ในกลางป่าเขาอันรกทึบไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ห่างไกลบ้านเรือนผู้คน มียักษ์ตนหนึ่งอาศัยอยู่
และยักษ์ ตนนี้ก็ชอบไปฟังธรรมกับฤาษีตาทิพย์เป็นประจำ แต่กระนั้นเจ้ายักษ์ ก็ยังชอบจับสัตว์ป่า
และคนกินเป็นอาหาร
วันหนึ่งเจ้ายักษ์ ได้จับหญิงสาวหน้าตาสวยงามมาคนหนึ่ง เจ้ายักษ์หลงรักนางมาก
จึงเก็บนางไว้เป็นเมียไว้ในถ้ำของมัน เจ้ายักษ์ ทั้งหวงแหนเมียของมันเป็นที่สุด
เวลาไปไหนก็จะให้เมียเข้าไปอยู่ในสมุกแล้วกลืนเมียไว้ในท้อง เวลาจะอาบน้ำก็คายออกมา
วันหนึ่งเจ้ายักษ์ ออกไปอาบน้ำ ก็พาเมียออกไปด้วย พอถึงลำธารก็คายสมุกที่เมียอยู่ออกมา แล้วก็อาบน้ำอย่างสนุกสนาน
ขณะนั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งได้เหาะเหินฟ้าผ่านมา ได้เห็นเมียของเจ้ายักษ์ จึงเกิดความชอบ ฝ่ายเมียเจ้ายักษ์
ก็เกิดตัณหาในชายหนุ่มเช่นกัน จึงกวักมือเรียกแล้วกระซิบบอกว่า
"เจ้าจงไปรอข้าในสมุกนั่นก่อนเถิดหนา เพื่อความปลอดภัย"
แล้วนางก็ตามเข้าไปในสมุก เสพกามารมณ์กันอย่างมีความสุข เจ้ายักษ์ไม่รู้เรื่อง อาบน้ำเสร็จก็กลืนสมุกเข้าไปในท้อง แล้วกลับไปยังถ้ำ...
ก่อนถึงถ้ำ ก็แวะเยี่ยมท่านฤาษีตาทิพย์เหมือนอย่างเคยปฏิบัติ ท่านฤาษีทักทายเจ้ายักษ์ว่า
"นี่..เจ้าสามคนไปไหนกันมารึ?"
เจ้ายักษ์ทำคิ้วขมวด ตอบว่า "ข้ามาคนเดียว ใยท่านมองเห็นเป็นสามคนล่ะ"
"เจ้ามาคนเดียว แต่ในท้องเจ้ามีตั้งสองคนนี่นา"
แล้วเจ้ายักษ์ ก็คายสมุกออกมา ฝ่ายชายหนุ่มผู้เป็นชู้
ก็รีบใช้วิชาหายตัวไปอย่างเร็วพลัน เจ้ายักษ์ เสียใจเป็นอันมาก
"ข้าอุตส่าห์รักและถนอมนางไว้ กลัวว่าชายอื่นจะมาพัวพัน ยังมิใยแอบมีชายมาร่วมอภิรมณ์สมสู่กันจนได้ ข้านี่ช่างโง่เขลานักท่านฤาษี ที่เห็นแต่ความรักจนตามืดบอด นี่หรือใจหญิง ข้ารักเจ้ามากเพียงใด เจ้ากลับทำเยี่ยงนี้ต่อข้าได้..."
แล้วยักษ์ก็ปล่อยให้เมียของมันเป็นอิสระไป แล้วสมาทานศีลภาวนาอยู่กับท่านฤาษีตลอดชั่วชีวิต....
: นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า ใจคนสุดแท้หยั่งถึง อย่าไว้ใจคนมากเกินไป...แม้แต่คนที่รัก ใกล้ชิดก็ยังไม่วายจะทรยศต่อเราได้
(หน้าตาของ "สมุก")
ในเขตอำเภอบ่อไร่ อำเภอเขาสมิง และอำเภอเมือง จังหวัดตราดเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวตราดเชื้อสายชาวชอง
ซึ่งมีความชำนาญในการทำเครื่องจักสานเป็นภาชนะอเนกประสงค์ชนิดหนึ่งเรียกรู้จักกันว่า สมุก
สมุก ของชาวชองที่เมืองตราดใช้ต้นคลุ้ม เป็นวัสดุหลักนำมาจักตอกโดยขูดผิวสีเขียวออกจนได้สีออกน้ำตาล แล้วนำไปสานด้วยลายสามตามแนวนอนก่อเป็นรูปทรงกลมขึ้นไปแล้วจึงหักมุมทั้งสี่เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมมน มีน้ำหนักเบามีหลายขนาดตามประโยชน์ใช้สอย เช่น ขนาดใหญ่ใช้ใส่ข้าวสาร ขนาดเล็กสำหรับนำติดตัวไปอย่างเดียวกับกระบุงตะกร้าใส่ผักใส่ปลา และหากจะใช้สำหรับหิ้วก็ใส่สาแหรกเพิ่มเติมเพื่อให้สะดวกขึ้น
สตรีชาวชองจะสานสมุกไว้ใช้เองในครัวเรือนด้วยฝีมืออันประณีต ลวดลายที่ใช้สานสมุกเดิมใช้ลายสาม ลายสอง และลายกะโล่ปัจจุบันประดิษฐ์ลวดลายหลายแบบผสมผสานเพื่อความสวยงามแปลกตายังคงมีทำกันบ้างที่ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ และตำบลวังตะเคียน อำเภอเขาสมิง
ขอบคุณภาพจาก : http://www.mapculture.org