วันนี้ผู้เขียนมาอยู่เวรเช้า (เวลา 8.30น.) และได้รับโทรศัพท์จากแพทย์ท่านหนึ่ง (ไม่กล้าเอ่ยนาม)ขอเลือดของเด็กหลังจากส่งเลือดตรวจ BUN, Cr. & E-lytes ตั้งแต่เช้า เพื่อนำไปส่งตรวจที่กรุงเทพฯ ผู้เขียนได้ขอ HN ของเด็กพบว่า เลือดของเด็กคนนี้ส่งตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นเวรของ ER  Lab จึงได้บอกไปว่า Sample อยู่ที่ Lab นอกเวลา ซึ่งตอนนี้เวรนอกเวลาได้ออกเวรไปแล้ว แพทย์ท่านนั้นก็ขอความกรุณาให้ใครไปเอาให้ได้หรือไม่ ผู้เขียนจึงรับปากไป แต่ต้องขอ Check ก่อนว่ายังมีเลือดเหลือหรือไม่ (เพราะโดยปกติเลือดของเด็กจะเจาะได้น้อย) แพทย์ท่านนั้นจึงบอกไปว่าอีก 10 นาทีจะโทรมาCheckใหม่  พร้อมกับขอชื่อผู้เขียน (เอาล่ะ รับปากแล้วทีนี้ ก็ต้องไปเอาเลือดที่ Lab. นอกเวลา ชั้น 2 ตัวเองก็ไม่เคยจะอยู่เวร ER ไม่ทราบระบบการจัดเก็บ แต่โชคดีของเราแต่โชคร้ายของนายดำ ที่อยู่เวรกับผู้เขียนด้วย เลยบังคับแกมขอร้อง) ปรากฏว่าเลือดที่ได้มีน้อย สักพักแพทย์โทรมาจึงบอกไปว่าทั้งเลือดรวม Serum ยังไม่ได้ปั่นแยกมีอยู่แค่ประมาณ 1 ml ไม่แน่ใจว่าจะพอหรือไม่ แพทย์ท่านนั้นก็ขอให้ปั่นแยก Serum ให้และต้องการserum แค่ ประมาณ 0.5 ml  ผู้เขียนจึงคาดคะเนจากน้ำเลือดว่าน่าจะพอได้ จึงนัดแนะเวลาก่อนเที่ยงท่านจะมาเอาพร้อมบอกสถานที่ของห้อง Lab ไว้เรียบร้อย (เอาเป็นว่าอยู่บนห้องศพ แล้วกันเข้าใจง่ายดี)
จาก เทคนิคการปั่นเลือดน้อย ในบันทึกก่อนหน้านี้ เลยได้ทดลองด้วยตนเอง ดูดน้ำเลือดใส่ Cup ตามขั้นตอน แต่ก็มีพี่ผอบใจดี๊ ใจดี อุตส่าห์ช่วยปั่นให้อีก (ที่จริงผู้เขียนกะว่าจะลองปั่นด้วยตัวเองสักครั้ง แต่พี่ผอบคงไม่ไว้ใจ อาจกลัวผู้เขียนจะทำแตก)

ก่อนเที่ยงเล็กน้อยแพทย์ก็ได้มารับ serum ของเด็กไป ท่านบอกว่าเด็กคนนี้ตัวเล็กมาก น้ำหนักเพียงแค่ 2 KG. ไม่อยากเจาะเลือดใหม่อีก ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าพอหรือไม่ แต่ท่านบอกว่าพอ และได้พูดอีกว่านี่แหละคือสิ่งที่มีค่า 

ทำเอาผู้เขียนอดภูมิใจไม่ได้ แต่ไม่สามารถเก็บความภูมิใจนี้ไว้เงียบ ๆ คนเดียว เพราะยังมีคนอื่น ๆ ที่ได้มีส่วนร่วมใน สิ่งที่มีค่า  นี้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่า น้องอ๋งซังช่วยนำ Vial มาช่วยกันบรรจุ serum เพื่อไม่ให้แตก หก ระหว่างการขนส่ง พี่ผอบ ช่วยปั่นแยก พร้อมช่วยตัด parafilm รวมทั้งนายดำ ที่มีส่วนไปเอาเลือดของเด็กด้วย สุดท้ายก็คุณหมอที่พยายามอย่างถึงที่สุด แม้กระทั่งมาเอาสิ่งที่มีค่า   ด้วยตัวท่านเอง