นตัวอักษร (text) เข้าด้วยกันแต่ว่า Web ได้พัฒนา

ความสามารถด้านนี้ไปไกลอีกขั้นหนึ่ง คือสามารถเชื่อมโยงสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวอักษร เช่น รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และอื่น ๆ ความสามารถในการเชื่อมโยงสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวอักษรคือความสามารถด้าน Hypermedia ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าสิ่งที่ทำให้บริการ Web เป็นที่นิยมแพร่หลายเหนือกว่าบริการอื่นคือ ความสามารถด้าน Hypertext และ Hypermedia

 

4.  ความสำคัญของการจัดทำระบบเครือข่ายและเว็บเซิร์ฟเวอร์

ความสำคัญของการจัดทำโครงการพัฒนาเทคโนโลยี สารสนเทศในโรงเรียน ด้วยการทำระบบฐานข้อมูลเว็บเซิร์ฟเวอร์มีดังนี้

4.1  เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการบริหาร และการเรียนการสอนในโรงเรียน

4.2   เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดำเนินงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที

4.3 ช่องทางในการติดต่อสื่อสารระหว่าง บุคลากรภายในโรงเรียน และระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง ลดขั้นตอนและเวลาในการสืบค้นข้อมูลสามารถลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

 

5.  องค์ประกอบของระบบเครือข่ายและเว็บเซิร์ฟเวอร์

                     5.1 องค์ประกอบของระบบเครือข่าย

มีองค์ประกอบที่สำคัญ เพื่อการเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ช่องทางการสื่อสาร (Communication Chanel) สถานีงาน (Workstation or Terminal) และ อุปกรณ์ในเครือข่าย (Network Operation System)

5.1.1 คอมพิวเตอร์แม่ข่าย

                               คอมพิวเตอร์แม่ข่าย หมายถึงคอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการทรัพยากร (Resources) ต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ หน่วยความจำสำรอง ฐานข้อมูล และ โปรแกรมต่าง ๆ เป็นต้น ในระบบเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) มักเรียกว่าคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ในระบบเครือข่ายระยะไกล ที่ใช้เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ หรือ มินิคอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลางของเครือข่าย เรานิยมเรียกว่า Host Computer และเรียกเครื่องที่รอรับบริการว่าลูกข่ายหรือสถานีงาน

5.1.2 ช่องทางการสื่อสาร

                              ช่องทางการสื่อสาร หมายถึง สื่อกลางหรือเส้นทางที่ใช้เป็นทางผ่าน ในการรับส่งข้อมูล ระหว่างผู้รับ (Receiver) และผู้ส่งข้อมูล (Transmitter) ปัจจุบันมีช่องทางการสื่อสาร สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่าย คอมพิวเตอร์มีหลายประเภทคือ สายโทรศัพท์แบบสายคู่ตีเกลียวไม่มีฉนวนหุ้ม (UTP) สายคู่ตีเกลียว แบบมีฉนวนหุ้ม (STP) สายโคแอคเชียล สายใยแก้วนำแสง คลื่นไมโครเวป และดาวเทียม เป็นต้น

5.1.3 สถานีงาน

                              สถานีงาน (Workstation or Terminal) หมายถึง อุปกรณ์หรือเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อ กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่เป็นสถานีปลายทางหรือสถานีงาน ที่ได้รับการบริการจากเครื่อง คอมพิวเตอร์แม่ข่าย เรียกว่าเป็นคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Workstation) ในระบบเครือข่ายระยะใกล้ มักมีหน่วยประมวลผล หรือซีพียูของตนเอง ในระบบที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรม เป็นศูนย์กลาง เรียกสถานีปลายทางว่าเทอร์มินอล (Terminal) ประกอบด้วยจอภาพและแป้นพิมพ์เท่านั้น ไม่มีหน่วยประมวลกลางของตัวเอง ต้องใช้หน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางหรือ Host

