เมื่อวาน (๔ ก.ค. ๕๒) ท่าน อ.หมอวิจารณ์ได้นัดประชุมในการขับเคลื่อนและขยายผลในการทำงาน R2R หรือการพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัย โดยประเด็นสำคัญของการพูดคุยเมื่อวานนี้เน้นไปในเรื่อง

   เกิด node ขึ้นแบบต้องการเป็น node เอง   node มีอิสระที่จะคิดเองตัดสินใจ  เอง   แต่ก็ติดต่อร่วมมือกับ node อื่นๆ   และร่วมมือช่วยเหลือกันกับแม่ข่าย R2R ประเทศไทย ที่ สวรส.


   มีการฝึก R2R Facilitator (หรือ “คุณอำนวย”) จำนวนมากโดยหน่วยงานเอง และโดย node   โดยแม่ข่ายให้ความร่วมมือ


   หน่วยงานลงทุนฝึก “คุณอำนวย” เอง   และลงทุนสนับสนุน R2R ของตนเอง   เพราะ R2R ใช้เงินน้อย และมีผลตอบแทนเกินคุ้มค่า


  ช่วยกันออกความเห็นจากประสบการณ์ตรง ว่า “คุณอำนวย” R2R ต้องมีทักษะและ competency อะไรบ้าง    จะฝึกได้อย่างไร


  มีเครือข่าย “คุณอำนวย” R2R   หรือ CoP RF (R2R Facilitator)    ที่มีทั้งพื้นที่จริง (F2F)  และพื้นที่เสมือน (B2B) ในการ ลปรร. และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน 


  แม่ข่ายและภาคี ร่วมกันจัด RF Workshop รุ่นที่ 0 เพื่อสร้าง ครู ก  หรือแม่ไก่ไปออกไข่สร้าง RF อีกจำนวนมาก   โดย RF Workshop 10 รุ่นแรก ทางแม่ช่ายจะส่งคนไปช่วยบ้าง 


จากบันทึก http://gotoknow.org/blog/thaikm/281525

ในตอนนี้ถือว่า ... เครือข่าย R2R ของศิริราชเป็นอีกหนึ่ง Model และขับเคลื่อนไปจนถึงการสร้างทีมพี่เลี้ยงในการทำ R2R ซึ่งจัดว่าเป็นรูปแบบที่เป็น formal และในขณะเดียวกันภายใต้การขับเคลื่อนหลักร่วมกับ สวรส. ขยายผลไปสู่การสร้าง "แม่ไก่เพื่อไปออกไข่สร้าง RF" ต่ออีก...

เมื่อวาน...ข้าพเจ้ามีสภาวะมึนๆ แต่ไม่ใช่มึนจากวาระการประชุมดังกล่าว เพราะการประชุมดังกล่าวเป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายสบายๆ ท่าน อ.หมอวิจารณ์พูดเชิงอารมณ์ดีว่า "ชวนมาทานข้าว" อ.แต้มเลยเสริมว่า "อาหารที่ สวรส.อร่อย จึงเสนอให้มาทานบ่อยๆ " การประชุมเชิงแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นช่วงกลางวัน...และคาบเกี่ยวมื้อกลางวันพอดี

แต่สภาวะการมึนของข้าพเจ้าน่าจะจากการเดินทาง...มากกว่า เพราะที่ขอนแก่นฝนตกหนัก การบินและนำเครื่องลงจึงไม่ราบรื่นที่ควร หลังจากกลับเข้าบ้านที่ขอนแก่นก็นั่งทำงานสักพัก ก็เข้านอน...

เป็นการหลับที่...จัดว่าเข้าสู่สภาวะ deep เร็ว...

แต่ในการหลับนั้นได้เห็นกระบวนการคิดของตัวเองที่มีการประมวลผลในเรื่องเกี่ยวกับ "คุณอำนวย - R2R" แล้วเกิดสภาวะที่ อ้อ! ตอนนอนว่า มีเพชรเม็ดงามอยู่แล้ว ไม่ต้องไปค้นหาส่วนผสมของการสร้างเพชรขึ้นมาใหม่ แต่เรานำเพชรนั้นมาเจียรไนดูท่าจะดีกว่า และอีกอย่างเพชรแต่ละเม็ดนั้นมีความงามและคุณค่าที่แตกต่างกัน ดังนั้น ... เราไม่ควรไปลดค่าเพชรนั้นด้วยการทำให้เพชรนั้นเหมือนกัน แต่เราหยิบความงามของเพชรแต่ละเม็ด มาชูคุณค่าให้เจิดจรัสยิ่งขึ้น

ในขณะนั้นก็ได้ลืมตาตื่นอย่างอัตโนมัติ...

เท่าที่รู้ตัว รู้ว่ายังไม่ใช่เวลาตื่น จึงพยายามที่จะหลับต่อ แต่เสียงแห่งภายในบอกว่า หลับต่อนี้จากที่คลิกจะกลายเป็นความฝันที่เปรอะเปื้อนแน่...

จึงได้ลุกขึ้นมาเพื่อบันทึกเรื่องราวนี้ไว้ก่อน...

ในส่วนของข้าพเจ้าที่ท่าน อ.หมอวิจารณ์เสนอแนะและมอบหมาย ข้าพเจ้าน้อมนำเพชรมาชูเชิดดีกว่า เพราะข้าพเจ้าไม่ค่อยมีฝีมือที่จะนำเพชรมาทำเป็นอย่างอื่น แต่ถนัดที่จะมองและค้นหาเพชร สิ่งที่จะต้องทำเพิ่มขึ้นเมื่อได้เพชรนั้นมา ก็นำเพชรนั้นมาค้นหา พิจารณาดูว่าเพชรที่ได้มานั้นมีความงามอย่างไร และมีคุณค่าเช่นไร พร้อมทั้งนำไปสู่การส่งคุณค่าเพชรนั้นให้เจิดจรัส...

นึกมาถึงตรงนี้ทำให้นึกในเรื่องแนวคิด "เมล็ดพันธุ์แห่งความดีงาม" ที่มีอยู่ในตัวบุคคล

ซึ่งข้าพเจ้ามองว่า "คุณอำนวย - R2R" นั้น คือ กระบวนการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ความดีความงามที่มีอยู่ในตัวบุคคลหน้างาน ดั่งเช่นสภาวะแห่งความเป็นเพชรนั่นเองที่ปรากฏอยู่ในทุกๆ คนเพียงแต่ว่าเราสามารถส่งหรือสนับสนุนการส่องแสงอันเจิดจรัสของเพชรเม็ดนั้นหรือเปล่าเท่านั้น

การพัฒนาคน เรามักชอบนำ spect ไปใส่ครอบไว้ในคนว่าพึงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

แต่ในทัศนะของข้าพเจ้ามองว่า ... ความเป็นนั้น มันเป็นอยู่แล้วในปัจเจคบุคคล เพียงแต่การวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนั้นเราจะนำความเป็นปัจเจคนั้นมาหลอมรวมเกี่ยวเนื่องกันเพื่อนำไปสู่...การทำงานในสภาวะร่วมกันอย่างไรเท่านั้นเอง...