สิทธิประโยชน์ประกันสังคม

สิทธิประโยชน์

กองทุนประกันสังคม

เงินสมทบคืออะไร

เงินสมทบ คือ เงินที่นายจ้าง ลูกจ้าง จะต้องนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน โดยคำนวณ

จากค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับ ซึ่งกำหนดจากฐานค่าจ้างที่ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท โดยรัฐบาล จะออกเงินสมทบเข้ากองทุนด้วยส่วนหนึ่ง  

คนที่ถูกหักเงินสมทบคือใคร และถูกหักเงินอย่างไร

            ลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล โดยลูกจ้างจะถูกนายจ้างหักในอัตราร้อยละ 5 ของค่าจ้าง      นายจ้างก็จะร่วมจ่ายเงินสมทบเท่าจำนวนที่หักจากลูกจ้าง คือ อัตราร้อยละ 5 และรัฐบาลร่วมจ่ายสมทบในอัตราร้อยละ 2.75

   ทำไมต้องถูกหักเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม

     หลักการประกันสังคม มิใช่การสังคมสงเคราะห์ ซึ่งมาจากการที่รัฐให้ความช่วยเหลือประชาชน หรือผู้ประสบความเดือดร้อนแบบให้เปล่าจากเงินงบประมาณที่มาจากเงินภาษีอากร แต่การ ประกันสังคม คือ หลักการที่กำหนดให้ประชาชนที่มีรายได้ช่วยเหลือตนเอง และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ด้วยการออมและรู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม ตามแนวทางการเฉลี่ยความเสี่ยงภัยร่วมกันของสมาชิก การจะอาศัยเงินภาษีอากรอย่างเดียวย่อมสำเร็จได้ยาก เนื่องจากต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงกำหนดให้ผู้ประกันตนแต่ละคนร่วมกันออกเงินสมทบเข้ากองทุน และให้นายจ้างกับรัฐบาลร่วมออกเงินสมทบเข้ากองทุนด้วย

กองทุน  กองทุนที่ให้หลักประกันแก่ผู้ประกันตนให้ได้รับ ประโยชน์ทดแทน   กรณี

1.    ประสบอันตราย / เจ็บป่วย

2.      ทุพพลภาพ

3.      ตาย ซึ่งไม่เนื่องจาก การทำงาน

4.       คลอดบุตร

5.        สงเคราะห์บุตร

6.        ชราภาพ

7.     ว่างงาน

 

กองทุนเงินทดแทน

กองทุนเงินทดแทน คือ เงินสมทบที่เก็บ มาจากนายจ้างฝ่ายเดียว จัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อทำหน้าที่จ่ายค่าทดแทนให้กับ ลูกจ้างที่

1.     ประสบอันตราย/เจ็บป่วย

2.       สูญเสียอวัยวะ/สูญเสียสมรรถภาพของ อวัยวะ

3.        ทุพพลภาพ

4.       ตาย/สูญหาย จากการทำงานให้กับนายจ้าง

สิทธิประกันสังคมที่ผู้ประกันตนควรทราบ

กรณีทันตกรรม

ในกรณีถอนฟัน อุดฟัน และขูดหินปูน จากเดิมไม่เกิน 200 บาท ต่อ ครั้ง และไม่เกิน 400 บาท/ปีได้มีการรับเพิ่ม เป็นไม่เกิน 250 บาทต่อครั้ง และไม่เกิน 500 บาท/ปีและกรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ฐานอคริลิก 1-5 ซี่ เบิกได้ไม่เกิน 1,200 บาท และ 5 ซี่ ขึ้นไปจะเบิกได้ไม่เกิน 1,400 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ใส่ฟันเทียม

กรณีคลอดบุตร

เหมาจ่ายจากเดิม 6,000 บาท ปรับเพิ่มเป็นเหมาจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนโดยตรงในอัตรา 12,000 บาท ต่อการคลอดหนึ่งครั้ง เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับความสะดวก และเพิ่มวงเงินให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ โดยผู้ประกันตนมีสิทธิรับค่าคลอด คนละไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งผู้ประกันตนสามารถเลือกโรงพยาบาล สำหรับการคลอดบุตรได้เองตามสะดวก โดยสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อนแล้วนำหลักฐานมาเบิกได้ที่สำนักงานประกันสังคม นอกจากนี้ยัง

มีโครงการจ่ายค่าคลอดบุตรข้างเตียง โดยจ่ายค่าคลอดบุตรพร้อมทั้งเงินสดสงเคราะห์การหยุดงานแก่ผู้ประกันตนหญิงทันทีที่โรงพยาบาล โดยดำเนินโครงการนำร่องที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โรงพยาบาลกลาง และจะได้ขยายบริการสู่โรงพยาบาลอื่นๆ ต่อไป

กรณีชราภาพ

ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้ปรับสิทธิประโยชน์ กรณีชราภาพ โดยมีการปรับเพิ่มเงินบำนาญจากอัตราร้อยละ 15 เป็นร้อยละ 20 ขอค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย สำหรับผู้ประกันตนที่มีการจ่ายเงินสมทบมาครบ 180 เดือน มีอายุ55 ปีและไม่ได้ทำงานแล้ว และเพิ่มอัตราเงินบำนาญชราภาพที่ จ่ายเกิน 15 ปี จากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 1.5  ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุกๆปี เงินกองทุนประกันสังคมนี้มาจากเงินสมทบร่วมกับรัฐบาล นายจ้าง และ

ลูกจ้าง นับวันยิ่งเพิ่มพูน แต่เงินเหล่านี้ต้องนำไปจ่ายประโยชน์ทดแทนให้แก่ผู้ประกันตน และนำไปลงทุนเพื่อให้ มีดอกผลงอกเงย และเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่กองทุนระยะยาวโดยอยู่ภายใต้การดูแลจากคณะกรรมการ ประกันสังคม

กรณีสงเคราะห์บุตร

จากเดิมสำนักงานประกันสังคมจ่ายให้250 บาท ได้ปรับเพิ่มเป็น 350 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 6 ปีบริบูรณ์โดยสามารถเบิกได้คราวละไม่เกิน 2 คน