5.1.4 อุปกรณ์ในเครือข่าย

- การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย    (Network Interface Card :NIC) หมายถึง แผงวงจรสำหรับ ใช้ในการเชื่อมต่อสายสัญญาณของเครือข่าย ติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องแม่ข่าย และเครื่องที่เป็นลูกข่าย หน้าที่ของการ์ดนี้คือแปลงสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ส่งผ่านไปตามสายสัญญาณ ทำให้คอมพิวเตอร์ในเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้ 

- โมเด็ม    ( Modem : Modulator Demodulator) หมายถึง อุปกรณ์สำหรับการแปลงสัญญาณดิจิตอล (Digital) จากคอมพิวเตอร์ด้านผู้ส่ง เพื่อส่งไปตามสายสัญญาณข้อมูลแบบอนาลอก(Analog) เมื่อถึงคอมพิวเตอร์ด้านผู้รับ โมเด็มก็จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณอนาลอก ให้เป็นดิจิตอลนำเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการประมวลผล โดยปกติจะใช้โมเด็มกับระบบเครือข่ายระยะไกล โดยการใชสายโทรศัพท์เป็นสื่อกลาง เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

- ฮับ ( Hub)     คือ อุปกรณ์เชื่อมต่อที่ใช้เป็นจุดรวม และ แยกสายสัญญาณ เพื่อให้เกิดความสะดวก ในการเชื่อมต่อของเครือข่ายแบบดาว (Star) โดยปกติใช้เป็นจุดรวมการเชื่อมต่อสายสัญญาณระหว่าง File Server กับ Workstation ต่าง ๆ 

5.1.5 ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย

                              ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ จัดการระบบเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่ออยู่กับเครือข่าย สามารถติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ทำหน้าที่จัดการด้านการรักษาความปลอดภัย ของระบบเครือข่าย และยังมีหน้าที่ควบคุม การนำโปรแกรมประยุกต์ ด้านการติดต่อสื่อสาร มาทำงานในระบบเครือข่ายอีกด้วย นับว่าซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย มีความสำคัญต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างยิ่ง ตัวอย่าง ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ได้แก่ ระบบปฏิบัติการ Windows NT , Linux , Novell Netware , Windows XP ,Windows 2000 , Solaris , Unix เป็นต้น

 

          5.2 องค์ประกอบของเว็บเซิร์ฟเวอร์

                                เว็บเซิร์ฟเวอร์ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ  ดังนี้

                                5.2.1 เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ที่ทำหน้าที่เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการทรัพยากร (Resources) ต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ฐานข้อมูลของโรงเรียนทั้ง 4 ด้าน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารระหว่างฝั่งผู้ใช้และผู้ให้บริการอีกด้วย

                                5.2.2 เราท์เตอร์  ทำหน้าที่ บอกเส้นทางการวิ่งของ TCP/IP ว่าควรจะวิ่งไปทิศทางไหนเนื่องจาก TCP/IP จะไม่มีข้อมูลของเส้นทางว่าต้องวิ่งยังไง นอกจากนี้แล้วเราเตอร์ยังทำหน้าที่เป็นตัวแจกหมายเลข IP Address ของเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องซึ่งในการใช้อินเทอร์เน็ตนั้น เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะมีหมายเลข IP Address ที่ไม่ซ้ำกัน

                                5.2.3 โดเมนเนม  คือชื่อของ URL ที่ใช้บอกให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทราบว่าเว็บไซต์นี้ชื่ออะไร ในทางระบบแล้วเราเตอร์จะทำหน้าที่แปลงชื่อโดเมนเนมนี้ ให้เป็นเลขรหัสเพื่อวิ่งหาข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น www.sanook.com เป็นชื่อโดเมนเนมที่คนเรารู้จักดี แต่เมื่อเราพิมพ์ชื่อ URL นี้ลงไปในเว็บเบราเซอร์ เช่น Internet Explorer หรือ Firefox โปแกรมเบราเซอร์เหล่านี้ก็จะแปลงโดเมนเนมใ